หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คู่มือออกงานสังคมฉบับ Introvert คุยให้เฟรนด์ลี่ แล้วกลับบ้านแบบไม่ฝืนตัวเอง

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

บางคนเห็นคำว่า “งานเลี้ยง” แล้วนึกถึงของอร่อย เพลงสนุก และโอกาสเจอเพื่อน ส่วนคนเก็บตัวจำนวนไม่น้อยจะเริ่มคิดต่อทันทีว่า ต้องคุยกับใครบ้าง อยู่ถึงกี่โมงดี แล้วมีมุมเงียบ ๆ ให้พักหายใจหรือเปล่า

การใช้พลังงานกับผู้คนไม่ได้แปลว่าเราไม่ชอบคน หรือไม่มีมนุษยสัมพันธ์ แค่แบตเตอรี่ทางสังคมของแต่ละคนชาร์จและลดไม่เท่ากัน งานแต่งเพื่อน งานเลี้ยงบริษัท หรือมื้อรวมญาติ จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเราให้เป็นคนเอนเตอร์เทนทั้งห้อง เป้าหมายที่พอดีกว่าคือ ไปให้ถึง ทักให้ดี คุยเท่าที่ไหว และกลับอย่างสุภาพ

เตรียมตัวก่อนถึงงาน ลดภาระที่ต้องคิดสด

สิ่งที่ทำให้เหนื่อยไม่ใช่แค่เสียงดังหรือคนเยอะ แต่คือการต้องตัดสินใจรัว ๆ ว่าจะเริ่มคุยกับใคร ตอบอะไร และจะยืนตรงไหน การเตรียมแผนเล็ก ๆ ล่วงหน้าจึงช่วยได้มาก เช่น ตั้งเวลาคร่าว ๆ ว่าจะอยู่ช่วงใด หาเส้นทางกลับบ้านไว้ หรือบอกตัวเองว่าเป้าหมายวันนี้คือทักเจ้าภาพและคุยกับคนใหม่เพียงหนึ่งหรือสองคนก็พอ

ก่อนเข้าไป ลองหาจุดที่ไม่ใช่กลางวงใหญ่ เช่น โต๊ะอาหาร มุมเครื่องดื่ม ระเบียง หรือคนที่ยืนคนเดียว พื้นที่เหล่านี้เปิดบทสนทนาได้ง่ายกว่าการฝ่าวงที่คุยกันมานานแล้ว และยังไม่ต้องใช้พลังไปกับการแทรกตัวให้ถูกจังหวะ

Small Talk ไม่ต้องคม แค่พาอีกฝ่ายเล่าได้

บทสนทนาที่ดีไม่จำเป็นต้องมีมุกหรือเรื่องตื่นเต้น คนส่วนใหญ่รู้สึกดีกับคนที่ฟังจริงและถามต่ออย่างพอดี โดยเฉพาะคำถามที่ตอบได้มากกว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ลองเตรียมประโยคง่าย ๆ ไว้ในหัวสักไม่กี่อัน แล้วเลือกใช้ตามคนตรงหน้า

• “ช่วงนี้ทีมคุณกำลังทำโปรเจกต์อะไรอยู่ครับ/คะ”

• “ที่นี่คุณเคยมาก่อนหรือเปล่า อาหารจานไหนน่าลองบ้าง”

• “เห็นรูปทริปล่าสุดแล้วน่าสนใจมาก ไปช่วงไหนคนไม่เยอะครับ/คะ”

• “เจ้าภาพรู้จักคุณตั้งแต่เมื่อไร”

• “ช่วงนี้มีอะไรดูหรือฟังแล้วชอบบ้างไหม”

เคล็ดลับคือไม่ต้องยิงคำถามติดกันเหมือนสัมภาษณ์ เลือกหนึ่งคำตอบที่อีกฝ่ายพูดแล้วสะดุดใจ แล้วต่อด้วย “อ๋อ แล้วตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง” หรือ “อะไรทำให้ชอบเรื่องนั้นเป็นพิเศษ” บทสนทนาจะเดินต่อเองโดยไม่ต้องแบกทั้งวงไว้คนเดียว

ถ้าเจอคำถามญาติหรือเจ้านายที่ตอบยาก เช่น เรื่องเงินเดือน ความรัก หรือแผนมีลูก ใช้วิธีตอบสั้น สุภาพ แล้วโยนกลับไปหัวข้อที่ปลอดภัยได้ เช่น “ตอนนี้ยังโฟกัสงานที่ทำอยู่ก่อนครับ/ค่ะ แล้วช่วงนี้คุณเป็นยังไงบ้าง” การไม่เล่ารายละเอียดชีวิตส่วนตัวไม่ใช่ความเสียมารยาท

พักแบตได้ โดยไม่ต้องหายตัวนาน

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าหน้าตาย มือไม่รู้จะวางตรงไหน หรือฟังเสียงคนรอบตัวไม่ไหว นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าควรพักสั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องฝืนจนหมดแรง ลองออกไปเติมน้ำ เดินไปล้างหน้า รับสายโทรศัพท์สักครู่ หรือยืนรับลมในพื้นที่ที่ไม่วุ่นวาย แล้วค่อยกลับเข้าไปใหม่

