หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นิทานธรรมะ เรื่ิองเทอทีละสอง ฉันทีละคน


เขียนโดย tawanoriginal

ณ หมู่บ้านโคกสองดี ชุมชนขนาดกลางตั้งอยู่ลุ่มแม่น้ำสายเล็กๆ ที่เงียบสงบ มีวัดป่าโบราณตั้งอยู่บนเนินเขาปลายหมู่บ้าน ที่นั่นเป็นที่ประดิษฐานของ "หลวงพ่อปัญญา" พระภิกษุผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและเป็นที่เคารพรักของชาวบ้านทุกคน

​ในหมู่บ้านแห่งนี้ มีชายหนุ่มสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แต่กลับมีนิสัยใจคอและวิธีคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนแรกชื่อ "วิชัย" อีกคนชื่อ "สมพงษ์"

​วิชัยเป็นคนทะเยอทะยานและเป็นคนคิดใหญ่ ทำอะไรมักจะชอบคิดถึง "คูณสอง" เสมอ เขาเป็นคนหาเงินเก่งและทำงานหนักเป็นสองเท่าของคนอื่น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สะสมความโลภ ความกังวล และความคาดหวังเป็นสองเท่าไปด้วย เช่น หากเขาได้กำไรพันบาท เขาจะคิดถึงสองพัน หากมีบ้านหนึ่งหลัง เขาจะมองหาหลังที่สอง หากถูกใครต่อว่าเพียงคำเดียว เขาจะเก็บมาคิดวนเวียนและขุ่นเคืองเป็นสองเท่า

​ส่วนสมพงษ์เป็นคนเรียบง่าย เป็นช่างไม้ฝีมือดี เขาทำงานด้วยความประณีต ทีละชิ้น ทีละขั้นตอน ชีวิตของสมพงษ์เดินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ มีความสุขกับสิ่งที่มี และปล่อยวางสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ได้อย่างน่าประหลาด

​เมื่อทั้งสองอายุเข้าสู่วัย 30 ปี ความแตกต่างในวิถีชีวิตก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

​วิชัยเริ่มทำธุรกิจค้าส่งพืชผลทางการเกษตร เขาขยายกิจการอย่างรวดเร็ว กู้หนี้ยืมสินเพื่อซื้อรถบรรทุกคันที่สอง เปิดหน้าร้านสาขาที่สอง และรับงานทีละหลายๆ เจ้าพร้อมกัน วันๆ หนึ่ง วิชัยต้องโทรศัพท์ประสานงานพร้อมกันสองสาย คิดเรื่องบัญชีสองเล่ม และรับความเครียดทีละสองเรื่องเข้ามาในหัวตลอดเวลา

​"ฉันต้องรีบทำ ต้องได้มากกว่าคนอื่นสองเท่า ชีวิตถึงจะมีความสุขและมั่นคง" วิชัยมักจะพูดกับสมพงษ์เสมอเวลาที่ทั้งคู่นั่งกินข้าวด้วยกัน

สมพงษ์ฟังแล้วได้แต่ยิ้มอย่างเมตตา ก่อนจะตอบกลับเบาๆ ว่า "วิชัย เอ๋ย... มือเรามีแค่สองมือ ปากเรามีแค่ปากเดียว ค่อยๆ ทำทีละอย่าง กินทีละคำ เดินทีละก้าว ไม่ดีกว่าหรือ?"

​วิชัยส่ายหน้า "แกมันคนไร้ความทะเยอทะยาน สมพงษ์! โลกยุคนี้ใครช้าก็แพ้ทั้งนั้นแหละ!"

​ทว่า สิ่งที่วิชัยไม่ได้สังเกตคือ ยิ่งธุรกิจของเขากระโดดเพิ่มขึ้นทีละสอง ความสุขในใจของเขากลับลดลงทีละสี่ เขาเริ่มนอนไม่หลับ ต้องกินยาคลายเครียดทีละสองเม็ด สุขภาพกายเริ่มทรุดโทรม สายตากระวนกระวาย และเขาก็เริ่มเป็นโรคประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน

​ในทางกลับกัน สมพงษ์ยังคงรับงานทำเฟอร์นิเจอร์ทีละชิ้น เมื่อเขาไสไม้ เขาโฟกัสอยู่กับเนื้อไม้ตรงหน้า เมื่อเขาประกอบตู้ เขาตั้งใจทำทีละตู้ เมื่อเสร็จงานหนึ่งชิ้น เขาก็ได้รับเงินตามสมควร แม้ไม่ได้รวยรวดเร็วแบบวิชัย แต่ชีวิตเขากลับร่มเย็น มีเวลาดูแลพ่อแม่ และได้นอนหลับสนิททุกคืน

