หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ยุคที่โทร PCT ครั้งละ 3 บาท แล้วคาสายกับแฟนจนเช้า

เขียนโดย ยายขี้บ่น

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

มีเสียงหนึ่งที่คนยุคนี้อาจไม่เคยได้ยิน คือเสียงเงียบ ๆ ปลายสายหลังจากคุยกันมาหลายชั่วโมง จนต่างคนต่างไม่มีเรื่องจะเล่าแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมวางโทรศัพท์ เพราะแค่รู้ว่าอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนั้นก็พอ

สำหรับหลายคน PCT ไม่ได้เป็นเพียงโทรศัพท์ไร้สายเครื่องใหญ่ที่มีเสายื่นออกมา มันคือบัตรผ่านไปสู่โลกส่วนตัวในยุคที่มือถือยังไม่ใช่ของติดมือ และค่าโทรศัพท์ยังเป็นเรื่องที่ต้องคอยลุ้นกับบิลสิ้นเดือน

คำว่า โทรครั้งละ 3 บาท ฟังดูเล็กมากในวันนี้ แต่ในเวลานั้นมันให้ความรู้สึกเหมือนได้สิทธิ์พิเศษ ได้โทรหาแฟนโดยไม่ต้องนั่งนับนาที ไม่ต้องรีบตัดบทว่า “แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวค่าโทรแพง”

พอค่าบริการถูกและเป็นแบบเหมาจ่ายต่อครั้งตามแพ็กเกจที่หลายคนจำได้ การโทรจึงยืดออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ เริ่มจากถามว่ากินข้าวหรือยัง ต่อด้วยเล่าเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องเพื่อน เรื่องที่บ้าน แล้ววนกลับมาถามอีกทีว่า “ง่วงยัง” ทั้งที่ตัวเองง่วงจนตาจะปิดแล้ว

คุยจนไม่มีเรื่องคุย แต่ก็ยังไม่ตัดสาย

ความพิเศษของการคาสายไม่ใช่บทสนทนาที่เข้มข้นตลอดคืน ตรงกันข้าม ช่วงเวลาที่จำได้ชัดที่สุดมักเป็นช่วงเงียบ มีเสียงพัดลม เสียงพลิกตัว เสียงไอเบา ๆ หรือเสียงคนปลายสายตอบช้าลงเรื่อย ๆ เพราะกำลังจะหลับ

บางคู่ใช้สายโทรศัพท์แทนการบอกว่า “คิดถึง” ไม่ต้องพูดหวานมาก แค่ต่างคนต่างทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือเตรียมของไปเรียน โดยมีเสียงหายใจอีกฝั่งคาอยู่ในหู ก็เหมือนนั่งอยู่ห้องเดียวกันแล้ว

แน่นอนว่าคนในบ้านไม่ได้อินด้วยเสมอไป พ่อแม่อาจเดินผ่านหน้าห้องแล้วเห็นลูกยังถือเครื่องอยู่ตอนดึก แม่บางบ้านเปิดประตูมามองด้วยสายตาที่แปลได้ทันทีว่า นี่จะคุยถึงเช้าเลยใช่ไหม ส่วนพี่น้องก็อาจบ่น เพราะโทรศัพท์เครื่องนั้นเหมือนถูกยึดไปทั้งคืน

แต่สำหรับวัยรุ่นยุคนั้น การมีโทรศัพท์ส่วนตัวที่พอพาเดินไปหลบคุยตามมุมบ้านได้ ถือว่าเป็นอิสระรูปแบบหนึ่ง ไม่ต้องยืนเกร็งอยู่ข้างโทรศัพท์บ้านกลางห้องรับแขก และไม่ต้องมีทุกคนในบ้านได้ยินทุกประโยค

ทำไมมันโรแมนติกกว่าการแชต

ทุกวันนี้เราส่งข้อความหากันได้ทั้งวัน โทรวิดีโอได้ทันที และเห็นว่าอีกฝ่ายออนไลน์เมื่อไร แต่ความสะดวกก็ทำให้การรอคอยบางอย่างหายไป สมัย PCT จะโทรทีต้องคิดก่อนว่าเขาอยู่บ้านไหม แบตเต็มหรือเปล่า สัญญาณจะหลุดไหม แล้วถ้าสายตัดขึ้นมาจะให้ใครโทรกลับก่อน

ข้อจำกัดพวกนั้นเองที่ทำให้หนึ่งสายดูมีความหมาย เมื่อกดโทรออกแล้วได้ยินเสียงรับสาย ความรู้สึกมันไม่ใช่แค่ “ติดต่อได้” แต่เป็น “วันนี้เราได้เจอกันแล้ว” แม้จะเจอกันผ่านคลื่นสัญญาณก็ตาม

บางคนคาสายจนหลับ ตื่นมาเช้ายังได้ยินเสียงปลายสายอยู่ บางคนวางสายเพราะต้องไปโรงเรียน แล้วรีบโทรใหม่หลังเลิกเรียน วงจรแบบนี้อาจดูตลกเมื่อมองย้อนกลับไป แต่ก็เป็นความตลกที่อบอุ่นมาก

3 บาทในวันนั้นไม่ได้ซื้อแค่เวลาโทร มันซื้อความรู้สึกว่า ต่อให้ไม่ได้อยู่ข้างกันจริง ๆ ก็ยังมีใครสักคนยอมเปิดสายทิ้งไว้จนฟ้าสว่าง

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาโรงเรียนลอยน้ำแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่กลางเขื่อนภูมิพล ทำไมเด็กต้องเรียนบนแพรถเมล์ EV ใหม่ 1,520 คันกำลังมา แล้วคนขึ้นรถเมล์จะได้อะไรเปลี่ยนไปบ้าง?ขูดหินปูนแล้วฟันดูห่างขึ้นจริงไหมทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูงเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา6 พิธีกรชื่อดัง ค่าตัวต่ออีเวนต์แตกต่างกันอย่างไร ใครเรตสูงแค่ไหน?เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท5 อันดับเสียงน่ารำคาญที่สุดในโลก ที่ทำลายประสาทสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อยแนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 16 ก.ย.69..สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!แม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญาขูดหินปูนแล้วฟันดูห่างขึ้นจริงไหมเสลดพันคอไม่ยอมหาย อาจไม่ได้มาจากหวัดอย่างเดียวช่วงที่ทุกคนอยากเริ่มใหม่ บางคนกลับเลือก “ช้าลง” — Slow September คืออะไร?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไฟฟ้าสถิตดึงเศษกระดาษได้อย่างไรทั้งที่ไม่ใช่แม่เหล็กทองคำไม่ใช่แร่เหล็ก แล้วสีเหลืองสว่างมาจากไหนตั๊กแตนตำข้าวไม่ได้ไหว้ใคร มันกำลังพกอาวุธไว้ล่าเหยื่อ5 สัญญาณจากระบบประสาท ที่บอกว่าคุณกำลังโดน "สมองตัวเองหลอก"
ตั้งกระทู้ใหม่