เปิดประวัติ “โรงแรมตรัง” จากโรงแรมใหญ่ประจำเมือง สู่ตึกร้างที่คนตรังอยากเห็นคืนชีวิตอีกครั้ง
กลางเมืองตรังมีอาคารแห่งหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำของเมือง แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาคารแห่งนี้กลับค่อย ๆ เงียบลง จนกลายเป็นภาพที่แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ โรงแรมตรัง
โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ใกล้กับหอนาฬิกาตรังและสำนักงานเทศบาลนครตรัง จนเทศบาลเคยระบุว่าโรงแรมตรังเป็นทั้งอาคารทรงคุณค่าและจุดยุทธศาสตร์ของเมือง เพราะพื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตรัง
โรงแรมที่เกิดขึ้นในยุคเมืองกำลังเติบโต
โรงแรมตรังเริ่มก่อสร้างในช่วงประมาณ พ.ศ. 2505–2506 หรือมากกว่า 60 ปีก่อน โดยข้อมูลจากเวทีรับฟังความคิดเห็นของเมืองตรังระบุว่า อาคารถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับหอนาฬิกาตรัง และกลายเป็นโครงการขนาดใหญ่ของเมืองในยุคนั้น
รูปแบบอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ตามยุค เน้นประโยชน์ใช้สอย มีระเบียงที่สามารถมองเห็นบรรยากาศของเมือง และมีการก่อสร้างขยายตัวตามแนวถนนวิเศษกุลและถนนพระราม 6
พื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นพื้นที่การประปาเก่า และยังมีหอพักน้ำคอนกรีตที่หลงเหลือเป็นหลักฐานของอดีตอยู่ในบริเวณนั้นด้วย
เมื่อมองย้อนกลับไป โรงแรมตรังจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับนักเดินทาง แต่เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเมืองตรังในช่วงที่เศรษฐกิจและการคมนาคมกำลังขยายตัว
จากโรงแรมดัง สู่ทรัพย์สินของเทศบาล
โรงแรมตรังเป็นทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลนครตรัง และในเวลาต่อมาเทศบาลได้ให้เอกชนเข้ามาเช่าดำเนินกิจการ
เอกสารของทางราชการระบุว่าเทศบาลนครตรังเคยทำสัญญาให้บริษัทเอกชนเช่าอาคารโรงแรมตั้งแต่ พ.ศ. 2533 โดยสัญญาแรกมีระยะเวลา 18 ปี ก่อนจะมีการต่อสัญญาในช่วงเวลาต่อมา
ปัญหาเกิดขึ้นในเวลาต่อมาเมื่อผู้เช่ามีปัญหาเรื่องการชำระค่าเช่า จนนำไปสู่การบอกเลิกสัญญาและกระบวนการทางกฎหมายในเวลาต่อมา
เรื่องนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเมื่อกิจการโรงแรมไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ อาคารขนาดใหญ่ใจกลางเมืองก็เริ่มเข้าสู่สภาพที่ไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มที่
อาคารใหญ่ที่ค่อย ๆ ถูกลืม
เวลาผ่านไปหลายปี โรงแรมตรังไม่ได้กลับมาเป็นโรงแรมที่คึกคักเหมือนในอดีต อาคารเริ่มทรุดโทรม และบางส่วนของอาคารมีสภาพแตกร้าว
เทศบาลนครตรังระบุว่าการปล่อยให้อาคารอยู่ในสภาพดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเมือง แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวด้วย
ในปี 2566 มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของอาคาร ทั้งแนวทางปรับปรุง ซ่อมแซม พัฒนาใหม่ หรือรื้อถอน โดยเสียงจากประชาชนมีความเห็นแตกต่างกันอย่างมาก
บางคนมองว่าอาคารเก่าควรถูกเก็บไว้เพราะเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของเมือง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าการปรับปรุงอาคารที่มีอายุมากและทรุดโทรมอาจไม่คุ้มค่า และการรื้อแล้วสร้างสิ่งใหม่อาจตอบโจทย์เมืองมากกว่า
ทำไมโรงแรมแห่งนี้ถึงยังมีความหมายกับคนตรัง
เหตุผลสำคัญคือทำเลของโรงแรมไม่ได้อยู่ห่างจากเมือง แต่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ผู้คนมองเห็นอยู่ทุกวัน
โรงแรมตรังอยู่ใกล้หอนาฬิกาตรัง ซึ่งเป็นจุดหมายตาสำคัญของเมือง และอยู่ใกล้สำนักงานเทศบาล อาคารเก่า และพื้นที่เศรษฐกิจของเมือง
