รู้แล้วอาจแปลกใจ! ก่อนจะมี “มาม่า” คนไทยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่าอะไร เปิดตำนานเจ้าแรกของไทย
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับประวัติของ “มาม่า” แล้วเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อยู่คู่ครัวคนไทยมานานหลายสิบปีนั้น แท้จริงแล้วมีจุดเริ่มต้นอย่างไร
หลายคนอาจเข้าใจว่า “มาม่า” คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกของประเทศไทย เพราะทุกวันนี้ชื่อมาม่ากลายเป็นคำติดปากจนคนไทยจำนวนไม่น้อยใช้คำว่า “มาม่า” แทนคำว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ไปโดยปริยาย
แต่เมื่อย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด กลับพบเรื่องที่น่าสนใจมากกว่านั้น เพราะ “มาม่า” ไม่ใช่แบรนด์แรกที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
นี่จึงเป็นเรื่องที่ควรแยกให้ออกระหว่างคำว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ้าแรก” กับ “มาม่า” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ข้อมูลประวัติที่มีการเผยแพร่ระบุว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ “ซันวา” เป็นหนึ่งในแบรนด์แรก ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในช่วงประมาณ พ.ศ. 2514-2515 ขณะที่มาม่าเพิ่งก่อตั้งบริษัทในปี พ.ศ. 2515 และเริ่มผลิตสินค้าในปี พ.ศ. 2516
ดังนั้น หากถามกันตรง ๆ ว่า “มาม่าเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ้าแรกของไทยหรือไม่?” คำตอบคือ ไม่ใช่
แต่ถ้าถามว่า “บริษัทผู้ผลิตมาม่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร และเหตุใดแบรนด์นี้จึงกลายเป็นชื่อที่คนไทยคุ้นเคยจนใช้เรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทบทุกยี่ห้อ?” คำตอบนั้นมีเรื่องราวยาวนานกว่า 50 ปี และน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
จุดเริ่มต้นไม่ได้ชื่อ “มาม่า” มาตั้งแต่แรก แต่บริษัทเกิดมาเพื่อผลิตมาม่าโดยตรง
ข้อมูลจากบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ระบุอย่างชัดเจนว่า บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 6 ล้านบาท
การก่อตั้งในเวลานั้นเกิดจากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เพรซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ของไต้หวัน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิต กับ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ซึ่งรับผิดชอบด้านการตลาดและการจัดจำหน่ายสินค้า
ที่สำคัญคือ บริษัทไม่ได้ก่อตั้งขึ้นมาโดยมีเป้าหมายกว้าง ๆ ว่าจะทำธุรกิจอาหารทุกประเภทตั้งแต่ต้น แต่มีวัตถุประสงค์สำคัญในการผลิต บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้เครื่องหมายการค้า “มาม่า” โดยเฉพาะ
ตรงนี้จึงตอบคำถามได้อย่างชัดเจนว่า
บริษัทผู้ผลิตมาม่า คือ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
และจุดเริ่มต้นของบริษัทคือ
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515
หากนับถึงปี พ.ศ. 2569 บริษัทแห่งนี้ดำเนินธุรกิจมาแล้วประมาณ 54 ปี
จากเงินทุนเริ่มต้น 6 ล้านบาทในวันนั้น วันนี้บริษัทได้เติบโตจากผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปสู่ผู้ประกอบธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์หลายประเภททั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
แต่ก่อนจะเดินทางมาถึงจุดนั้น จุดเริ่มต้นของทุกอย่างยังเป็นเพียงโรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
โรงงานแห่งแรกของ “มาม่า” อยู่ที่ไหน?
