หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ก่อนมีอินเทอร์เน็ต เรานัดกัน หาข้อมูล และไม่หลงทางกันยังไง

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

คำตอบสั้น ๆ คือ เราไม่ได้ใช้ชีวิตช้าจนทำอะไรไม่ทัน แต่เราใช้ ของจริงรอบตัวเป็นระบบช่วยจำ แทนหน้าจอ โทรศัพท์บ้าน สมุดจด ปฏิทินหน้าตู้เย็น แผนที่ กระดาษโน้ต และการบอกต่อปากต่อปากเคยทำหน้าที่คล้ายแชต เสิร์ชเอนจิน และแอปนำทางรวมกันอยู่แล้ว

ความต่างสำคัญคือ หลายเรื่องต้องคิดล่วงหน้า ถ้าจะไปเจอเพื่อนตอนบ่ายสอง ก็ต้องตกลงจุดนัด จุดรอ และแผนสำรองให้ชัดตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน เพราะไปถึงแล้วไม่มีข้อความเด้งมาบอกว่า “รถติด ขอเลื่อน 15 นาที” การมาสายจึงไม่ได้แปลว่าแค่กดส่งสติกเกอร์ขอโทษ แต่หมายถึงอีกฝ่ายอาจยืนรออยู่ใต้เสาไฟจริง ๆ

การนัดหมายเคยเป็นเรื่องจริงจังกว่าที่คิด

บ้านที่มีโทรศัพท์บ้านถือว่าสะดวกมาก เบอร์สำคัญถูกจดไว้ข้างเครื่อง บางบ้านติดสมุดโทรศัพท์เล่มหนาไว้เลย เวลาจะโทรหาเพื่อนก็ต้องจำชื่อผู้ปกครองให้ได้ เผื่อมีคนอื่นรับสายก่อน และต้องกะเวลาให้เหมาะ เพราะสายเดียวกันนั้นอาจมีคนในบ้านรอใช้โทรศัพท์อยู่

ส่วนคนที่อยู่นอกบ้าน ตู้โทรศัพท์สาธารณะคือจุดเชื่อมต่อโลก เหรียญในกระเป๋าไม่ได้มีไว้ซื้อขนมอย่างเดียว แต่คือทุนสำรองเวลาต้องโทรกลับบ้าน บางคนจำวันที่ต้องโทรนัดเพื่อนได้แม่นกว่าวันสอบ เพราะหากพลาดช่วงที่เพื่อนอยู่บ้าน ก็ต้องลองใหม่วันถัดไป

เรื่องเล็กอย่าง “เจอกันหน้าร้าน” จึงมักมีรายละเอียดพ่วงมาเสมอ หน้าร้านไหน ฝั่งไหน ถ้าไม่เจอภายในกี่โมงให้ทำอย่างไร และใครรู้เบอร์ติดต่อของใครอีกบ้าง ฟังดูยุ่ง แต่ระบบนี้ทำให้คนค่อนข้างรักษาคำพูด เพราะการเปลี่ยนแผนกะทันหันสร้างความลำบากให้คนอื่นจริง

บ้านคือศูนย์แจ้งเตือนของครอบครัว

ก่อนจะมีปฏิทินแชร์และแจ้งเตือนในมือถือ ประตูตู้เย็นคือหน้าฟีดของบ้าน บนตู้เย็นอาจมีตารางเรียน ใบนัดหมอ เบอร์โทรฉุกเฉิน รายชื่อของที่ต้องซื้อ หรือโน้ตว่าใครกลับกี่โมง ข้อมูลไม่เด้งขึ้นมาเอง คนในบ้านต้องเดินไปอ่าน และการติดกระดาษไว้ในที่ทุกคนผ่านจึงเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลมาก

โทรศัพท์บ้านก็ไม่ได้เป็นของส่วนตัวแบบทุกวันนี้ เสียงเรียกเข้าดังขึ้นทีเดียวทั้งบ้านรู้ว่าใครบางคนกำลังมีธุระ พ่อแม่มักถามว่าใครโทรมา เด็กบางคนถูกสอนให้รับโทรศัพท์อย่างสุภาพ และข่าวสำคัญจำนวนมากเดินทางผ่านคนกลาง เช่น แม่รับสายแทนลูก แล้วบอกต่ออีกทีตอนลูกกลับจากโรงเรียน

มันอาจไม่สะดวกเท่าการส่งข้อความ แต่ก็ทำให้การติดต่อมี จังหวะของมันเอง เราไม่คาดหวังคำตอบทันทีทุกนาที และเข้าใจโดยธรรมชาติว่าอีกฝ่ายอาจกำลังกินข้าว อาบน้ำ ขับรถ หรือยังไม่กลับบ้าน

อยากรู้เรื่องอะไร ต้องออกแรงค้นหา

เวลาสงสัยว่าโรคนี้คืออะไร ประเทศนี้อยู่ตรงไหน หรือดาราคนหนึ่งเคยเล่นหนังเรื่องใด คำตอบไม่ได้อยู่ปลายนิ้วทันที เราไปห้องสมุด เปิดสารานุกรม อ่านหนังสือพิมพ์เก่า ถามครู ถามผู้ใหญ่ หรือโทรศัพท์ไปถามคนที่น่าจะรู้

