อยากบริจาคเลือดต้องเช็ก! คู่มือ 2569 ใครบริจาคได้ เตรียมตัวอย่างไร ที่ไหนรับบ้าง
บทความนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง อยากบริจาคเลือดต้องเช็ก! คู่มือ 2569 ใครบริจาคได้ เตรียมตัวอย่างไร ที่ไหนรับบ้างกันนะคะ สำหรับการบริจาคโลหิตนั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทาง ในการช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยที่ทำได้ง่ายนะคะ สำหรับใครที่สนใจหรือต้องการบริจาค ควรเช็กคุณสมบัติและเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับนั่นเองค่ะ พร้อมแล้วตามมาดูรายละเอียดกันได้เลยค่ะ
อยากบริจาคเลือดต้องเช็ก! คู่มือ 2569 ใครบริจาคได้ เตรียมตัวอย่างไร ที่ไหนรับบ้าง
สำหรับ ปี 2569 นี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ยังคงเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้โครงการ “Give Blood Now – ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย” ตลอดปีนะคะ เพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศนั่นเองค่ะ
ใครบริจาคโลหิตได้บ้าง ?
โดยทั่วไป ผู้บริจาคโลหิตต้องมีคุณสมบัติสำคัญดังนี้
- อายุ 17–70 ปี
- น้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป
- สุขภาพแข็งแรง รู้สึกสบายดีในวันที่มาบริจาค
- พักผ่อนเพียงพอและนอนหลับอย่างน้อย 5 ชั่วโมง
- รับประทานอาหารตามปกติ ไม่ควรอดอาหาร
- ผู้บริจาคครั้งแรกต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี
- อายุ 60–65 ปี ต้องเป็นผู้บริจาคประจำและสามารถบริจาคได้ทุก 3 เดือน
- อายุ 65–70 ปี ต้องเป็นผู้บริจาคประจำ บริจาคได้ทุก 6 เดือน และต้องบริจาคที่สถานที่ที่กำหนด ไม่รับบริจาคผ่านหน่วยเคลื่อนที่
อายุ 17 ปี สามารถบริจาคได้ แต่ต้องมีเอกสารยินยอมจากผู้ปกครองตามหลักเกณฑ์ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ
ใครควรงดบริจาคชั่วคราว ?
ผู้ที่กำลัง ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ต้องงดบริจาค และผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยหรือกำลังรับประทานยาบางชนิด ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลก่อนทุกครั้ง เพราะยาบางประเภทต้องเว้นระยะก่อนบริจาคนะคะ ยกตัวอย่างเช่น
- ผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะ โดยทั่วไปต้องเว้นอย่างน้อย 7 วันหลังรับประทานยาครั้งสุดท้าย
- ผู้ที่มีอาการท้องเสียหรือท้องร่วง ต้องหายดีอย่างน้อย 7 วันก่อนบริจาค ทั้งนี้ระยะเว้นอาจแตกต่างตามสาเหตุและยา จึงควรแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตามจริง
นอกจากนี้ ผู้บริจาคต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและพฤติกรรมเสี่ยงตามความเป็นจริง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับโลหิตนะคะ
ก่อนบริจาคต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
1. นอนให้พอ
พักผ่อนอย่างน้อย 5 ชั่วโมง และควรรู้สึกสดชื่น สามารถทำกิจวัตรได้ตามปกติ
2. กินอาหารตามปกติ
ไม่ควรอดอาหาร แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู แกงกะทิ หรือเครื่องดื่มที่มีครีมเทียมและนมข้นหวาน อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนบริจาค เพราะอาจทำให้พลาสมาขุ่นและไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้
3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ก่อนบริจาคประมาณ 30 นาที แนะนำให้ดื่มน้ำ 300–500 ซีซี ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและลดโอกาสเกิดอาการเป็นลม
4. งดแอลกอฮอล์
ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค
5. งดสูบบุหรี่
ควรงดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
บริจาคครั้งหนึ่งได้เลือดเท่าไร ?