คำถามนี้น่าสนใจ เพราะหลายคนอาจจำภาพโรงงานขนาดใหญ่ในต่างจังหวัดจากยุคหลัง ๆ แล้วคิดว่าโรงงานเหล่านั้นคือจุดเริ่มต้นของมาม่า
แต่ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า โรงงานแห่งแรกเปิดดำเนินการที่เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ขณะที่สำนักงานใหญ่แห่งแรกของบริษัทตั้งอยู่บริเวณ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ดังนั้น หากต้องการระบุสถานที่ตั้งตามข้อมูลที่ยืนยันได้ ควรเขียนว่า
โรงงานแห่งแรก : เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ส่วนการระบุลงไปถึงระดับ “ตำบล–อำเภอ–หมู่บ้าน” ต้องระวัง เพราะกรุงเทพมหานครใช้ระบบการปกครองแบบ เขต–แขวง ไม่ได้ใช้ “อำเภอ–ตำบล” เหมือนจังหวัดทั่วไป
และที่สำคัญ เอกสารประวัติทางการของบริษัทที่ตรวจสอบได้ระบุเพียงว่าโรงงานแห่งแรกอยู่ที่ เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ไม่ได้ระบุชื่อหมู่บ้านอย่างชัดเจนในข้อมูลดังกล่าว
ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่าไม่ควรเติมชื่อหมู่บ้านหรือที่อยู่ย่อยเข้าไปเองเพียงเพื่อให้ข้อมูลดูละเอียด เพราะเรื่องประวัติบริษัท หากไม่มีเอกสารต้นทางรองรับ ก็ควรยึดข้อมูลที่ตรวจสอบได้เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม มีเอกสารและข้อมูลรองบางแหล่งที่กล่าวถึงพื้นที่ หนองค้างพลู เขตหนองแขม ว่าเป็นบริเวณที่ตั้งโรงงานแห่งแรก แต่เมื่อเทียบกับข้อมูลทางการของบริษัทแล้ว การเขียนว่า “เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร” เป็นข้อมูลที่ปลอดภัยและชัดเจนที่สุด
แล้ว “มาม่า” ผลิตซองแรกเมื่อไร?
นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มักเกิดความสับสน เพราะบางคนเห็นว่าบริษัทก่อตั้งในปี พ.ศ. 2515 ก็อาจเข้าใจว่า “มาม่า” เริ่มขายในปีเดียวกัน
แต่ความจริงต้องแยกออกเป็นสองช่วง
พ.ศ. 2515 — ก่อตั้งบริษัท
พ.ศ. 2516 — เริ่มผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า
บริษัทระบุว่า ผลิตภัณฑ์แรกของมาม่าคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสซุปไก่ ซึ่งเริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2516
กล่าวง่าย ๆ คือ กว่าจะมี “มาม่า” ซองแรกออกมา บริษัทต้องก่อตั้งขึ้นก่อนประมาณหนึ่งปี
และนั่นทำให้ไทม์ไลน์ช่วงเริ่มต้นชัดเจนมากขึ้น
15 กุมภาพันธ์ 2515 — ก่อตั้งบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์
2516 — ผลิตมาม่ารสซุปไก่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรก
2519 — ตั้งโรงงานแห่งที่ 2 ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
จากนั้นธุรกิจก็เริ่มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
จากโรงงานหนองแขม สู่ศรีราชา ก่อนขยายไปต่างจังหวัด
ช่วงแรกบริษัทมีโรงงานอยู่ที่หนองแขม แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น กำลังการผลิตก็ต้องเพิ่มตาม
ในปี พ.ศ. 2519 บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 10 ล้านบาท และจัดตั้ง โรงงานแห่งที่ 2 ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
จากนั้นในปี พ.ศ. 2521 บริษัทก็เพิ่มทุนเป็น 20 ล้านบาท และสร้างโรงงานผลิตขนมปังกรอบภายในโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ศรีราชา โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท นิสชินคอนแฟคชันเนอรี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้เครื่องหมายการค้า “นิสชิน”
จะเห็นว่าในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี บริษัทไม่ได้หยุดอยู่กับการผลิตบะหมี่เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มขยายฐานธุรกิจออกไปแล้ว
และสิ่งที่น่าสนใจคือ โรงงานหนองแขมซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกไม่ได้เปิดอยู่ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
บริษัทระบุว่าในปี พ.ศ. 2529 ได้ปิดโรงงานหนองแขม เนื่องจากโรงงานศรีราชาสามารถผลิตได้เต็มกำลังแล้ว
นี่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้เห็นภาพประวัติของมาม่าชัดขึ้นว่า
โรงงานแรกอยู่หนองแขม → ขยายไปศรีราชา → ศรีราชากลายเป็นฐานการผลิตสำคัญ → โรงงานหนองแขมปิดลงในเวลาต่อมา
ดังนั้น หากมีคนถามว่า “โรงงานแรกของมาม่ายังเปิดอยู่หรือไม่?” คำตอบคือ ไม่ เพราะบริษัทระบุว่าปิดโรงงานหนองแขมในปี พ.ศ. 2529
แล้วสำนักงานใหญ่เปลี่ยนไปอยู่ที่ไหน?
