หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จังหวัดที่ลงท้ายด้วยธานีมีอะไรบ้าง และคำนี้แปลว่าอะไร

เขียนโดย preechalcpd

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เวลาไล่อ่านชื่อจังหวัดไทยทีละชื่อ จะเห็นคำลงท้ายบางคำโผล่ซ้ำอยู่ตามภูมิภาคต่างกันมาก ทั้งภาคกลาง อีสาน และใต้ คำว่า “ธานี” เป็นตัวอย่างชัดเจน เพราะฟังแล้วให้ภาพของเมืองเก่า เมืองใหญ่ หรือศูนย์กลางผู้คน แต่ชื่อที่ลงท้ายคล้ายกันไม่ได้มีรากเดียวกันทุกแห่ง

ถ้านับตามตัวสะกดที่ลงท้ายด้วยคำว่า “ธานี” ตรงตัว ประเทศไทยมี 5 จังหวัด ไม่ใช่ 6 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี, อุทัยธานี, อุดรธานี, อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี ส่วนปัตตานีสะกดลงท้ายว่า “ตานี” ไม่มี ธ และมีที่มาทางภาษากับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ต่างออกไป จึงไม่ควรรวมในกลุ่มเดียวกันเพียงเพราะเสียงท้ายคล้ายกัน

คำว่า “ธานี” มาจากบาลี–สันสกฤต ใช้ในความหมายว่า เมือง หรือ นคร ใกล้กับคำว่า city ในภาษาอังกฤษ เมื่อนำไปต่อท้ายชื่อ จึงทำหน้าที่บอกภาพของชุมชนหรือเมือง เช่น ปทุมธานีหมายถึงเมืองแห่งดอกบัว ขณะที่สุราษฎร์ธานีแปลได้ว่าเมืองของคนดี

ทั้ง 5 จังหวัดมีชื่อที่น่าจำคนละแบบ

ปทุมธานี เดิมคือเมืองสามโคก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชทานชื่อเมืองปทุมธานีใน พ.ศ. 2358 ตามเรื่องดอกบัวที่ชาวมอญนำมาถวาย

อุทัยธานี เป็นชื่อเมืองเก่าทางภาคกลาง คำว่าอุทัยสื่อถึงการอุบัติหรือการขึ้น ส่วนธานีคือเมือง

อุดรธานี ชื่อบอกตำแหน่งทางทิศเหนือ คำว่าอุดรหมายถึงทิศเหนือ เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายว่าเมืองฝ่ายเหนือ

• อุบลราชธานี ประกอบด้วยอุบลที่หมายถึงดอกบัว ราช และธานี ชื่อเต็มให้ความหมายเชิงมงคลเกี่ยวกับนครหลวงหรือเมืองของพระราชา

• สุราษฎร์ธานี เดิมศูนย์กลางเมืองอยู่ในชื่อไชยา ต่อมาในรัชกาลที่ 6 มีพระราชทานนามสุราษฎร์ธานี โดยคำว่าสุราษฎร์หมายถึงคนดี จึงเป็นที่มาของคำขวัญ “เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ” และภาพจำว่าเป็นเมืองคนดี

เรื่องที่มาของชื่อจึงไม่ควรเหมารวมว่าเกิดจากการเปลี่ยนชื่อเมืองครั้งเดียวในสมัยรัชกาลที่ 6 เพราะแต่ละจังหวัดมีช่วงเวลาและเหตุผลของตนเอง ปทุมธานีเปลี่ยนชื่อมาตั้งแต่รัชกาลที่ 2 ขณะที่กรณีสุราษฎร์ธานีเกี่ยวข้องกับพระราชทานนามในรัชกาลที่ 6

สำหรับ ปัตตานี ความคล้ายของเสียงเป็นจุดที่ทำให้หลายคนเผลอนับรวม ชื่อปัตตานีเชื่อมโยงกับชื่อดินแดนปตานีหรือปาตานีในคาบสมุทรมลายู ซึ่งมีประวัติภาษาและวัฒนธรรมมลายูของตัวเอง งานศึกษายังเสนอคำอธิบายรากศัพท์ไว้หลายแนว จึงไม่ควรตีความว่าแปลว่า “เมือง” ด้วยความหมายเดียวกับธานี

สรุปให้จำง่าย: ถ้าเห็นคำลงท้าย “ธานี” แบบมี ธ ให้คิดถึงความหมายว่าเมืองหรือนคร และรายชื่อจังหวัดมี 5 แห่ง ส่วนปัตตานีเป็นชื่อที่เสียงคล้าย แต่คนละรากกับคำว่า “ธานี”

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกเลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 696 นิตยสารเก่าที่คนเคยเอาไปเช็ดกระจก แต่วันนี้กลายเป็นของสะสมราคาแรงเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัดไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคนย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างเปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!6 มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างยุคโบราณ ที่ราคาขายต่อพุ่ง แรงจนน่าประหลาดใจเหตุใดเมืองตากจึงร้อนจัดจนแตะ 44.6 องศาเปิด 7 คณะที่ค่าเทอมต่างกันมาก แม้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ก่อนเลือกต้องดูค่าใช้จ่ายอะไรบ้างอาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดผลสำรวจ ! 5 วิชาที่นักเรียนไทยอยากให้ยกเลิกมากที่สุด อันดับ 1 ทิ้งห่าง 61%
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนลึกที่สุดในไทยจริงหรือไม่นครปฐมเก่าแก่ที่สุดในไทยตามหลักฐานจริงหรือไม่รอยเลื่อนมีพลังในไทยผ่านพื้นที่ใดบ้างเกาะช้าง จังหวัดตราด มีภูมิประเทศแบบใด
ตั้งกระทู้ใหม่