การพักไม่ใช่การหนีงานสังคม แต่เป็นการจัดพลังงานให้เรากลับมาคุยอย่างมีสติได้อีกนิด หลายครั้งการอยู่ในงานหนึ่งชั่วโมงแบบตั้งใจ ยังน่าประทับใจกว่าการอยู่สามชั่วโมงแต่ใจลอยและเริ่มหงุดหงิดกับทุกอย่าง

Irish Goodbye ทำได้ ถ้ารู้ว่าควรบอกลาใคร

Irish Goodbye เป็นคำเรียกการออกจากงานแบบเงียบ ๆ โดยไม่เดินบอกลาทุกคน ซึ่งฟังดูเหมือนทางรอดของ Introvert มากที่สุด แต่เวอร์ชันที่สุภาพไม่ใช่การหายไปเฉย ๆ ในงานเล็ก งานแต่ง หรือมื้อที่มีเจ้าภาพชัดเจน ควรหาเจ้าภาพหรือคนสำคัญสักคนเพื่อขอบคุณและอำลาก่อนเสมอ

“วันนี้สนุกมากเลยครับ/ค่ะ ขอบคุณที่ชวนนะ เดี๋ยวขอตัวกลับก่อน จะได้เดินทางทัน แล้วไว้เจอกันใหม่ครับ/ค่ะ”

ประโยคนี้พอแล้ว ไม่ต้องสร้างเหตุผลยาว ไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าตัวเองเหนื่อยหรือไม่ถนัดสังคม ถ้ามีเพื่อนร่วมโต๊ะที่สนิทกันมาก อาจบอกเพิ่มอีกคนเพื่อกันความเข้าใจผิด แล้วออกจากงานในจังหวะที่เจ้าภาพไม่ได้กำลังรับแขกสำคัญหรืออยู่กลางพิธี

สำหรับงานบริษัทที่หัวหน้างานอยู่ด้วย การทักทายและอยู่ในช่วงเปิดงานก่อน จากนั้นขอตัวหลังรับประทานอาหารหรือหลังจบกิจกรรมหลัก มักดูเป็นธรรมชาติกว่าการมาถึงช้าแล้วรีบกลับทันที ความเนียนไม่ได้เกิดจากคำแก้ตัวเก่ง แต่เกิดจากการเลือกจังหวะและแสดงความขอบคุณให้ครบ

ความเฟรนด์ลี่ไม่ได้วัดจากการพูดมากที่สุดหรืออยู่จนไฟปิด คนที่ทักทายด้วยสายตา ฟังอย่างตั้งใจ ถามคำถามดี ๆ และบอกลาอย่างสุภาพ ก็ทำให้คนรอบตัวรู้สึกได้รับการให้ความสำคัญได้เหมือนกัน

คราวหน้า ถ้ามีงานที่เลี่ยงไม่ได้ ลองเปลี่ยนโจทย์จาก “ต้องเข้าสังคมให้เก่ง” เป็น “จะสร้างบทสนทนาดี ๆ สักสองสามครั้ง แล้วกลับไปชาร์จแบตที่บ้าน” พอไม่บังคับตัวเองให้เป็นคนละคน งานสังคมก็อาจไม่ได้น่ากลัวเท่าเดิม

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 25 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหล็กกล้าคาร์บอนสูงเจอน้ำทะเลก็เกิดสนิม! แล้วทำไม USS Abraham Lincoln ถึงเลือก “ไทย” เป็นจุดพักใหญ่?7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้านรวยหลอก ๆ ในโซเชียล เมื่อยอดไลก์กำลังพาเงินเดือนเราไปผ่อน4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้งเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?ต้อนรับ “การ์กี” อย่างยิ่งใหญ่ ลูกสาวคนแรกในครอบครัวรอบ 200 ปี5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงินอี มินโฮ ลุคใหม่ในงาน “The Assassin(s)” แฟน ๆ นึกถึงคิมทันหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 ของกินไวรัลที่คนไทยกำลังตามหา เปิดเมนูฮิตกระแสแรงจากโซเชียลรวยหลอก ๆ ในโซเชียล เมื่อยอดไลก์กำลังพาเงินเดือนเราไปผ่อนเหล็กกล้าคาร์บอนสูงเจอน้ำทะเลก็เกิดสนิม! แล้วทำไม USS Abraham Lincoln ถึงเลือก “ไทย” เป็นจุดพักใหญ่?8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงินอี มินโฮ ลุคใหม่ในงาน “The Assassin(s)” แฟน ๆ นึกถึงคิมทัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเพลงยุค 90s–2000s ถึงยังฮีลใจเราในวันที่โลกเหนื่อยเกินไปอั้นขี้บนรถเมล์บ่อย ๆ ลำไส้ไม่พังทันที แต่เสี่ยงท้องผูกจนเป็นนิสัย"ดวงอาทิตย์" มี "สีขาว" ไม่ใช่สีเหลืองนะรู้ป่าว?ไม่ต้องตื่นตี 5 ก็ไปได้ไกล: เลิกแข่งเวลา แล้วหาโมงที่สมองคุณทำงานดี
ตั้งกระทู้ใหม่