สำนักงานใหญ่แห่งแรกของบริษัทอยู่ที่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น บริษัทก็มีการย้ายสำนักงานใหญ่
บริษัทระบุว่าในปี พ.ศ. 2535 ได้ย้ายสำนักงานใหญ่และเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการบริเวณ ถนนศรีนครินทร์ ในเดือนมิถุนายนของปีนั้น
ข้อมูลบริษัทในปัจจุบันระบุที่อยู่สำนักงานใหญ่ที่ 304 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
จึงต้องแยกให้ชัดว่า
สำนักงานใหญ่แห่งแรก — ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
สำนักงานใหญ่ที่ย้ายมาในปี 2535 — ถนนศรีนครินทร์
และนี่ก็เป็นอีกหลักฐานหนึ่งว่า บริษัทไม่ได้ใช้สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งเดิมมาตลอดตั้งแต่ก่อตั้ง แต่มีการขยับขยายตามการเติบโตของกิจการ
บริษัทเปลี่ยนชื่อมาแล้วกี่ครั้ง?
คำถามนี้ต้องตอบอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าพูดว่า “บริษัทเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง” จะไม่ตรงกับข้อมูลที่ตรวจสอบได้
สิ่งที่เกิดขึ้นสำคัญกว่าการเปลี่ยนชื่อ คือ การเปลี่ยนสถานะของบริษัท
ในปี พ.ศ. 2537 บริษัทได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนกิจการเป็น “บริษัทมหาชน” เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 และเข้าสู่ตลาดทุนไทย
ดังนั้น ชื่อที่เราเห็นในปัจจุบันว่า
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
สะท้อนสถานะความเป็นบริษัทมหาชน ไม่ใช่การที่บริษัทเปลี่ยนจากชื่อหนึ่งไปเป็นอีกชื่อหนึ่งหลายรอบ
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ
บริษัทเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2515 ในชื่อ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด
ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 เปลี่ยนสถานะเป็น บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
ดังนั้น หากถามว่า “เปลี่ยนชื่อมาแล้วกี่ครั้ง?” การตอบว่าเปลี่ยนชื่อหลายครั้งจึงไม่ถูกต้องนัก
สิ่งที่ยืนยันได้คือ บริษัทเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนในปี 2537
แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะปี 2560 มีการ “ควบบริษัท”
อีกจุดหนึ่งที่คนทั่วไปอาจไม่ทราบคือ ในปี พ.ศ. 2560 บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TF ได้ควบรวมกับ บริษัท เพรซิเดนท์ไรซ์โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PR
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า การควบบริษัทดำเนินการแล้วเสร็จ และมีการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ TF และ PR โดยบริษัทที่เกิดจากการควบรวมยังใช้ชื่อว่า บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) และใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ TFMAMA
รายงานความยั่งยืนของบริษัทก็ระบุว่า บริษัทปัจจุบันจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยจากการจดทะเบียนควบรวมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ระหว่าง TF กับ PR
จุดนี้จึงเป็นคำตอบสำคัญสำหรับคำถามว่า
“บริษัทมาม่าเลิกกิจการหรือเปลี่ยนชื่อไปแล้วหรือไม่?”
