เปิดเบื้องหลัง 5 อุโมงค์ถนนที่ต้องเจาะผ่านภูเขา วิศวกรต้องรับมือกับอะไรบ้าง
เปิดเบื้องหลัง 5 อุโมงค์ถนนที่ต้องเจาะผ่านภูเขา วิศวกรต้องรับมือกับอะไรบ้าง
เวลาเราขับรถผ่านอุโมงค์ สิ่งที่เห็นอาจมีเพียงถนนเส้นหนึ่งที่หายเข้าไปในภูเขาไม่กี่นาที แต่เบื้องหลังอุโมงค์หนึ่งแห่งกลับเต็มไปด้วยงานวิศวกรรมที่ต้องคำนวณตั้งแต่สภาพหิน น้ำใต้ดิน การทรุดตัว ไปจนถึงระบบระบายอากาศและความปลอดภัย
ประเทศไทยเองมีภูมิประเทศเป็นภูเขาจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ ทำให้แนวคิดการเจาะภูเขาเพื่อทำถนนถูกนำมาศึกษาในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม อุโมงค์ถนนแบบ “เจาะทะลุภูเขา” บนทางหลวงแผ่นดินสายหลักยังถือเป็นงานที่มีความซับซ้อนสูง กรมทางหลวงจึงได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการวางแผน สำรวจ ออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษาอุโมงค์
1. อุโมงค์ทางเลี่ยงเมืองกระบี่ – เจาะภูเขาเพื่อหลบพื้นที่ลาดชัน
หนึ่งในโครงการที่น่าสนใจที่สุดคืออุโมงค์บนโครงการทางเลี่ยงเมืองกระบี่ ซึ่งกรมทางหลวงวางแผนก่อสร้างอุโมงค์ทะลุภูเขาประมาณ 1 กิโลเมตร เนื่องจากแนวเส้นทางมีความลาดชันสูง หากใช้วิธีตัดภูเขาออกทั้งหมดจะเกิดปริมาณงานดินตัดจำนวนมากและอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แผนงานระบุว่าจะมีอุโมงค์สำหรับรถยนต์ 2 ช่อง และอุโมงค์สำหรับรถจักรยานยนต์อีก 1 ช่อง โดยในระยะแรกออกแบบให้มี 2 ช่องจราจร ก่อนสามารถขยายในอนาคตได้
จุดที่น่าสนใจคือ การสร้างอุโมงค์ไม่ได้แปลว่าแค่เจาะรูเข้าไปในภูเขาแล้วทำผิวถนน แต่ต้องศึกษาชั้นหินและสภาพใต้ดินก่อน เพราะหากเจอหินที่แตกร้าวมาก ชั้นดินอ่อน หรือมีน้ำใต้ดินจำนวนมาก วิธีการขุดและการค้ำยันจะต้องเปลี่ยนไปตามสภาพจริงที่พบหน้างาน
2. แนวอุโมงค์ตาก–แม่สอด – ภูเขาสูงกับเส้นทางที่คดเคี้ยว
เส้นทางตาก–แม่สอดเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เคยมีการศึกษาแนวคิดการเจาะอุโมงค์เพื่อแก้ปัญหาเส้นทางภูเขา โดยเฉพาะบริเวณดอยรวกซึ่งมีลักษณะสูงชันและคดเคี้ยว
โครงการที่เคยศึกษาในอดีตมีการเปรียบเทียบแนวทางเลือกสำหรับอุโมงค์ และในบางแนวคิดมีการพูดถึงอุโมงค์หลายแห่งเพื่อช่วยลดระยะทางและความลาดชันของเส้นทาง
เหตุผลที่ต้องพิจารณาอุโมงค์ก็เพราะการตัดถนนผ่านภูเขาโดยตรงอาจทำให้ต้องสร้างทางโค้งจำนวนมาก ขณะที่การเจาะผ่านภูเขาสามารถทำให้แนวเส้นทางตรงขึ้นและลดความชันได้ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือค่าก่อสร้างและความซับซ้อนด้านธรณีวิทยาสูงขึ้นอย่างมาก
3. อุโมงค์ในพื้นที่ภูเขาภาคเหนือ – ปัญหาไม่ได้อยู่แค่หินแข็ง
การทำอุโมงค์ในพื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือมีความท้าทายจากภูมิประเทศที่ซับซ้อน โดยวิศวกรต้องสำรวจทั้งชั้นดิน ชั้นหิน แนวรอยแตก และน้ำใต้ดิน
กรมทางหลวงมีหน่วยงานด้านธรณีวิศวกรรมที่รับผิดชอบการสำรวจชั้นดินและหินในระดับลึก รวมถึงการเจาะสำรวจเพื่อศึกษาสภาพทางธรณีวิทยาและน้ำใต้ดินก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการออกแบบ
สาเหตุที่เรื่องนี้สำคัญมากคือ ภูเขาไม่ได้มีเนื้อหินเหมือนกันทั้งลูก บางช่วงอาจเป็นหินแข็งที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี แต่บางช่วงอาจมีรอยแตกหรือมีน้ำแทรกอยู่ หากประเมินผิด โครงสร้างที่ใช้ค้ำยันอุโมงค์ก็อาจต้องปรับเปลี่ยนทันทีเมื่อเริ่มขุดจริง
4. อุโมงค์บริเวณเส้นทางภูเขาที่ต้องรับมือกับน้ำใต้ดิน
อีกปัญหาที่วิศวกรมองข้ามไม่ได้คือน้ำ เพราะภูเขาไม่ได้แห้งอยู่ตลอดเวลา น้ำฝนสามารถซึมลงตามรอยแตกของหินและไหลเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างได้
หากน้ำใต้ดินมีปริมาณมาก การขุดอุโมงค์อาจต้องใช้ระบบระบายน้ำและวิธีควบคุมน้ำที่เหมาะสม รวมถึงต้องตรวจสอบว่าการขุดจะเปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำใต้ดินหรือไม่
