หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฝนหลวงไม่ได้สั่งเมฆให้ตก แต่ช่วยให้เมฆที่มีอยู่แล้วรวมตัวเป็นฝน

เขียนโดย nattawat25800

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เวลาพูดถึง ฝนหลวง หลายคนจินตนาการว่าเครื่องบินบินขึ้นไปแล้วโปรยอะไรสักอย่าง จากนั้นฝนก็เทลงมาตามสั่งทันที ความจริงละเอียดกว่านั้นมาก เพราะไม่มีใครสร้างไอน้ำหรือก้อนเมฆขึ้นมาจากอากาศว่างเปล่าได้ หน้าที่ของฝนหลวงคือใช้ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาเข้าไปช่วยให้เมฆที่มีความชื้นและมีโอกาสพัฒนาอยู่แล้ว รวมตัวกันจนเกิดฝนในพื้นที่เป้าหมาย

แนวคิดนี้เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ พ.ศ. 2498 เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและช่วยพื้นที่เกษตรกรรม ต่อมาจึงพัฒนาเป็นภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรที่ต้องอาศัยทั้งนักอุตุนิยมวิทยา นักบิน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน และข้อมูลสภาพอากาศแบบวันต่อวัน

เริ่มจากดูฟ้าก่อน ไม่ใช่เห็นแล้งแล้วบินทันที

ก่อนเครื่องบินจะออกปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ต้องวิเคราะห์ความชื้น ลม อุณหภูมิ ความสูงของฐานเมฆ และทิศทางที่ก้อนเมฆจะเคลื่อน หากอากาศแห้งเกินไป ไม่มีเมฆที่เหมาะสม หรือลมพัดแรงจนคาดการไม่ได้ การบินโปรยสารก็อาจไม่ให้ผลตามต้องการ

จุดนี้ทำให้เข้าใจได้ว่า ฝนหลวงไม่ใช่ปุ่มกดเรียกฝน และไม่ใช่คำตอบเดียวของการขาดแคลนน้ำ การเลือกพื้นที่เป้าหมายจึงต้องดูทั้งสภาพอากาศและความต้องการน้ำของพื้นที่ เช่น พื้นที่เกษตร แหล่งน้ำ หรืออ่างเก็บน้ำ

ก่อกวน เลี้ยงให้อ้วน แล้วจึงโจมตี

ชื่อขั้นตอนฟังแล้วจำง่าย แต่เบื้องหลังคือฟิสิกส์ของเมฆ ขั้นแรกเรียกว่า ก่อกวน เป็นการกระตุ้นให้เกิดหรือเพิ่มการรวมตัวของความชื้น จากนั้นคือ เลี้ยงให้อ้วน เพื่อช่วยให้เมฆเจริญตัว มีปริมาณน้ำและขนาดมากพอ เมื่อเมฆอยู่ในสภาพที่เหมาะ จึงเข้าสู่ขั้น โจมตี เพื่อเร่งให้ละอองน้ำหรือผลึกน้ำแข็งรวมตัวจนมีน้ำหนักมากพอจะตกลงมาเป็นฝน

สารที่ใช้และวิธีโปรยไม่ได้ตายตัว เพราะเมฆอุ่นกับเมฆเย็นต้องใช้หลักการต่างกัน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนระดับความสูง ชนิดสาร ปริมาณ และจังหวะบินให้สอดคล้องกับเมฆในวันนั้น ภาพนี้เป็นภาพประกอบสร้างขึ้น เพื่ออธิบายลักษณะการทำงานเท่านั้น