คำตอบคือ ไม่ได้เลิกกิจการ
แต่โครงสร้างทางนิติบุคคลมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการควบรวมในปี 2560 และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจต่อยังใช้ชื่อ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
ดังนั้นจะบอกว่า “บริษัทเดิมเลิกกิจการแล้ว” ก็ไม่ถูกต้อง
ในทางกลับกัน หากบอกว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยตั้งแต่วันก่อตั้ง” ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน
เพราะมีทั้งการเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน การย้ายสำนักงานใหญ่ การขยายและปิดโรงงานบางแห่ง รวมถึงการควบบริษัทในปี 2560
แล้วเหตุใด “มาม่า” จึงกลายเป็นคำเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป?
นี่อาจเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องทั้งหมด
เพราะในทางธุรกิจ การเป็น “เจ้าแรก” ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็น “ผู้ชนะ” เสมอไป
แม้มาม่าจะไม่ใช่แบรนด์แรกที่เข้าสู่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทย แต่ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แบรนด์กลับสามารถสร้างการจดจำได้อย่างแข็งแรงจนชื่อ “มาม่า” แทบกลายเป็นคำสามัญในชีวิตประจำวันของคนไทย
บริษัทเองเคยอธิบายว่า ความคุ้นเคยของคนไทยที่มีต่อแบรนด์ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกแบรนด์ว่า “มาม่า” จนมีลักษณะคล้าย Generic Name ของสินค้าประเภทนี้
ลองนึกภาพง่าย ๆ
เวลาเดินเข้าร้านขายของชำแล้วบอกว่า
“ขอมาม่าสักห่อ”
หลายครั้งคนขายก็เข้าใจทันทีว่า ผู้ซื้อกำลังพูดถึง “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” แม้ไม่ได้ระบุว่าต้องการมาม่ารสใดหรือยี่ห้อใดก็ตาม
นี่คือพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่เพียงการทำให้ลูกค้าจำชื่อได้ แต่ทำให้ชื่อสินค้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาที่คนใช้ในชีวิตประจำวัน
จาก “รสซุปไก่” สู่สารพัดรสชาติ
มาม่าซองแรกไม่ได้เริ่มต้นด้วยรสชาติที่มีมากมายเหมือนในปัจจุบัน
ผลิตภัณฑ์แรกคือ รสซุปไก่ ในปี พ.ศ. 2516
จากนั้นบริษัทจึงค่อย ๆ ขยายกำลังการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์รสชาติต่าง ๆ เพิ่มขึ้น
การขยายโรงงานศรีราชาในปี 2519 ก็เป็นส่วนหนึ่งของการรองรับการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติใหม่ ๆ
เวลาผ่านไป มาม่าก็ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับบะหมี่ซองเพียงอย่างเดียว แต่มีทั้งบะหมี่ถ้วย เส้นหมี่ และผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ภายใต้กลุ่มบริษัท
ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทก็เริ่มขยายธุรกิจออกนอกประเทศไทย
ข้อมูลของบริษัทระบุว่า ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ของบริษัทจำหน่ายในต่างประเทศจำนวนมาก และมีโรงงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยแบรนด์มาม่าเองก็กลายเป็นสินค้าที่คนต่างประเทศรู้จัก โดยเฉพาะตลาดเอเชียและกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบรสชาติแบบไทย
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งในปี 2538
หลังจากเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนในปี 2537 บริษัทก็เดินหน้าขยายฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ในปี พ.ศ. 2538 บริษัทก่อสร้างโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแห่งใหม่ที่ จังหวัดลำพูน บนพื้นที่ 37 ไร่ ใช้เงินลงทุน 350 ล้านบาท โดยมีกำลังการผลิตทั้งบะหมี่ซองและบะหมี่คัพตามข้อมูลประวัติของบริษัท
ปีถัดมา บริษัทก็ได้รับรางวัลเกียรติคุณผู้ส่งออกสินค้าไทยดีเด่น ประเภทตราสินค้า จากการส่งออกสินค้ายี่ห้อ “มาม่า” ไปต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี
และในปี พ.ศ. 2540 บริษัทได้รับประกาศนียบัตรระบบ ISO 9002 โดยบริษัทระบุว่าเป็นผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว
เส้นทางของมาม่าจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายให้คนไทย แต่ค่อย ๆ เดินออกไปสู่ตลาดต่างประเทศด้วย
แล้วบริษัทปัจจุบันยังทำ “มาม่า” อยู่หรือไม่?