​อยู่มาวันหนึ่ง เกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำและเกิดภัยแล้งใหญ่ในพื้นที่ ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายหนัก ธุรกิจค้าส่งของวิชัยได้รับผลกระทบเข้าอย่างจัง

​ลูกหนี้สองรายเบี้ยวหนี้เขาพร้อมกัน ซัพพลายเออร์สองเจ้ามาทวงเงินที่หน้าบ้านพร้อมกัน ธนาคารส่งหนังสือเตือนเรื่องดอกเบี้ยสองฉบับ สมองของวิชัยร้อนผ่าวเหมือนไฟเผา เขาแบกรับความทุกข์ทีละสองเท่า สามเท่า จนจิตใจแหลกสลาย

​ในคืนวันหนึ่ง วิชัยนั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าบ้านของเขา เขาจ้องมองไปยังกองเอกสารหนี้สินและปัญหาที่ถาโถมเข้ามา เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำตาย ร่างกายของเขาสั่นเทา สภาพจิตใจดิ่งลงสู่ความสิ้นหวังอย่างที่สุด

​สมพงษ์เดินผ่านมาเห็นเพื่อนรักในสภาพนั้น จึงขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปหาและเข้ามากอดวิชัยเอาไว้

​"สมพงษ์... ฉันไม่ไหวแล้ว" วิชัยสะอื้น "ปัญหามันเข้ามาทีละสอง ทีละสาม ฉันมีแค่หัวใจดวงเดียว มีสองมือเท่านี้ ฉันจะแบกมันทั้งหมดได้ยังไงไหว?"

​สมพงษ์ลูบหลังเพื่อนเบาๆ "วิชัย เพื่อนรัก... พักก่อนเถอะ คืนนี้ทิ้งเอกสารพวกนี้ไว้ก่อน พรุ่งนี้เช้า ฉันจะพาแกไปหาหลวงพ่อปัญญาที่วัดป่า ท่านอาจจะมีทางออกให้แก"

​เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ อุ่นๆ ฉายผ่านทิวไม้ในวัดป่า หลวงพ่อปัญญานั่งกวาดลานวัดอยู่ด้วย เสียงกวาดลานวัดดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แกร๊ก... แกร๊ก... แกร๊ก...

​สมพงษ์พา วิชัย ซึ่งมีใบหน้าซูบผอม ดวงตาบวมแดง และไร้ชีวชีวา เข้าไปกราบหลวงพ่อปัญญา

​วิชัยก้มลงกราบ แล้วกราบเรียนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า "หลวงพ่อครับ ผมไม่ไหวแล้วครับ ชีวิตผมกำลังจะพังทลาย ปัญหามันเข้ามาทีละสองเรื่อง ทีละหลายๆ ทาง ความเครียด ความกลัว ความทุกข์ มันบีบเค้นหัวใจผมจนหายใจไม่ออก ผมควรจะทำอย่างไรดีครับ?"

​หลวงพ่อปัญญาวางไม้กวาดลงอย่างสงบ ท่านมองหน้าวิชัยด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตา จากนั้นท่านชี้ไปที่กองใบไม้แห้งขนาดใหญ่สองกองที่ร่วงหล่นอยู่บนลานวัด

​"วิชัย... เจ้าเห็นกองใบไม้สองกองนั้นไหม?" หลวงพ่อเอ่ยถาม

​"เห็นครับหลวงพ่อ" วิชัยตอบ

​"เจ้าจงหยิบไม้กวาดสองอันนี้ แล้วลองกวาดกองใบไม้ทั้งสองกองนั้นพร้อมๆ กันให้เสร็จโดยไวสิ" หลวงพ่อสั่ง

​วิชัยรู้สึกฉงน แต่ก็กราบรับคำสั่ง เขาจับไม้กวาดด้วยมือข้างซ้ายหนึ่งอัน และมือข้างขวาอีกหนึ่งอัน แล้วพยายามกวาดกองใบไม้ทั้งสองกองพร้อมกัน แต่เนื่องจากมือสองข้างต้องกวาดไปคนละทิศทาง ใบไม้จึงกระจายเกลื่อนกลาด ไม่เป็นระเบียบ ยิ่งรีบกวาด ยิ่งเลอะเทอะ ใบไม้ยิ่งกระจายไปทั่วลานวัด วิชัยเหนื่อยหอบ เหงื่อท่วมกาย แต่กองใบไม้ก็ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย

​วิชัยวางไม้กวาดลงด้วยความท้อแท้ "หลวงพ่อครับ ผมทำไม่ได้ครับ มือซ้ายก็กวาดไปทางหนึ่ง มือขวาก็กวาดไปอีกทางหนึ่ง กวาดสองกองพร้อมกันมันมีแต่จะทำให้ลานวัดยุ่งเหยิงกว่าเดิมครับ"

​หลวงพ่อปัญญายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปหยิบไม้กวาดมาเพียงอันเดียว ท่านจับด้วยสองมืออย่างมั่นคง แล้วค่อยๆ กวาดใบไม้ทีละกอง ทีละแผ่น อย่างใจเย็น เสียงกวาด แกร๊ก... แกร๊ก... ดังขึ้นอีกครั้ง เพียงไม่กี่นาที กองใบไม้กองแรกก็สะอาดหมดจด จากนั้นท่านจึงเขยิบไปกวาดกองที่สองจนสะอาดเรียบร้อย

​หลวงพ่อปัญญาวางไม้กวาดลง แล้วหันมากล่าวกับวิชัยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังว่า:

"วิชัยเอ๋ย... ที่ผ่านมา เจ้าใช้ชีวิตด้วยจิตที่แบก 'เธอทีละสอง' มาโดยตลอด"

​วิชัยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "หมายความว่าอย่างไรครับหลวงพ่อ?"

​หลวงพ่ออธิบายต่อว่า:

​"'เธอทีละสอง' คือ จิตใจของเจ้าที่ชอบดึงเอาอดีตและอนาคตมาคิดพร้อมกัน ชอบแบกปัญหาเรื่องนี้พร้อมกับเรื่องนั้น ชอบเอาความคาดหวังของตัวเองไปบวกกับความกดดันจากคนอื่น

​เมื่อมีปัญหาเข้ามาหนึ่งเรื่อง เจ้าก็คูณสองด้วยความวิตกกังวล

เมื่อมีความทุกข์เข้ามาหนึ่งเรื่อง เจ้าก็คูณสองด้วยความเปรียบเทียบกับคนอื่น

เมื่อก้าวขาเดินหนึ่งก้าว ใจของเจ้าก็กระโดดไปคิดถึงก้าวที่สองและก้าวที่สามแล้ว

เจ้ามีเพียงร่างเดียว มีจิตดวงเดียว แต่เจ้ากลับพยายามรับภาระทีละสองเรื่อง ทีละสองเท่าตลอดเวลา แล้วจิตใจของเจ้าจะไม่แหลกสลายได้อย่างไร?"

​วิชัยฟังแล้วถึงกับสะอึก น้ำตาเริ่มคลอเบ้า เพราะมันคือความจริงในชีวิตของเขาทุกประการ

​หลวงพ่อปัญญาจึงชี้มาที่อกของวิชัย แล้วกล่าวคำสอนสำคัญว่า:

​"ต่างจากธรรมชาติของธรรมะ... ธรรมะสอนให้เราใช้ชีวิตแบบ 'ฉันทีละคน'"

​"'ฉันทีละคน' คือ การกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ กลับมาอยู่กับตัวเองที่มีเพียงคนเดียวตรงนี้

เมื่อมีปัญหาเข้ามาสองเรื่อง... จงแก้ทีละเรื่อง

เมื่อมีงานเข้ามาสองอย่าง... จงทำทีละอย่าง

เมื่อมีความทุกข์เข้ามา... จงมองมันทีละความคิด

เมื่อกินข้าว... จงกินทีละคำ

เมื่อหายใจ... จงหายใจเข้าทีละครั้ง และหายใจออกทีละครั้ง

​ไม่มีใครในโลกนี้สามารถหายใจเข้าสองครั้งพร้อมกันได้ และไม่มีใครสามารถเสพความทุกข์ของวันพรุ่งนี้ในวันนี้ได้ ปัญหาในโลกนี้ แม้จะถาโถมเข้ามาทีละร้อยเรื่อง ทีละพันเรื่อง แต่เวลาที่คุณจะเผชิญหน้าและแก้ไขมัน คุณทำได้ทีละเรื่อง ทีละนาที และทีละวินาทีเท่านั้น!"

