หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มนุษย์อาจใช้หมากมาตั้งแต่ 25,000 ปีก่อน ? นักวิจัยพบหลักฐานเก่าแก่ที่สุด

เขียนโดย Wisdom Insight

“หมาก” อาจไม่ได้เป็นเพียงพืชที่มนุษย์นำมาเคี้ยวในยุคปัจจุบันเท่านั้น เพราะงานวิจัยใหม่พบหลักฐานว่า มนุษย์ในพื้นที่ที่เป็นประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน อาจใช้หมากเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 25,000 ปีก่อน

การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นจากการศึกษาฟัน และโครงกระดูกของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์บนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย และอาจทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การใช้สารจากพืชของมนุษย์ต้องย้อนกลับไปไกลกว่าที่เคยคาดไว้หลายพันปี 

▪️พบอะไรในฟันมนุษย์โบราณ ?

ทีมนักวิจัยนำโดยศาสตราจารย์ Adam Brumm จาก Griffith University ศึกษาซากมนุษย์นักล่า และเก็บของป่า 2 รายจากเกาะสุลาเวสี

รายแรกมีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 25,000 – 16,000 ปีก่อน ส่วนอีกรายมีอายุประมาณ 7,600 – 6,300 ปีก่อน

สิ่งที่ทำให้นักวิจัยสนใจคือ ฟันของทั้งสองรายมีร่องลึก และมีลักษณะโค้งมนผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่รูปแบบการสึกของฟันที่พบทั่วไป

นักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่า ร่องรอยดังกล่าวอาจเกิดจากการนำวัตถุทรงกลมขนาดเล็กมาอม และดูดซ้ำๆเป็นเวลานาน และ “หมาก” หรือเมล็ดของต้น Areca catechu เป็นหนึ่งในคำอธิบายที่สอดคล้องกับหลักฐานมากที่สุด

▪️ไม่ได้เคี้ยวแบบหมากในปัจจุบัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ นักวิจัยไม่ได้เสนอว่ามนุษย์ยุคนั้นเคี้ยวหมากแบบเดียวกับที่พบในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน

หลักฐานกลับชี้ไปที่พฤติกรรมการอม และดูดหมากทั้งเม็ดเป็นเวลานาน

ทีมวิจัยทดลองนำหมากทั้งเม็ดไปสัมผัสกับน้ำลายสังเคราะห์ และพบว่าสามารถปล่อย arecoline ซึ่งเป็นสารอัลคาลอยด์ที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทออกมาได้ แม้จะไม่ได้ผ่านกระบวนการเตรียมแบบหมากที่ใช้กันในปัจจุบันก็ตาม

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่าฤทธิ์จากการดูดหมากทั้งเม็ดน่าจะอ่อนกว่าการเคี้ยวหมากที่ผสมปูนขาวในปัจจุบัน

▪️ทำไมมนุษย์ยุคนั้นจึงใช้หมาก ?

คำตอบยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด โดยหนึ่งในข้อสันนิษฐานของทีมวิจัยคือ หมากอาจถูกใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน เนื่องจากสาร arecoline มีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการลดความรู้สึกเจ็บปวด

แต่การใช้เป็นเวลานานอาจส่งผลตรงกันข้าม เพราะการอม และดูดเมล็ดแข็งซ้ำๆ ทำให้ฟันเกิดการสึกอย่างรุนแรง ในบางกรณีร่องที่เกิดขึ้นลึกจนถึงบริเวณโพรงประสาทฟัน ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวด และปัญหาการติดเชื้อเรื้อรังได้

นักวิจัยจึงมองว่าอาจเกิดวงจรที่น่าสนใจ คือ การใช้หมากเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่การใช้เป็นเวลานานกลับทำให้สุขภาพฟันแย่ลง และอาจทำให้ผู้ใช้ต้องการใช้หมากต่อไป

▪️เกิดขึ้นก่อนยุคเกษตรกรรม

สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือ มนุษย์ทั้งสองรายเป็นกลุ่มนักล่า และเก็บของป่า ซึ่งมีชีวิตอยู่ก่อนการพัฒนาสังคมเกษตรกรรมในภูมิภาคดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยเคยมีหลักฐานว่าการใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบางชนิดเกิดขึ้นในช่วงหลัง เช่น หลักฐานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีอายุประมาณ 13,000 ปี

แต่หลักฐานจากสุลาเวสีทำให้เห็นความเป็นไปได้ว่า มนุษย์อาจรู้จักนำพืชที่มีสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทมาใช้ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งหรืออย่างน้อยก็ประมาณ 25,000 ปีก่อน 

▪️แล้วหมากยังถูกใช้ในปัจจุบันหรือไม่ ?