คำตอบคือ ยังทำอยู่ และแบรนด์มาม่ายังคงเป็นแบรนด์หลักของบริษัท
เว็บไซต์ของบริษัทในปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์มาม่าหลากหลายประเภท และบริษัทเองยังดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญคือข้อมูลนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทมีการเผยแพร่ข่าวสารและมติการประชุมผู้ถือหุ้นในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นหลักฐานว่าบริษัทยังคงดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน
ดังนั้น เรื่องที่ว่า “บริษัทมาม่าเลิกกิจการไปแล้วหรือไม่” สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่า
ไม่ได้เลิกกิจการ
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ยังคงดำเนินธุรกิจ และแบรนด์ “มาม่า” ยังคงอยู่ในตลาด
สรุปประวัติ “มาม่า” แบบไล่ตามปี
หากนำเรื่องราวทั้งหมดมาเรียงเป็นไทม์ไลน์ จะเห็นภาพได้ง่ายขึ้น
พ.ศ. 2515
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด ก่อตั้งวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ด้วยทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท จากการร่วมทุนระหว่างบริษัทเพรซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จากไต้หวัน กับบริษัทสหพัฒนพิบูล โดยมีเป้าหมายผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า
พ.ศ. 2516
ผลิตภัณฑ์แรกคือ มาม่ารสซุปไก่
พ.ศ. 2518
บริษัทเพิ่มเครื่องจักรรวมเป็น 3 เครื่อง และผลิตบะหมี่สำเร็จรูปให้บริษัทเพรซิเดนท์คอมเมอร์เชียล จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่าย
พ.ศ. 2519
ตั้งโรงงานแห่งที่ 2 ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและผลิตบะหมี่รสชาติใหม่ ๆ
พ.ศ. 2521
เพิ่มทุนเป็น 20 ล้านบาท และสร้างโรงงานผลิตขนมปังกรอบภายในโรงงานศรีราชา
พ.ศ. 2529
ปิดโรงงานหนองแขม เนื่องจากโรงงานศรีราชาผลิตได้เต็มกำลัง
พ.ศ. 2535
ย้ายสำนักงานใหญ่จากจุดเดิมมาเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการบริเวณถนนศรีนครินทร์
พ.ศ. 2537
เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน
พ.ศ. 2538
สร้างโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแห่งใหม่ที่จังหวัดลำพูน
พ.ศ. 2540
ได้รับประกาศนียบัตรระบบ ISO 9002 และบริษัทระบุว่าเป็นผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลนี้
พ.ศ. 2560
ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ควบรวมกับบริษัท เพรซิเดนท์ไรซ์โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทใหม่ยังใช้ชื่อ “บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)”
พ.ศ. 2569
บริษัทและแบรนด์มาม่ายังคงดำเนินธุรกิจอยู่ ไม่ได้เลิกกิจการ โดยเว็บไซต์บริษัทมีข้อมูลกิจกรรมและข้อมูลนักลงทุนสัมพันธ์ที่เผยแพร่ในปี 2569
ตอบคำถามสำคัญทั้งหมดในเรื่องเดียว
มาม่าเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์แรกของประเทศไทยหรือไม่?
ไม่ใช่ มีข้อมูลประวัติที่ระบุว่าซันวาเข้ามาทำตลาดก่อนในช่วงประมาณ พ.ศ. 2514-2515 แต่เรื่อง “แบรนด์แรก” กับ “ผู้ผลิตรายแรกในประเทศ” เป็นคนละประเด็น จึงไม่ควรนำมารวมกันโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
บริษัทที่ผลิตมาม่าชื่ออะไร?
คือ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
ก่อตั้งเมื่อใด?
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515
ทุนจดทะเบียนเริ่มแรกเท่าไร?
6 ล้านบาท
ใครร่วมก่อตั้ง?
บริษัท เพรซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จากไต้หวัน และบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด
มาม่าซองแรกผลิตเมื่อใด?
พ.ศ. 2516
รสแรกคืออะไร?