ถ้าฝนตก ก็ไม่ได้แปลว่าเกิดจากเครื่องบินทั้งหมด

นี่คือเรื่องที่ควรมองอย่างตรงไปตรงมา เมฆอาจให้ฝนเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ต่อให้ปฏิบัติการถูกต้อง ฝนอาจตกไม่ตรงจุดที่หวังหรือไม่ตกเลย เพราะลมและสภาพชั้นบรรยากาศเปลี่ยนได้ตลอดเวลา การประเมินผลจึงต้องติดตามพื้นที่ฝนตก ปริมาณน้ำฝน และผลต่อแหล่งน้ำ ไม่ใช่มองเพียงว่าบินแล้วเห็นเมฆดำ

แต่ในวันที่เงื่อนไขเหมาะสม ฝนหลวงมีความหมายมากกว่าภาพเครื่องบินบนท้องฟ้า มันคือความพยายามเพิ่มโอกาสให้พื้นที่ที่กำลังรอน้ำได้รับฝน ในช่วงที่ทุกหยดมีผลต่อพืชผล น้ำใช้ และระดับน้ำต้นทุนของชุมชน

เพราะฉะนั้น ถ้าให้สรุปสั้นที่สุด ฝนหลวงคือการทำงานร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่การบังคับธรรมชาติ ต้องมีเมฆ มีความชื้น มีลมที่เอื้อ และมีทีมที่อ่านสภาพฟ้าได้แม่นพอ เมื่อองค์ประกอบมาครบ เครื่องบินหนึ่งลำจึงอาจช่วยเปลี่ยนเมฆก้อนหนึ่งให้กลายเป็นฝนที่คนทั้งพื้นที่กำลังรอได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“แผนที่โลกกำลังเปลี่ยนไป” เมื่อสหประชาชาติสนับสนุนแผนที่ที่สะท้อนขนาดของทวีปได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น“เห็ดระโงกหิน” (Death Cap) เห็ดพิษร้ายแรงที่อันตรายที่สุดชนิดหนึ่งของโลกเปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญาเปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัดทำไมเครื่องจักรก่อสร้างส่วนใหญ่จึงเป็น “สีเหลือง”?ความลับของ "บัวน้ำเงินแห่งไนล์" : พืชกล่อมประสาทที่เคยมนต์สะกดอียิปต์โบราณเมื่อชีวิตมืดแปดด้าน ลองใช้ 5 วิธีคิดนี้พาตัวเองไปต่อ5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศเปิด 7 อาชีพในไทยที่รายได้ดี แต่คนทั่วไปแทบไม่รู้ว่ามีอาชีพนี้10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“แผนที่โลกกำลังเปลี่ยนไป” เมื่อสหประชาชาติสนับสนุนแผนที่ที่สะท้อนขนาดของทวีปได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นความลับของ "บัวน้ำเงินแห่งไนล์" : พืชกล่อมประสาทที่เคยมนต์สะกดอียิปต์โบราณทำไม "ตู้คอนเทนเนอร์" ส่วนใหญ่ถึงต้องทำเป็นลอนคลื่น ไม่ทำแผ่นเรียบ?🤔 ไขข้อสงสัย! ทำไม “แห้ว” ถึงกลายเป็นคำที่หมายถึง “ผิดหวัง” ทั้งที่จริง ๆ แล้วกินก็อร่อย?เด็กจีนร้องไห้โดนแม่สั่งให้ทำการบ้าน ลั่น! เรียนหนักแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นทาสคนรวยอยู่ดี😯 ชวนเข้ามาดูภาพที่จะพิสูจน์ว่าสิ่งไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา 😁
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ดาวแมกนีตาร์…ซากดาวฤกษ์ขนาดเท่าเมือง แต่มีสนามแม่เหล็กทรงพลังที่สุดในจักรวาล🪐 ดาวเสาร์ไม่ได้มีแค่ “หกเหลี่ยม” ทางเหนือ — ตอนนี้เจอคลื่นคล้าย “สิบเหลี่ยม” ทางใต้ด้วยย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทยโลกที่เราลืม: ทำไม "พญาช้างงายาว" ถึงหายไปจากความทรงจำของมนุษย์?
ตั้งกระทู้ใหม่