หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

7 ข้อควรรู้ก่อนเลือกคณะมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ดูแค่คะแนนถึงหรือไม่ถึง แต่ต้องดูว่าตัวเองเรียนอะไรไหวด้วย

เขียนโดย Gario

การเลือกคณะมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่หลายคนเริ่มต้นจากคำถามว่า “คะแนนเราถึงไหม” แต่ความจริงแล้วคะแนนเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะต่อให้สอบติดคณะที่ต้องการ หากเนื้อหาที่เรียนไม่ตรงกับความถนัดหรือรูปแบบการเรียนไม่เหมาะกับตัวเอง ก็อาจกลายเป็นปัญหาในช่วงเรียนจริงได้

 

ก่อนจัดอันดับคณะจึงควรดูทั้งคะแนน เกณฑ์รับสมัคร เนื้อหาหลักของหลักสูตร และความสามารถของตัวเองไปพร้อมกัน

 

1. อย่าดูแค่คะแนนต่ำสุดปีที่ผ่านมา

 

คะแนนต่ำสุดของปีก่อนมีประโยชน์สำหรับใช้ประเมินแนวโน้ม แต่ไม่ได้รับประกันว่าปีนี้จะใช้คะแนนเท่าเดิม เพราะจำนวนผู้สมัคร จำนวนที่รับ และเกณฑ์การคัดเลือกสามารถเปลี่ยนแปลงได้

 

ระบบ MyTCAS มีสถิติคะแนนสูงสุดและต่ำสุดย้อนหลังหลายปีให้ใช้เปรียบเทียบ ดังนั้นควรดูย้อนหลังหลายปีแทนการยึดตัวเลขเพียงปีเดียว

 

2. ดูว่าเรียนวิชาอะไรจริง ๆ

 

ชื่อคณะบางครั้งทำให้เข้าใจภาพของการเรียนผิดไป เช่น คณะบริหารธุรกิจไม่ได้มีแค่การเรียนเรื่องธุรกิจ แต่บางหลักสูตรมีคณิตศาสตร์ สถิติ บัญชี เศรษฐศาสตร์ และการวิเคราะห์ข้อมูล

 

เช่นเดียวกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ไม่ได้มีเพียงการออกแบบหรือสร้างสิ่งของ แต่ต้องเจอกับคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ การคำนวณ และวิชาเฉพาะทางจำนวนมาก

 

ก่อนเลือกควรเปิดโครงสร้างหลักสูตรดูเลยว่า 4 ปีต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง แล้วถามตัวเองว่า “วิชาเหล่านี้เราเรียนไหวหรือไม่”

 

3. เช็กวิชาที่ตัวเองไม่ถนัดเป็นพิเศษ

 

อย่าดูเฉพาะวิชาที่ชอบ เพราะบางคณะอาจมีวิชาที่ไม่ชอบแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ถ้าไม่ถนัดคณิตศาสตร์ แต่กำลังสนใจหลักสูตรที่มีสถิติและคณิตศาสตร์จำนวนมาก ควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน

 

เช่นเดียวกับคนที่ไม่ชอบการอ่านเนื้อหาจำนวนมาก หากเลือกหลักสูตรที่ต้องอ่านตำรา วิเคราะห์บทความ หรือศึกษากฎหมายจำนวนมาก ก็ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองพร้อมรับรูปแบบการเรียนแบบนั้นหรือไม่

 

4. แยก “ชอบอาชีพ” ออกจาก “ชอบเรียน”

 

สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

 

บางคนชอบอาชีพแพทย์เพราะอยากช่วยคน แต่ไม่เคยลองคิดว่าตัวเองรับมือกับการเรียนวิทยาศาสตร์จำนวนมาก การอ่านหนังสือหนัก และการฝึกปฏิบัติได้หรือไม่

 

บางคนชอบงานด้านไอที แต่ไม่ชอบการเขียนโปรแกรม ขณะที่บางคนอยากทำงานด้านการเงินแต่ไม่ชอบตัวเลข

 

จึงควรแยกคำถามออกเป็นสองข้อ คือ “เราอยากทำงานอะไร” และ “เราอยากใช้ชีวิตเรียนแบบไหน” แล้วค่อยหาจุดที่สองอย่างมาบรรจบกัน

 

5. ดูเกณฑ์รับสมัครของแต่ละหลักสูตร ไม่ใช่ดูแค่ชื่อคณะ

 

ในระบบ TCAS การรับสมัครเกิดขึ้นในระดับ “สาขาวิชา/หลักสูตร” และแต่ละหลักสูตรสามารถกำหนดรายละเอียดการคัดเลือกแตกต่างกันได้

 

ตัวอย่างข้อมูล TCAS69 รอบ 3 แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรต่าง ๆ ใช้ชุดคะแนนแตกต่างกัน เช่น บางหลักสูตรใช้ TGAT ร่วมกับ A-Level ขณะที่บางหลักสูตรมีวิชาเฉพาะหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม

 

ดังนั้นก่อนสมัครต้องเปิดประกาศของหลักสูตรนั้นโดยตรง แล้วเช็กว่าใช้คะแนนอะไร น้ำหนักเท่าไร และมีคุณสมบัติเฉพาะหรือไม่

 

6. คิดถึงค่าใช้จ่ายและรูปแบบชีวิตด้วย

 