รสซุปไก่
โรงงานแห่งแรกอยู่ที่ไหน?
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
โรงงานแรกยังเปิดอยู่หรือไม่?
ไม่แล้ว เพราะบริษัทระบุว่าปิดโรงงานหนองแขมในปี พ.ศ. 2529
สำนักงานใหญ่แห่งแรกอยู่ที่ไหน?
ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
สำนักงานใหญ่ย้ายเมื่อใด?
พ.ศ. 2535 มายังบริเวณถนนศรีนครินทร์
บริษัทเปลี่ยนชื่อหลายครั้งหรือไม่?
ไม่ควรกล่าวว่าเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง เพราะข้อมูลหลักที่ตรวจสอบได้สะท้อนการเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนในปี พ.ศ. 2537 และต่อมามีการควบบริษัทในปี พ.ศ. 2560 แต่ชื่อ “ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์” ยังคงใช้ต่อมา
บริษัทเลิกกิจการหรือไม่?
ไม่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า
เรื่องของมาม่ามีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากกว่าคำถามว่า “ใครเป็นเจ้าแรก”
นั่นคือ การเป็นผู้มาทีหลังไม่ได้แปลว่าจะไม่มีโอกาสเป็นผู้นำตลาด
มาม่าไม่ได้เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์แรกที่เข้ามาในประเทศไทย แต่สามารถสร้างการจดจำได้อย่างเหนียวแน่นจนชื่อแบรนด์กลายเป็นคำที่คนไทยใช้เรียกสินค้าประเภทเดียวกันโดยทั่วไป
นี่เป็นบทเรียนทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
การทำธุรกิจไม่ใช่เพียงการรีบเข้าตลาดให้เร็วที่สุด แต่ต้องทำให้ผู้บริโภคจำได้ เชื่อถือได้ หาซื้อง่าย และรู้สึกว่าสินค้านั้นอยู่ใกล้ตัว
มาม่าเริ่มต้นจากบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 6 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2515 ผลิตสินค้าแรกเป็นบะหมี่รสซุปไก่ในปี 2516 มีโรงงานแห่งแรกอยู่ที่หนองแขม ก่อนจะขยายไปศรีราชา ลำพูน และพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงขยายธุรกิจไปต่างประเทศ
โรงงานแห่งแรกปิดไปแล้ว
สำนักงานใหญ่แห่งแรกก็ไม่ได้อยู่ที่เดิม
สถานะของบริษัทก็เปลี่ยนจากบริษัทจำกัดมาเป็นบริษัทมหาชน
โครงสร้างบริษัทก็ผ่านการควบรวมในปี 2560
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ คือ ชื่อ “มาม่า”
และอาจเป็นเรื่องน่าคิดว่า ในบรรดาสินค้าอุปโภคบริโภคที่คนไทยพบเห็นกันแทบทุกวัน มีสินค้าอยู่ไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถทำให้ชื่อของตัวเองกลายเป็นคำที่ผู้คนใช้แทนชื่อ “ประเภทสินค้า” ได้
มาม่าเป็นหนึ่งในนั้น
จากบะหมี่รสซุปไก่ซองแรกเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษก่อน สู่แบรนด์ที่คนไทยพูดถึงจนติดปาก และจากโรงงานเล็ก ๆ แห่งแรกในหนองแขม สู่บริษัทอาหารที่มีธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
จึงอาจกล่าวได้ว่า ประวัติของมาม่าไม่ใช่เพียงประวัติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งยี่ห้อ แต่เป็นเรื่องราวของการสร้างแบรนด์ที่สามารถฝังอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคได้ยาวนานหลายชั่วอายุคน
และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมจนถึงวันนี้ เมื่อพูดคำว่า
“มาม่าสักซองไหม?”