​คำสอนของหลวงพ่อปัญญาเหมือนแสงสว่างที่ผ่าลงมากลางใจที่มืดมิดของวิชัย

​เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาพยายามรับโทรศัพท์สองสายพร้อมกัน พยายามคิดแก้ปัญหาของพรุ่งนี้และปัญหาของปีหน้าไปพร้อมๆ กับปัญหาของวันนี้ เขาแบกโลกทั้งใบไว้บนไหล่เล็กๆ ของเขาเอง ทั้งๆ ที่กายนี้ ใจนี้ มีอยู่แค่ "คนเดียว" และ "ขณะเดียว" เท่านั้น

​วิชัยก้มลงกราบหลวงพ่อปัญญาด้วยความสำนึกผิดและตื่นรู้ น้ำตาแห่งความปลดปล่อยไหลออกมาจากดวงตาของเขา

​"หลวงพ่อครับ แล้วหนี้สินกับปัญหาธุรกิจที่ถาโถมเข้ามาตอนนี้ ผมควรจะเริ่มต้นอย่างไรดีครับ?" วิชัยถามด้วยน้ำเสียงที่สงบลงมาก

​หลวงพ่อตอบว่า "เจ้าจงกลับไป นั่งลงเงียบๆ นำกระดาษมาหนึ่งแผ่น เขียนปัญหาทั้งหมดออกเป็นข้อๆ นั่นคือการเอาปัญหาออกจากหัวมาวางบนกระดาษ จากนั้น จงเลือกปัญหาที่สำคัญที่สุดและแก้ได้เร็วที่สุดเพียง 'ข้อเดียว' ทำมันให้เต็มที่ทีละข้อ เมื่อข้อแรกเสร็จ ค่อยขยับไปทำข้อที่สอง ข้อที่สาม ปัญหาจะมีสิบเรื่อง หรือร้อยเรื่อง เจ้าก็แค่มองมันเป็นทีละข้อ และทำมันทีละอย่าง ด้วยจิตที่อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องไปคิดถึงผลลัพธ์ของวันพรุ่งนี้ ให้ทำหน้าที่ของวันนี้ให้ดีที่สุดเท่านี้พอ"

​หลังจากวันนั้น วิชัยเปลี่ยนวิถีชีวิตของเขาอย่างสิ้นเชิง

​เขากลับไปที่บ้าน นั่งลงปรับสติ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ แล้วนำกระดาษมาจดรายการหนี้สินและปัญหาทั้งหมดออกมา เขาพบว่าเมื่อเขียนออกมาจริงๆ แล้ว ปัญหามันไม่ได้มากมายไร้ขอบเขตเหมือนที่เขาเคยคิดวนเวียนอยู่ในหัว

​วิชัยเริ่มโทรศัพท์หาเจ้าหนี้ ทีละราย เพื่อขอเจรจาผ่อนผัน เขาขอกระจายการชำระหนี้ตามกำลังที่ทำได้จริง เมื่อเจรจากับรายแรกเสร็จ เขาก็ถอนหายใจยาวๆ แล้วค่อยโทรหาเจรจากับรายที่สอง

​เขาขายรถบรรทุกคันที่สองออกไป เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและค่าน้ำมัน เขายอมปิดสาขาที่สอง แล้วกลับมาโฟกัสดูแลหน้าร้านสาขาแรกเพียงแห่งเดียวให้ดีที่สุด

​เมื่อเขานั่งทำงาน เขาไม่เปิดโทรศัพท์ค้างไว้สองเครื่องอีกต่อไป เขาโฟกัสอยู่กับงานตรงหน้าทีละชิ้น เมื่อกินข้าว เขาสัมผัสถึงรสชาติของอาหารทีละคำ เมื่อเดิน เขารู้สึกถึงฝ่าเท้าที่สัมผัสพื้นทีละก้าว

​สมพงษ์ เพื่อนรักของเขายังคงมาอยู่เป็นเพื่อนและคอยช่วยเหลือเสมอ ทั้งสองคนช่วยกันวางแผนทำเฟอร์นิเจอร์ไม้แปรรูปจากพืชผลทางการเกษตร เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเดิมด้วยความประณีต

​เวลาผ่านไปหนึ่งปี...

​แม้ว่าธุรกิจของวิชัยจะไม่ยิ่งใหญ่โตรวดเร็วเหมือนในอดีต และเขายังคงมีหนี้สินที่ต้องค่อยๆ ชำระอยู่อีกจำนวนหนึ่ง แต่ใบหน้าของวิชัยกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ผิวพรรณผ่องใส ดวงตาสงบและมั่นคง เขานอนหลับสนิททุกคืนโดยไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไป

​ในเย็นวันหนึ่ง วิชัยและสมพงษ์เดินขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อนำภัตตาหารและของใช้ไปถวายหลวงพ่อปัญญา

