โลกเดือดไม่ใช่เรื่องไกลตัว รู้ทันฮีทสโตรกก่อนความร้อนทำร้ายร่างกาย
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
บางวันแค่ก้าวออกจากบ้านก็รู้สึกเหมือนเปิดประตูเข้าเตาอบ เหงื่อออกเร็ว ใจเต้นแรง และหมดแรงทั้งที่ยังไม่ได้ทำงานหนัก ความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่ความรำคาญจากอากาศร้อน เพราะเมื่อร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน อาการอาจพัฒนาไปถึงโรคลมร้อน หรือฮีทสโตรก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ทำลายสมอง หัวใจ ไต และกล้ามเนื้อได้
คำว่า “โลกเดือด” จึงไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะร้อนเท่ากันตลอดเวลา แต่สะท้อนแนวโน้มที่คลื่นความร้อนยาวนานและรุนแรงขึ้น ขณะที่เมืองมีพื้นคอนกรีต รถยนต์ อาคาร และพื้นที่สีเขียวน้อยลง ทำให้ความร้อนสะสมใกล้ตัวมากกว่าเดิม
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกยืนยันว่า ปี 2025 เป็นหนึ่งในสามปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึก โดยอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงก่อนอุตสาหกรรมประมาณ 1.44 ± 0.13 องศาเซลเซียส และช่วงปี 2015–2025 เป็น 11 ปีที่ร้อนที่สุดต่อเนื่อง ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าเราจะเป็นฮีทสโตรกทันที แต่บอกว่าร่างกายกำลังต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
ร่างกายมนุษย์ลดความร้อนหลัก ๆ ด้วยการส่งเลือดไปที่ผิวหนังและการขับเหงื่อ เมื่ออากาศร้อนมาก ความชื้นสูง ลมไม่พัด หรือทำงานใช้แรงต่อเนื่อง เหงื่อจะระเหยได้ช้าลง ร่างกายจึงเย็นลงยาก หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และไตเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาวะขาดน้ำ
คนทำงานกลางแจ้ง นักกีฬา ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคหัวใจ ปอด หรือไต รวมถึงคนที่อยู่บ้านตามลำพัง ล้วนต้องระวังเป็นพิเศษ ยาบางชนิดก็อาจทำให้ร่างกายควบคุมอุณหภูมิหรือรักษาน้ำในร่างกายได้ยากขึ้น แต่ไม่ควรหยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องการรับมืออากาศร้อน
แยกให้ออก: แค่เพลียจากแดด หรือกำลังฉุกเฉิน
ระยะแรกอาจเริ่มด้วยอ่อนเพลีย กระหายน้ำมาก เหงื่อออกมาก ตัวเย็นชื้น ปวดศีรษะ เวียนหัว คลื่นไส้ ตะคริว หรือใจเต้นเร็ว อาการแบบนี้ควรหยุดกิจกรรมทันที พาเข้าที่ร่มหรือห้องเย็น คลายเสื้อผ้า และจิบน้ำถ้ายังรู้สึกตัวดีและกลืนได้
• ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอุณหภูมิแกนกลางประมาณ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป
• เวียนหัวมาก เดินเซ อ่อนแรงผิดปกติ หรือเป็นลม
• พูดไม่ชัด สับสน ตอบคำถามไม่ตรง กระสับกระส่าย หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป
• ชัก หมดสติ หายใจเร็ว หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
สัญญาณทางสมองเปลี่ยน คือจุดที่ต้องถือว่าอันตราย ไม่ควรรอดูอาการหรือให้ผู้ป่วยนอนพักอยู่คนเดียว เพราะฮีทสโตรกอาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว แม้ตอนแรกจะดูเหมือนแค่หน้ามืดจากแดด
ส่วนเรื่อง “ตัวร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ” เป็นสัญญาณที่พบได้ในฮีทสโตรกจากสภาพอากาศร้อน โดยผิวอาจร้อนและแห้ง แต่ไม่ใช่กฎตายตัว คนที่เกิดฮีทสโตรกจากการทำงานหนักหรือออกกำลังอาจยังมีเหงื่อออกมากได้ ดังนั้นอย่าใช้การมีหรือไม่มีเหงื่อเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว ให้ดูอาการสับสน พูดไม่รู้เรื่อง ชัก หรือหมดสติร่วมด้วย
ช่วยอย่างไรในนาทีแรก