คนไทยจำนวนมากจึงเข้าใจความหมายได้ทันที แม้ผู้พูดอาจไม่ได้หมายถึงยี่ห้อ “มาม่า” เพียงอย่างเดียวก็ตาม
แหล่งที่มาของข้อมูล :
-
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) — ข้อมูลความเป็นมา ระบุวันก่อตั้ง 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท การร่วมทุน วัตถุประสงค์ในการผลิตมาม่า สำนักงานใหญ่แห่งแรก และโรงงานแห่งแรกที่เขตหนองแขม รวมถึงข้อมูลการปิดโรงงานหนองแขมในปี พ.ศ. 2529
-
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) — ลำดับพัฒนาการของผลิตภัณฑ์ ระบุว่ามาม่ารสซุปไก่เป็นผลิตภัณฑ์แรกในปี พ.ศ. 2516 การตั้งโรงงานแห่งที่ 2 ที่ศรีราชาในปี 2519 และพัฒนาการด้านการผลิตในช่วงแรก
-
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) — ประวัติการเปลี่ยนแปลงของบริษัท ระบุการย้ายสำนักงานใหญ่ในปี พ.ศ. 2535 การเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนในปี พ.ศ. 2537 และการขยายธุรกิจในช่วงเวลาต่าง ๆ
-
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) — ข้อมูลการควบบริษัท TF และ PR และการจัดตั้งบริษัทใหม่ที่ใช้ชื่อ “บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)” พร้อมชื่อย่อหลักทรัพย์ TFMAMA ในปี พ.ศ. 2560
-
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) — รายงานและข้อมูลบริษัท ระบุการควบรวม TF กับ PR เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560 และสถานะการดำเนินธุรกิจของบริษัท
-
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) — ข้อมูลรางวัลและความสำเร็จ ระบุการส่งออกแบรนด์มาม่าไปต่างประเทศ และการที่ผู้บริโภคจำนวนมากใช้คำว่า “มาม่า” เรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดยทั่วไป
-
ข้อมูลประวัติวงการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทย — มีแหล่งข้อมูลรองที่กล่าวถึง “ซันวา” ในฐานะแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยก่อนมาม่าในช่วงประมาณ พ.ศ. 2514-2515 อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่อง “แบรนด์แรก” และ “ผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทย” ควรแยกออกจากกัน และไม่ควรใช้ข้อมูลรองดังกล่าวไปสรุปเกินหลักฐาน
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
แปรงสีฟันขูดลิ้นทำให้กลิ่นปากฝังลึกจริงไหม หลักฐานบอกต่างออกไป
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
8 สายพันธุ์สุนัขที่หายากที่สุดในโลก ที่มีราคาสูงระดับมหาเศรษฐี
อย่าเพิ่งลาออก ถ้าเงินสำรองยังไม่ถึง 6 เดือน วางแผน Safe Zone ให้พอรอด
ต้นอ่อนทานตะวัน ดีแค่ไหน เปิดจุดเด่นสารอาหารก่อนยกให้เป็นสุดยอดอาหาร
น้ำส้มสายชูไล่มดได้จริงไหม?
5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวาง
ทำไมหลายคนยังรู้สึกผิดเวลาลาป่วย? ทั้งที่บางครั้ง “การพัก” อาจรับผิดชอบกว่าการฝืนไปทำงาน
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
😃 ชวนลองเข้ามาดูรูปภาพของสิ่งแปลก ๆ ที่คุณอาจไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน 😁
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
ดราม่า “ดีเจภูมิ” ทำคลิป AI แซวประเด็นคุณตาเฟ็ดเฟ่ โอบกอด “ทนายไข่มุก” จนชาวเน็ตเสียงแตก
286 วันไม่ขึ้นฝั่ง! USS Abraham Lincoln ถึงไทย 5,000 นายลงพัทยา เงินสะพัด แต่โจทย์ใหญ่คือความปลอดภัย
คนไทยใจดีหรือยอมคน? ฝรั่งมองเอเชีย “ขี้สงสาร–เกรงใจ” จนถูกเอาเปรียบ
เปิด 5 ปัจจัย “พระเครื่อง” จากหลักพันพุ่งหลักล้าน ทำไมบางองค์แพงกว่ารถทั้งคัน?
LINE กินพื้นที่จนเครื่องเต็ม! เช็กตรงไหน ลบอะไรได้บ้าง ระวังพลาดข้อมูลสำคัญ