เอกสารเกี่ยวกับเมืองเก่าตรังระบุว่าหอนาฬิกาตรังสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2504 และเป็นหนึ่งในจุดหมายตาที่โดดเด่นของเมือง ส่วนพื้นที่โดยรอบยังมีอาคารเก่าและสถาปัตยกรรมที่สะท้อนพัฒนาการของตรังในอดีต
เพราะฉะนั้น โรงแรมตรังจึงไม่ได้เป็นอาคารโดด ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพเมืองเก่าที่อยู่ร่วมกับสถานที่สำคัญหลายแห่ง
เคยมีความพยายามจะชุบชีวิตอีกครั้ง
เมื่อปัญหาอาคารร้างกลายเป็นประเด็นของเมือง เทศบาลนครตรังจึงว่าจ้างที่ปรึกษาให้ตรวจสอบโครงสร้าง ศึกษาความเหมาะสม และออกแบบแนวทางพัฒนาอาคาร
หนึ่งในแนวคิดคือการนำพื้นที่กลับมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านเชิงพาณิชย์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็มีการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
แต่ปัญหาสำคัญคืออาคารมีอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว และมีสภาพทรุดโทรมหลายส่วน การฟื้นฟูจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ปัจจุบันยังเป็นคำถามว่า “จะเก็บไว้หรือรื้อทิ้ง”
ในปี 2568 เทศบาลนครตรังยังระบุว่าโรงแรมตรังเป็นหนึ่งในโครงการที่ถูกทิ้งร้างมานาน และกำลังพิจารณาทางเลือกว่าจะปรับปรุง รื้อสร้างใหม่ หรือเปลี่ยนพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น โดยอาคารมีขนาด 3 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ใจกลางเมืองใกล้หอนาฬิกา
นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าการมองว่าโรงแรมแห่งหนึ่ง “ร้าง” เพราะเบื้องหลังอาคารเก่าแห่งนี้มีทั้งประวัติศาสตร์ของเมือง การลงทุนของภาคเอกชน ปัญหาการบริหารทรัพย์สินของเทศบาล และความทรงจำของคนในพื้นที่
จากอาคารที่เคยเป็นโรงแรมใหญ่ประจำเมือง วันนี้มันกลับกลายเป็นคำถามสำคัญว่า ตรังควรเก็บอดีตเอาไว้มากแค่ไหน และควรเปลี่ยนพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นอะไรในอนาคต
เพราะบางครั้งตึกร้างไม่ได้หมายความว่าไม่มีคุณค่า แต่เป็นเพียงสถานที่ที่ยังไม่มีใครตัดสินใจว่าจะให้มันมีบทบาทอะไรต่อไป
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
รู้หรือไม่? สมาร์ตโฟนพังๆ ในบ้านคุณ มี “ทองคำแท้” ซ่อนอยู่! ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขุมทรัพย์ยุคใหม่ที่หลายคนมองข้าม
เลข 3 มาแรง! เปิดแนวทาง “เจ้าพ่อปากแดง” งวด 16 ต.ค. 69
4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกัน
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
เปิด 5 รุ่น ม้วนเทปคาสเซ็ตต์เปล่า เกรด Metal ที่ราคาประมูลสูงลิ่ว
ถอดรหัสลับหน้าปกสลากฯ งวด 16 ตุลาฯ 69: “บ้านท่าข้ามควาย” พามูฟออนสู่เศรษฐีใหม่
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
10 สิ่งของที่คนแก่ชอบมากที่สุด ต่อให้ผ่านไปกี่ปี ในบ้านก็ยังต้องมี
รถยนต์สุดแกร่งลุยน้ำ ถึกทน ราคาเท่าไหร่กันบ้าง คันไหนจับต้องได้?
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
เปิด 5 รุ่น ม้วนเทปคาสเซ็ตต์เปล่า เกรด Metal ที่ราคาประมูลสูงลิ่ว
รู้หรือไม่? สมาร์ตโฟนพังๆ ในบ้านคุณ มี “ทองคำแท้” ซ่อนอยู่! ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขุมทรัพย์ยุคใหม่ที่หลายคนมองข้าม
กล้อง 360 รุ่นไหนดี 2026? รวม 5 รุ่นน่าสนใจสำหรับ Vlog ท่องเที่ยว และสายลุย
เลข 3 มาแรง! เปิดแนวทาง “เจ้าพ่อปากแดง” งวด 16 ต.ค. 69
เสื้อออกกำลังกาย “ซักแล้วไม่เหม็น” แต่พอใส่จนตัวอุ่น กลิ่นออกมาอีกได้ยังไง?
เสี้ยววินาทีของธรรมชาติ ที่ไม่มีการแจ้งเตือนก่อนที่จะเกิด โคลนน้ำบนหุบเขาเชี่ยวเข้าหมู่บ้าน