บัตรรายการในห้องสมุดเคยทำหน้าที่เหมือนช่องค้นหา แต่ต้องรู้คำสำคัญพอสมควร แล้วค่อยไล่หาตู้ ไล่เลขหมวด และเดินไปตามชั้นหนังสือ ความรู้จึงมาพร้อมความบังเอิญเสมอ ไปหาเรื่องหนึ่งแล้วเจออีกเล่มที่น่าสนใจกว่า บางครั้งเสียเวลาครึ่งวันเพื่อคำตอบหนึ่งบรรทัด แต่ก็มักจำได้แม่นเพราะเป็นคนลงมือหาเอง

สมัยนั้นไม่ได้ไม่มีข้อมูล เราแค่ต้องรู้ว่าจะไปถามใคร และไปหาได้ที่ไหน

ข่าวสารก็ไม่ได้หายไปไหน วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ นิตยสาร และคนขายหน้าปากซอยทำหน้าที่ของตัวเอง เพียงแต่ข่าวจะมาถึงเราเป็นรอบ ๆ ไม่ได้ไหลมาไม่มีวันจบเหมือนฟีดในปัจจุบัน การพลาดข่าวหนึ่งวันจึงไม่รู้สึกเหมือนหลุดออกจากโลก

การเดินทางพึ่งแผนที่และความกล้าถาม

ก่อนแอปนำทาง คนขับรถมักมีแผนที่เล่มใหญ่หรือแผนที่พับไว้ในรถ เส้นทางไกลต้องดูคร่าว ๆ ก่อนออกเดินทาง แล้วค่อยอาศัยป้ายบอกทาง ปั๊มน้ำมัน ร้านค้า และคนท้องถิ่นระหว่างทาง ถ้าหลงก็ต้องยอมรับว่าหลง แล้วถามด้วยประโยคคลาสสิกว่า “ไปทางนี้ถึงไหมครับ”

ผลคือคนจำนวนไม่น้อยจำเส้นทางเก่ง รู้ว่าต้องเลี้ยวหลังสะพาน ผ่านตลาด เจอร้านอะไหล่แล้วชิดซ้าย หรือถ้าฝนตกให้เลี่ยงถนนเส้นไหน ความจำถูกผูกกับกลิ่นร้านก๋วยเตี๋ยว ป้ายสีซีด และต้นไม้ริมทาง ไม่ใช่แค่เส้นสีน้ำเงินบนจอ

แน่นอนว่าอดีตไม่ได้โรแมนติกไปหมด การติดต่อฉุกเฉินช้ากว่า การตามหาข้อมูลยากกว่า และคนที่อยู่ไกลหรือไม่มีโทรศัพท์เข้าถึงโอกาสน้อยกว่า อินเทอร์เน็ตทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะเรื่องงาน การเรียน การแพทย์ และการติดต่อกับคนที่เรารัก

แต่สิ่งที่น่าหวนคิดไม่ใช่ว่าเราควรกลับไปอยู่แบบเดิมหรือไม่ แต่อาจเป็นทักษะบางอย่างที่เคยติดตัวเราโดยไม่รู้ตัว เช่น การวางแผนก่อนออกจากบ้าน การรออย่างไม่ตื่นตระหนก การถามคนแปลกหน้าอย่างสุภาพ และการคุยกับคนที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ต้องมีเหตุผลจากการแจ้งเตือน

ทุกวันนี้เราเปิดอินเทอร์เน็ตแล้วรู้ได้แทบทุกอย่างในไม่กี่วินาที แต่บางครั้งการนึกถึงยุคสมุดเบอร์โทรศัพท์กับจุดนัดพบก็เตือนว่า ชีวิตเคยเดินหน้าได้ดี แม้ไม่มีใครออนไลน์ตลอดเวลา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ซากไททานิกจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ก่อนทะเลค่อย ๆ กลืนกินมันเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทเปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาแม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำ7 ปรากฏการณ์แปลกๆ บนร่างกายมนุษย์ ที่วิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้!เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญาทำไมน้ำเกลือจึงใช้ล้างแผลได้โดยไม่แสบเหมือนแอลกอฮอล์ทำไมลิงลพบุรีถึงดูดุเมื่อเจอคนและของกินสัตว์ที่เราเคยถามว่าเกิดมาทำไม อาจกำลังทำงานแทนโลกอยู่เงียบ ๆโรงแรมดังในอดีต หายไปไหน? ย้อนดู 3 ตำนาน วันนี้พื้นที่เดิมกลายเป็นอะไรไข่มุกในหอยแท้จริงแล้วเกิดจากสิ่งแปลกปลอม5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
แปรงฟันวันละกี่ครั้งถึงพอดี คำตอบไม่ใช่ยิ่งบ่อยยิ่งดีไก่บ้านเนื้อเหนียวเพราะมันใช้ชีวิตมากกว่าไก่ทั่วไปเปิด5โรงแรมตัวท็อปที่คู่รักนิยมไปจัดงานแต่งมากที่สุดในประเทศไทยขูดหินปูนแล้วฟันดูห่างขึ้นจริงไหม
ตั้งกระทู้ใหม่