​วิชัยก้มลงกราบหลวงพ่อด้วยความซาบซึ้งใจ "หลวงพ่อครับ ขอบพระคุณหลวงพ่อมากครับที่ช่วยชีวิตผมไว้ คำสอนของหลวงพ่อทำให้ผมได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา"

​หลวงพ่อปัญญารับพรและยิ้มอย่างเมตตา ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายให้ชาวบ้านและลูกศิษย์ทุกคนได้ฟังว่า:

​**"จำไว้นะทุกคน... โลกภายนอกอาจจะโยนความยุ่งเหยิงเข้ามาทีละสอง ทีละร้อย ทีละพัน

แต่วิถีแห่งปัญญาและความสงบเย็น คือการกลับมาอยู่กับ 'ฉันทีละคน'

​กายมีกายเดียว ใจมีใจเดียว เวลา มีแค่ปัจจุบันขณะเดียว

อย่าแบกอดีตไว้บนไหล่ซ้าย อย่าแบกอนาคตไว้บนไหล่ขวา

จงเดินไปข้างหน้าด้วยก้าวทีละก้าว ทำหน้าที่ทีละอย่าง และเผชิญหน้ากับชีวิตทีละวินาที

​เมื่อจิตใจไม่คูณสองด้วยความโลภและความกลัว

แม้มีปัญหามหาศาลเข้ามา จิตใจก็จะไม่แหลกสลาย

และนั่นคือความสุขที่แท้จริงของการดำเนินชีวิตตามทางธรรม"**

​วิชัยและสมพงษ์น้อมรับคำสอนไว้ในใจ ทั้งสองกราบลาหลวงพ่อปัญญา แล้วเดินลงจากเนินเขาด้วยความสงบ เยือกเย็น และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับวันพรุ่งนี้... ทีละก้าว ทีละคน อย่างมั่นคงตลอดไป

เนื้อหาโดย: tawanoriginal
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
tawanoriginal's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย tawanoriginal
ลงเนื้อหาที่โพสจังที่เดียว ไม่อนุญาติให้นำบทความหรือนิทานธรรมะไปลงเว็ปไซค์ที่อื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม
-แชร์ลิ้งและโหวดเพื่อเป็นกำรังใจในการนำธรรมะมาสอนเรื่อยๆครับ
-สามาถรโดเนทค่าน้ำชาได้ พร้อมเพย์ 0864599200 ชื่อ พิบูลย์ พันสิง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขม้าสีหมอก 16/9/69 เปิดแนวทางเด่นบน 4-7 วิ่ง 4 และเด่นล่าง 0-8 วิ่ง 0 พร้อมเลข 2 ตัวครบชุดเปิดตำนาน "รังดา" (Rangda): จากเทวีโบราณ สู่พญามารแม่มดผู้กินเด็กแห่งเกาะบาหลีเปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!เปิด 5 สนามบินกลางทะเลสุดฮาร์ดคอร์ สร้างบนพื้นดินอ่อนได้ยังไงโดยไม่จม?เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไรทำไมคนเกาหลี “ออกจากคุกต้องกินเต้าหู้” เรื่องเล็ก ๆ ที่ซ่อนความหมายมากกว่าที่คิด“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอมทำไมยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ? เผยจิตวิทยาสายมืดที่ทำให้มนุษย์เสพติดการฝ่าฝืนกฎมาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569"มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก" ซื้อปราสาทสไตล์โกธิก ในประเทศไอร์แลนด์ย้อนรอยการสร้าง "รถไฟข้ามทวีป" วางรางเจาะผ่านเขาหินเสี่ยงตายกันยังไง?คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดตำนาน "รังดา" (Rangda): จากเทวีโบราณ สู่พญามารแม่มดผู้กินเด็กแห่งเกาะบาหลีทำไมยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ? เผยจิตวิทยาสายมืดที่ทำให้มนุษย์เสพติดการฝ่าฝืนกฎมาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569ถั่งเช่าเป็นหนอนหรือเห็ดกันแน่"ช่วยแบบไม่ช่วย" ความปรารถนาดีที่ไม่จริงใจ หรือแค่คำพูดสวยหรูที่ทำร้ายเรายิ่งกว่าเดิม?ตุ่นปากเป็ดจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ธรรมะสวัสดี
นิทานธรรมะเรื่องอย่าลืมฉันธรรมะจากเพลง"ไม่รักดีกว่า"ของZ9ธรรมะจากเพลง"องครักษ์พิทักษ์ใจ" โดย โจอี้ ภูวศิษฐ์ธรรมะประจำวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ตั้งกระทู้ใหม่