กรมทางหลวงระบุว่างานธรณีวิศวกรรมต้องศึกษาผลกระทบจากน้ำใต้ดินและสภาพทางธรณีวิทยา รวมถึงพัฒนาเทคนิคสำหรับงานอุโมงค์ใต้ดินและการก่อสร้างอุโมงค์ผ่านเขาโดยเฉพาะ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวิศวกรไม่สามารถกำหนดวิธีขุดแบบเดียวตลอดทั้งอุโมงค์ได้ เพราะเมื่อเจอสภาพหินและน้ำที่แตกต่างกัน วิธีค้ำยันและการก่อสร้างก็ต้องปรับตามสถานการณ์
5. อุโมงค์ภูเขาในอนาคต – ความยากไม่ได้จบเมื่อเจาะทะลุสำเร็จ
เมื่อเจาะอุโมงค์ทะลุภูเขาได้แล้ว งานสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือทำให้อุโมงค์ปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน
ภายในอุโมงค์ต้องมีระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง ระบบระบายอากาศ ป้ายและสัญญาณจราจร รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะกับลักษณะอุโมงค์
กรมทางหลวงเองมีการพัฒนาองค์ความรู้ตั้งแต่การวางแผน สำรวจ ออกแบบ บริหารสัญญา ก่อสร้าง ประเมินราคา ตรวจสอบ ไปจนถึงการบำรุงรักษาอุโมงค์ เพราะอุโมงค์หนึ่งแห่งต้องถูกดูแลต่อเนื่องหลังเปิดใช้งาน ไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วจบ
แล้ววิศวกรต้องเจอกับอะไรบ้างตอนเจาะภูเขา
สิ่งที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งคือ “สภาพจริงอาจไม่เหมือนแบบจำลองทั้งหมด” แม้จะมีการเจาะสำรวจและทำแผนที่ทางธรณีวิทยาก่อนเริ่มโครงการ แต่ภูเขาที่มีความยาวหลายร้อยเมตรหรือหลายกิโลเมตรอาจมีชั้นหินแตกต่างกันไปตลอดแนว
เมื่อเริ่มขุดจริง วิศวกรจึงต้องตรวจสอบสภาพหน้าขุดอย่างต่อเนื่อง หากพบหินที่แตกร้าวหรือมีแนวโน้มไม่มั่นคง อาจต้องใช้ระบบค้ำยัน เช่น สลักเกลียวหิน เหล็กค้ำ และคอนกรีตพ่น เพื่อช่วยพยุงผิวอุโมงค์ ขณะที่บางพื้นที่อาจต้องใช้มาตรการเสริมความมั่นคงมากขึ้น
นอกจากเรื่องภูเขาแล้ว ยังมีเรื่องการสั่นสะเทือนจากการก่อสร้าง การขนย้ายหินออกจากอุโมงค์ การระบายอากาศระหว่างทำงาน ฝุ่น เสียง น้ำ และความปลอดภัยของคนงาน ซึ่งทั้งหมดต้องบริหารไปพร้อมกัน
ท้ายที่สุด อุโมงค์ถนนจึงไม่ได้เป็นเพียง “ทางลัดผ่านภูเขา” แต่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยทั้งวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมธรณีวิทยา งานระบบ และการบริหารความปลอดภัยร่วมกัน
สำหรับประเทศไทย งานลักษณะนี้กำลังกลายเป็นองค์ความรู้ที่มีความสำคัญมากขึ้น เพราะหากในอนาคตมีการสร้างถนนผ่านภูเขามากขึ้น การเลือกว่าจะ “อ้อมภูเขา ตัดภูเขา หรือเจาะภูเขา” ต้องคำนวณทั้งต้นทุน ความปลอดภัย ระยะทาง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เลือกจากระยะทางที่สั้นที่สุดเพียงอย่างเดียว
เปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
4 จังหวัดยอดนิยม ที่ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวและอาศัยมากที่สุด
ทำไมเครื่องจักรก่อสร้างส่วนใหญ่จึงเป็น “สีเหลือง”?
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69
จังหวัดรวยที่สุดในไทย คำตอบอาจไม่ใช่กรุงเทพฯ และอันดับ 1 ตัวเลขเกือบล้าน!
ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย
เปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีวิทยาเขตมากที่สุด
เลขเด่น 16/9/69 สำนักไหนให้เลขอะไร? เทียบชัด ๆ เลขไหนชนกันหลายสำนัก
3 พิธีกรชื่อดังที่มีค่าตัวแพงมากที่สุด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา
เปิด 5 ถนนสายเก่าที่มีตำนานคนโบกรถ เรื่องเล่ามาจากไหน และมีหลักฐานเกี่ยวกับสถานที่จริงอย่างไร
ย้อนตำนาน "รถเมล์สาย 8" จากสายซิ่งในความทรงจำ สู่บทเรียนระบบขนส่งมวลชนเมืองหลวง
เจาะลึก 5 บ้านร้างที่เคยเป็นข่าวจริง ก่อนกลายเป็นสถานที่ถูกพูดถึงเรื่องผีและความหลอน
เปิดเบื้องลึก “ลัดดาแลนด์” เชียงใหม่ จากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังสู่ตำนานอาถรรพ์ เรื่องไหนจริงเรื่องไหนถูกเล่าต่อ