ถ้าสงสัยว่าคนใกล้ตัวกำลังเป็นฮีทสโตรก ให้โทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที พร้อมบอกตำแหน่งและอาการ จากนั้นจึงช่วยลดความร้อนระหว่างรอทีมแพทย์ อย่ารอให้ผู้ป่วยหมดสติก่อนจึงโทร
• พาออกจากแดดเข้าที่ร่ม ห้องปรับอากาศ หรือพื้นที่ที่อากาศถ่ายเท
• คลายเสื้อผ้า ถอดเสื้อผ้าชั้นนอกที่หนาหรือรัดแน่นออก
• ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว หรือใช้น้ำเย็นพรมน้ำบนผิวร่วมกับพัดลม
• ประคบผ้าเย็นบริเวณหน้าผาก คอ รักแร้ และขาหนีบ
• ถ้ายังรู้สึกตัวดีและกลืนได้ ให้จิบน้ำทีละน้อย แต่ห้ามกรอกน้ำให้คนที่สับสน ชัก หรือหมดสติ
หากผู้ป่วยหมดสติ ให้จัดนอนตะแคงเพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจและป้องกันการสำลัก ตรวจดูการหายใจอยู่เสมอ หากหายใจผิดปกติหรือไม่หายใจ ให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ 1669 ทางโทรศัพท์ ระหว่างนั้นยังคงลดความร้อนต่อไปอย่างปลอดภัย
สิ่งที่ไม่ควรทำคือปล่อยให้นอนอยู่กลางแดด ให้กลับไปทำงานต่อ ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเสียเวลาหายาแก้ไข้มากิน เพราะฮีทสโตรกไม่ใช่ไข้ธรรมดาและยาลดไข้ไม่ได้แก้กลไกของภาวะนี้ การลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุดและส่งต่อโรงพยาบาลคือสิ่งสำคัญกว่า
กันก่อนถึงจุดฉุกเฉิน
วันที่อากาศร้อนจัดควรเลี่ยงกิจกรรมใช้แรงและการอยู่กลางแจ้งในช่วงแดดแรง โดยเฉพาะประมาณ 11.00–15.00 น. หากจำเป็นต้องทำงาน ให้แบ่งช่วงพักในที่ร่ม อย่ารอจนกระหายน้ำมาก ควรจิบน้ำเป็นระยะ สวมเสื้อผ้าสีอ่อน เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี ใช้หมวกปีกกว้าง และปรับตัวกับอากาศร้อนทีละน้อย
• เช็กผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยเรื้อรัง และคนที่อยู่บ้านคนเดียวในวันที่อากาศร้อนมาก
• อย่าทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถ แม้จอดไม่นานหรือเปิดกระจกไว้
• เตรียมน้ำดื่ม ผ้าเย็น และพื้นที่พักให้พร้อมสำหรับคนทำงานกลางแจ้ง
• ติดตามประกาศเตือนอากาศร้อนและปรับเวลาทำกิจกรรมตามสภาพอากาศจริง
ฮีทสโตรกไม่ได้เริ่มต้นด้วยภาพคนล้มลงเสมอไป บางครั้งมันเริ่มจากคนที่พูดช้าลง ตอบคำถามแปลกไป เดินเซ หรือบอกว่าไม่ไหวแล้ว เมื่อเห็นสัญญาณเหล่านี้ การพาเขาออกจากความร้อนและโทรขอความช่วยเหลือให้เร็ว อาจเป็นความแตกต่างระหว่างการฟื้นตัวกับความเสียหายถาวรได้
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/climate-change-heat-and-health
https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=brc&news=59095&news_views=359
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heat-stroke/symptoms-causes/syc-20353581
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
มนุษย์ค้นพบพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างไร
เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวาง
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
Wollemi Pine ต้นไม้ที่โลกคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับถูกค้นพบอีกครั้ง
ทำไม "รุ้งกินน้ำ" ต้องมี "7 สี"? ลำดับสีเรียงไง?
ทำไม “ขนมถ้วย” ต้องคู่กับ “ก๋วยเตี๋ยว”? เสน่ห์จานหวานข้างชามร้อนที่ผูกพันกับวิถีไทย
กิน "กาแฟ" แล้ว "ง่วง" ตกลงมันช่วยตื่นจริงป่ะ?
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
เปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?
ทำไม "รุ้งกินน้ำ" ต้องมี "7 สี"? ลำดับสีเรียงไง?
ตำลึงตัวผู้ ตัวเมีย
มนุษย์ค้นพบพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างไร
ทำไม “ขนมถ้วย” ต้องคู่กับ “ก๋วยเตี๋ยว”? เสน่ห์จานหวานข้างชามร้อนที่ผูกพันกับวิถีไทย
ตรวจปัสสาวะเจอโปรตีน ไม่ได้แปลว่าไตพังเสมอ แล้วมันเกิดจากอะไรได้บ้าง?