หมากหรือ Areca nut ยังคงถูกใช้ในหลายพื้นที่ของเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคแปซิฟิก

ปัจจุบันโดยทั่วไปจะนำหมากมาเตรียมร่วมกับปูนขาว และส่วนผสมอื่นๆ ก่อนนำมาเคี้ยว เพื่อช่วยให้สารออกฤทธิ์ถูกดูดซึมได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การใช้หมากในปัจจุบันมีประเด็นด้านสุขภาพที่ต้องระวัง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อโรคในช่องปาก และมะเร็งช่องปาก ดังนั้น การที่งานวิจัยพบประวัติการใช้หมากที่ยาวนานมาก ไม่ได้หมายความว่าการใช้หมากในปัจจุบันปลอดภัย

▪️การค้นพบนี้บอกอะไรเรา ?

งานวิจัยครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า “มนุษย์เริ่มใช้สารเสพติดเมื่อ 25,000 ปีก่อน” อย่างแน่นอน แต่เป็นหลักฐานที่ชี้ว่า พฤติกรรมการใช้พืชที่มีสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอาจมีประวัติยาวนานกว่าที่เคยเข้าใจกันมาก

ที่สำคัญ หลักฐานในครั้งนี้มาจากมนุษย์โบราณเพียง 2 ราย จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าคนในสังคมยุคนั้นใช้หมากกันแพร่หลายเพียงใดหรือใช้ด้วยเหตุผลใดเป็นหลัก

แต่ฟันที่สึกผิดปกติ ร่องรอยทางชีวโมเลกุล และการทดลองเกี่ยวกับสาร arecoline เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยเปิดหน้าต่างให้เห็นพฤติกรรมของมนุษย์ในยุคน้ำแข็งเมื่อหลายหมื่นปีก่อน

จากหมากหนึ่งเม็ดที่อยู่ในปากของมนุษย์เมื่อ 25,000 ปีก่อน จึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่า มนุษย์กับพืชที่มีฤทธิ์ต่อร่างกาย อาจมีความสัมพันธ์กันมายาวนานกว่าที่เราคิดครับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Wisdom Insight's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย Wisdom Insight
Wisdom Insight (นามปากกา)
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Wisdom Insight
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอมคนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 202610 หมอนโบราณ ที่คนยุคก่อนคุ้นตา รุ่นไหนราคาพุ่งที่สุด?เลขม้าสีหมอก 16/9/69 เปิดแนวทางเด่นบน 4-7 วิ่ง 4 และเด่นล่าง 0-8 วิ่ง 0 พร้อมเลข 2 ตัวครบชุดเปิดชื่อ 5 นักฟุตบอลไทยลีกระดับดาวดัง ค่าเหนื่อยเดือนละเท่าไรเปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!ส่องโพยวันพุธก่อนหวยออก! จับตาเลขซ้ำ 10 ปี มีตัวไหนน่าตาม 16 ก.ย. 69อำเภอเฉลิมพระเกียรติทั้ง 5 แห่งอยู่จังหวัดไหนบ้างเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรค่าใช้จ่ายจริงของนักศึกษาที่อยู่หอพัก 1 เดือน ต้องมีเงินเท่าไรถึงจะอยู่ได้เปิดเงินเดือนพนักงานสายการบินแต่ละตำแหน่ง ตั้งแต่ภาคพื้นดินถึงนักบิน ใครได้เงินเท่าไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!7 ความจริงของชีวิตที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้รถยนต์รุ่นหายากที่มีราคาประมูลสูงมากถึงเกือบห้าพันล้านบาททำกับข้าวกินที่นาใครเคยบ้าง? ย้อนความทรงจำในวัยเด็ก10 หมอนโบราณ ที่คนยุคก่อนคุ้นตา รุ่นไหนราคาพุ่งที่สุด?AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
8 หุ่นประกอบพลาสติกจากญี่ปุ่นยุค 70 ที่ราคาพุ่งถึงหลักแสน10 การ์ดดราก้อนบอลสติกเกอร์ลอกได้ ที่นักสะสมตามหา ราคาพุ่งหลักพันถึงหลักหมื่นเปิด 5 เกาะเทียมยักษ์กลางทะเล ถมทรายยังไงไม่ให้คลื่นกัดเซาะหายไป?10 หมอนโบราณ ที่คนยุคก่อนคุ้นตา รุ่นไหนราคาพุ่งที่สุด?
ตั้งกระทู้ใหม่