ขั้นตอนจะเริ่มตั้งแต่กรอกแบบฟอร์ม ลงทะเบียน วัดความดัน ตรวจความเข้มข้นของเลือด และคัดกรองสุขภาพโดยบุคลากรทางการแพทย์
จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการบริจาค โดยเก็บโลหิตประมาณ 350–450 ซีซี ก่อนนั่งพัก ดื่มเครื่องดื่ม และรับประทานอาหารว่างประมาณ 10–15 นาที
โดยทั่วไป บริจาคโลหิตได้ทุก 3 เดือน หากมีสุขภาพและคุณสมบัติพร้อมตามเกณฑ์
การปฏิบัติตัวหลังการบริจาคโลหิต
- หลังบริจาคควรพักตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ดื่มน้ำมากกว่าปกติในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
- การทำงานที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการใช้แขนข้างที่บริจาคหนัก ๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
- หากมีอาการวิงเวียน ใจสั่น ชา หรือรู้สึกคล้ายจะเป็นลม ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
บริจาคโลหิตได้ที่ไหนบ้าง ?
สามารถบริจาคได้หลายช่องทางทั่วประเทศ ได้แก่
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ กรุงเทพฯ
- หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station)
- ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ในหลายจังหวัด
- โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ
- หน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ที่หมุนเวียนไปตามพื้นที่ต่าง ๆ
สำหรับผู้ที่ต้องการหาจุดใกล้บ้าน แนะนำให้ตรวจสอบ ตารางหน่วยรับบริจาคล่าสุดก่อนเดินทาง เพราะสถานที่และเวลาเปิดรับอาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติมีปฏิทินหน่วยเคลื่อนที่และรายชื่อสถานที่รับบริจาคให้ตรวจสอบทางออนไลน์ได้นะคะ
จะเห็นได้ว่า การบริจาคเลือดเพียงหนึ่งครั้ง อาจช่วยต่อชีวิตคนได้อีกหลายคนเลยนะคะและที่สำคัญการบริจาคโลหิตใช้เวลาไม่นาน แต่มีความสำคัญอย่างมากต่อผู้ป่วยที่ต้องใช้เลือดในการรักษาและการผ่าตัดนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นหากใครมีสุขภาพแข็งแรงและผ่านเกณฑ์ อย่ารอให้เกิดวิกฤติเลือดขาดแคลน เมื่อครบกำหนดและพร้อม ก็ควรกลับมาเป็นผู้บริจาคอย่างสม่ำเสมอได้จะดีมากเลยนะคะ
และก่อนบริจาคทุกครั้ง ควรตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขล่าสุดกับเจ้าหน้าที่ก่อนนะคะ เพราะบางโรค ยา การรักษา และพฤติกรรมบางอย่างอาจมีระยะเวลางดบริจาคแตกต่างกันนั่นเองค่ะ
ใครสร้างรถยนต์คันแรก
5 ประเทศในฝันของนักเรียนไทย นิยมไปเรียนต่อที่ไหนมากที่สุด ? อันดับ 1 ทะลุ 19,000 คน
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
อย่าเพิ่งคิดว่ารู้จักโลกดี! เปิด 30 ประเทศชื่อไม่คุ้นหู หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่จริง
10 แผ่นเสียงวงระดับตำนานยุค 60 แผ่นไหนราคาพุ่งแตะหลักล้าน?
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
6 กระเป๋าคาดเอวหนังแท้ยุค 90 ที่กลับมาฮิตและราคาพุ่ง
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
เภสัชกรเตือน 4 สถานการณ์ ที่ห้ามใช้วาสลีน
ใครสร้างรถยนต์คันแรก
5 ประเทศในฝันของนักเรียนไทย นิยมไปเรียนต่อที่ไหนมากที่สุด ? อันดับ 1 ทะลุ 19,000 คน
ยุโรปกำลังจะเข้าสู่ยุคสงครามหรือไม่?
ดอยอินทนนท์สูงแค่ไหน
จังหวัดไหนมีพื้นที่เป็นเกาะทั้งหมด
รถไฟฟ้าสายไหนคนใช้เยอะที่สุดในไทย? เปิดสถิติจริง พบ BTS สายสีเขียวครองอันดับ 1 พร้อมเทียบตัวเลขกับสายสีน้ำเงิน
ทำไม "รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน" ช่วงผ่านเขาดงพญาเย็น ถึงต้องสร้างอุโมงค์ยาวเหยียด?
สำรวจชื่อตำบลแปลกที่มีอยู่จริงในไทย
ขับ Grab ได้วันละเท่าไหร่ เปิดตัวเลขรายได้ GrabBike และ GrabCar พร้อมเหตุผลว่าทำไมหลายคนเลือกขับ และต้องหักต้นทุนอะไรบ้าง
กฎหมายแปลกทั่วโลกมีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่
