หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เสื้อกีฬาผ้าร่มเหม็นอับซักไม่หาย อาจพลาดที่น้ำยาปรับผ้านุ่ม

เขียนโดย nantana

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เสื้อกีฬาผ้าร่มที่เพิ่งซักเสร็จอาจดูสะอาดและมีกลิ่นหอม แต่พอใส่ออกกำลังกายเพียงไม่กี่นาที กลิ่นอับกลับโชยขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเสื้อที่ทำจากโพลีเอสเตอร์หรือผ้าใยสังเคราะห์แบบแห้งเร็ว

หนึ่งในจุดที่หลายคนมองข้ามคือน้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ล้างคราบ แต่จะทิ้งฟิล์มเคลือบบาง ๆ ไว้บนเส้นใยเพื่อให้ผ้าลื่นและนุ่มขึ้น เมื่อใช้กับเสื้อกีฬาเป็นประจำ คราบมันจากผิว เหงื่อ สารตกค้าง และกลิ่นอาจถูกชะออกได้ยากกว่าเดิม

ทำไมเสื้อผ้าโพลีเอสเตอร์ถึงเก็บกลิ่นง่าย

โพลีเอสเตอร์ไม่ได้ดูดน้ำเหมือนผ้าฝ้าย แต่เส้นใยสามารถจับคราบน้ำมันจากผิวหนังและสารประกอบที่ทำให้เกิดกลิ่นได้ เสื้อจึงอาจแห้งเร็วด้านนอก แต่บริเวณคอเสื้อ รักแร้ และตะเข็บยังมีคราบสะสมอยู่

เมื่อมีสารเคลือบจากน้ำยาปรับผ้านุ่มเกาะอยู่บนผิวเส้นใย น้ำยาซักผ้าอาจซึมเข้าไปจัดการคราบได้ยากขึ้น ผู้ผลิตเสื้อกีฬาอย่าง Nike และ Maytag จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงน้ำยาปรับผ้านุ่มกับเสื้อผ้าที่ต้องระบายเหงื่อ เพราะอาจลดประสิทธิภาพการดูดซับและทำให้กลิ่นติดผ้าง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่ากลิ่นเหม็นเกิดจากน้ำยาปรับผ้านุ่มเพียงอย่างเดียว การใส่เสื้อเปียกเหงื่อทิ้งไว้ในตะกร้าปิด การใส่ผ้ามากเกินไป ใช้น้ำยาซักผ้ามากเกิน และตากไม่แห้งสนิทก็ทำให้กลิ่นกลับมาได้เช่นกัน

เริ่มแก้จากรอบซักถัดไป

• อ่านป้ายดูแลเสื้อก่อน โดยเฉพาะถ้ามีผ้ายืด อีลาสเทน ลายพิมพ์ หรือแถบสะท้อนแสง

• กลับเสื้อด้านในออกก่อนซัก เพื่อให้บริเวณรักแร้ คอเสื้อ และด้านที่สัมผัสผิวถูกทำความสะอาดมากขึ้น

• ใช้น้ำยาซักผ้าตามปริมาณบนฉลาก และงดน้ำยาปรับผ้านุ่มสำหรับเสื้อกีฬา

• เลือกน้ำเย็นหรืออุณหภูมิตามป้าย พร้อมรอบซักแบบถนอมผ้า หากไม่มีคำแนะนำเฉพาะ

• แยกจากผ้าขนหนู เสื้อขนฟู หรือผ้าที่มีขุยมาก เพราะอาจทำให้เสื้อกีฬาเป็นขุยและล้างคราบได้ไม่ดี

ถ้าเสื้อเพิ่งถอดจากการออกกำลังกายและยังเปียกมาก ควรผึ่งให้คลายความชื้นก่อนใส่ตะกร้า หรือซักโดยเร็วที่สุด อย่าขยำกองรวมไว้ในถังปิดหลายชั่วโมง เพราะความชื้นและความอุ่นจะทำให้กลิ่นฝังแน่นกว่าเดิม

ถ้าจะใช้น้ำส้มสายชู ควรใช้แบบไหน

น้ำส้มสายชูขาวอาจช่วยลดกลิ่นเหงื่อและคราบตกค้างได้ แต่คำแนะนำว่า “หนึ่งฝา” ไม่ใช่อัตราส่วนตายตัว เพราะขนาดฝาและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดไม่เท่ากัน

แนวทางหนึ่งจากคำแนะนำการดูแลเสื้อกีฬาคือใช้น้ำส้มสายชูประมาณ 1 ถ้วยต่อน้ำ 1 แกลลอน หรือราว 3.8 ลิตร แล้วแช่ประมาณ 30 นาที จากนั้นล้างน้ำสะอาดให้หมดก่อนนำไปซักตามปกติ แต่ควรใช้เป็นครั้งคราว ไม่ใช่ทุกครั้งที่ซัก

เช็กป้ายดูแลก่อนแช่ โดยเฉพาะเสื้อที่มีอีลาสเทน ยางยืด ลายพิมพ์ หรือสีที่บอบบาง หากไม่แน่ใจให้ทดลองกับบริเวณซ่อนด้านในก่อน และอย่าผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำยาฟอกขาวหรือแอมโมเนีย เพราะอาจเกิดไอระเหยที่เป็นอันตรายได้