คณะที่อยากเรียนอาจอยู่คนละจังหวัดกับบ้าน ซึ่งหมายถึงค่าเช่าหอ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มขึ้น

 

นอกจากนี้บางหลักสูตรยังมีค่าอุปกรณ์ ค่าออกภาคสนาม ค่าฝึกปฏิบัติ หรือค่าใช้จ่ายในการทำโครงงาน

 

จึงควรคำนวณค่าใช้จ่ายตลอดหนึ่งปี ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าเทอมต่อภาคการศึกษา

 

7. อย่าเลือกเพราะคนอื่นบอกว่า “คณะนี้ดี”

 

คำว่า “ดี” ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน

 

คณะที่คนอื่นมองว่าดีที่สุดอาจไม่ใช่คณะที่เหมาะกับเรา หากเนื้อหาการเรียนไม่ตรงกับความถนัด หรืออาชีพหลังเรียนจบไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ

 

วิธีที่ง่ายที่สุดคือเขียนรายชื่อคณะที่สนใจออกมา แล้วให้คะแนนตัวเองใน 5 เรื่อง ได้แก่ ความชอบ ความถนัด ความยากของวิชา ค่าใช้จ่าย และอาชีพหลังเรียนจบ จากนั้นค่อยเปรียบเทียบกัน

 

สิ่งสำคัญคืออย่าตัดสินตัวเองจากคะแนนเพียงอย่างเดียว

 

คะแนนมีหน้าที่บอกว่า “เรามีโอกาสเข้าได้แค่ไหน” แต่ไม่ได้บอกว่า “เราเหมาะกับการเรียนที่นั่นหรือไม่”

 

ข้อมูล TCAS69 รอบ 3 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแม้แต่หลักสูตรในมหาวิทยาลัยเดียวกัน จำนวนรับ จำนวนสมัคร และคะแนนต่ำสุดก็แตกต่างกันมาก เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีทั้งหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ที่รับ 140 คน สมัคร 1,122 คน และกายภาพบำบัดที่รับ 56 คน สมัคร 1,134 คน ขณะที่เกณฑ์และคะแนนของแต่ละหลักสูตรก็แตกต่างกัน

 

ดังนั้นการเลือกคณะที่รอบคอบควรเริ่มจากคำถาม 3 ข้อ

 

“คะแนนเราไหวไหม”

 

“เราเรียนวิชาของคณะนี้ไหวไหม”

 

และที่สำคัญที่สุดคือ

 

“ถ้าเรียนต่อเนื่องอีกหลายปี เราจะยังอยากเรียนสิ่งนี้อยู่หรือเปล่า”

 

ถ้าตอบได้ครบทั้งสามข้อ การเลือกคณะจะไม่ได้เป็นเพียงการเลือกที่ที่คะแนนพอถึง แต่เป็นการเลือกเส้นทางที่มีโอกาสเรียนจนจบและนำไปต่อยอดในชีวิตจริงได้มากกว่า

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย7 ตัวอย่างโรงเรียนมีหอพัก แต่ละแห่งดูแลนักเรียนต่างกันอย่างไรกระแสโซเชียลถกหัก "เบี้ยวหนี้ กยศ. ติดเครดิตบูโรหรือไม่?"เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนจังหวัดไหน รวยที่สุดในไทย? ไม่ใช่กรุงเทพฯทำไมแท็กซี่ไทยมีหลายสี และสีรถบอกอะไรผู้โดยสารบ้าง?ทำไมแบตใกล้เต็มแล้วชาร์จช้าลง? ช่วง 80–100% ไม่ได้เร็วเท่าตอนแรกเสมอไปเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทเปิด 5 ประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียน ต่อมากที่สุด อันดับ 1 มีนักเรียนไทย นับหมื่นคน!5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
กระแสโซเชียลถกหัก "เบี้ยวหนี้ กยศ. ติดเครดิตบูโรหรือไม่?"ทำไมแบตใกล้เต็มแล้วชาร์จช้าลง? ช่วง 80–100% ไม่ได้เร็วเท่าตอนแรกเสมอไป7 ตัวอย่างโรงเรียนมีหอพัก แต่ละแห่งดูแลนักเรียนต่างกันอย่างไรทำไมแท็กซี่ไทยมีหลายสี และสีรถบอกอะไรผู้โดยสารบ้าง?ส่องสถิติ & ความน่าจะเป็น “เลขท้าย 2 ตัวล่าง” งวด 16 กันยายน 2569... งวดนี้ตัวไหนมีแววมาวิน?LINE ID อยู่ตรงไหน? เช็กด่วน พร้อมวิธีตั้งค่าให้เพื่อนค้นหาเจอ หลายคนพลาดจุดนี้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 ตัวอย่างโรงเรียนมีหอพัก แต่ละแห่งดูแลนักเรียนต่างกันอย่างไรเรียนและใช้ชีวิตได้ครบ เปิด 7 มหาวิทยาลัยเด่นด้านสิ่งอำนวยความสะดวกทำไมแท็กซี่ไทยมีหลายสี และสีรถบอกอะไรผู้โดยสารบ้าง?การถ่ายภาพข่าว ... ไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์ แต่คือการบันทึกเรื่องราวขององค์กร
ตั้งกระทู้ใหม่