หลังแช่แล้วต้องซักและล้างให้หมด

หลังแช่ควรล้างเสื้อด้วยน้ำสะอาดก่อน ไม่ควรนำเสื้อที่ยังมีน้ำส้มสายชูเข้มข้นติดอยู่ไปซักรวมทันที จากนั้นใช้น้ำยาซักผ้าตามปริมาณที่กำหนด เลือกรอบซักอ่อนโยน และเปิดน้ำล้างเพิ่มหากเครื่องมีฟังก์ชันนี้

ไม่ควรเทน้ำส้มสายชูเข้าช่องเครื่องซักผ้าโดยตรงเป็นประจำ เพราะคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องแต่ละรายอาจแตกต่างกัน วิธีแช่แล้วล้างออกก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ควบคุมปริมาณและลดการสัมผัสชิ้นส่วนของเครื่องได้ง่ายกว่า

• อย่าใช้น้ำยาซักผ้ามากเกินไป เพราะสารตกค้างก็ทำให้เกิดกลิ่นได้

• อย่าอัดผ้าจนแน่นถัง เพราะน้ำและน้ำยาจะไหลผ่านเสื้อได้ไม่ทั่วถึง

• ถ้ากลิ่นแรงมาก ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับเสื้อกีฬาโดยทำตามฉลาก

• ตรวจถังซัก ขอบยาง และช่องใส่น้ำยาด้วย หากมีกลิ่นอับจากเครื่อง กลิ่นอาจย้อนกลับมาติดเสื้อ

หลังซักเสร็จควรนำเสื้อออกจากเครื่องทันที สะบัดให้คลายตัว แล้วแขวนในที่อากาศถ่ายเทและมีแสงสว่างพอเหมาะ ไม่ควรตากในมุมอับหรือพับเก็บทั้งที่ยังชื้น ความร้อนสูงจากเครื่องอบก็อาจทำให้เส้นใย ลายพิมพ์ และส่วนผสมยืดหยุ่นเสื่อมเร็วขึ้น

งดน้ำยาปรับผ้านุ่มก่อน แล้วปรับวิธีซักตั้งแต่การกลับเสื้อ แยกผ้า ใช้น้ำยาในปริมาณพอดี ล้างให้หมด และตากให้แห้งสนิท หากทำต่อเนื่องแล้วกลิ่นยังกลับมาเร็วผิดปกติ อาจถึงเวลาตรวจทั้งเสื้อ เครื่องซักผ้า และวิธีเก็บผ้า ไม่ใช่เติมน้ำหอมกลบกลิ่นเพิ่มอย่างเดียว

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”รีบมาเรียนเพราะเห็นเพื่อนเต็มห้อง ก่อนรู้เหตุผลที่หน้าจอ9 อันดับภาพยนตร์ทุนต่ำ ที่ทำรายได้ถล่มทลายทั่วโลก5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวางหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้เรื่องเล่าจากเพชฌฆาตมหึมา: “การประหารด้วยช้าง” โทษทัณฑ์สุดโหดในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ใช้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือสังหารข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายThe Flying Dutchman ตำนานเรือผีที่ไม่เคยถึงฝั่ง แต่กลับถูกโยงกับเบอร์มิวด้า"ข้าวตอกตั้ง" มรดกขนมไทยโบราณแห่งพระนคร ภูมิปัญญาความอร่อยที่หาทานยาก9 อันดับภาพยนตร์ที่ถูกห้ามฉายในหลายประเทศ เพราะเนื้อหาสุดช็อก 
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เรื่องเล่าจากเพชฌฆาตมหึมา: “การประหารด้วยช้าง” โทษทัณฑ์สุดโหดในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ใช้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือสังหารแว่นหายแล้วมองไม่ชัด รูเข็มจากนิ้วช่วยอ่านตัวหนังสือได้จริงไหมแสงเช้าผ่านกระจกช่วยตั้งนาฬิกาชีวิตไหม จุดสำคัญไม่ใช่แค่เปิดหน้าต่างแท่งโลหะในเครื่องทำน้ำอุ่นช่วยกันถังรั่วจริง แต่ไม่ได้มีอายุเท่ากันทุกบ้านรีบมาเรียนเพราะเห็นเพื่อนเต็มห้อง ก่อนรู้เหตุผลที่หน้าจอไข่ลอยน้ำไม่ได้แปลว่าเน่า เช็กให้ชัวร์ก่อนตอกทำอาหาร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จากวังหลวงอันเกรียงไกร สู่ "เศษซาก 10 อาคาร" กลางรอยกระสุนสงครามเวียดนาม: เรื่องราวของ "นครจักรพรรดิแห่งเว้"ทำไม "น้ำตา" ถึงไหลตอน "ปอกหอม"? สารเคมีตัวไหน?เปิดแฟ้ม "กระทรวงสายฟ้าและพายุ" เมื่อสวรรค์ใช้ภัยธรรมชาติเป็นศาลตัดสินมนุษย์!เรื่องเล่าจากเพชฌฆาตมหึมา: “การประหารด้วยช้าง” โทษทัณฑ์สุดโหดในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ใช้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือสังหาร
ตั้งกระทู้ใหม่