หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รอธไชลด์คุมโลกจริงไหม? เปิดเส้นทางธนาคารเก่าแก่กับทฤษฎีสมคบคิด

เขียนโดย evileyes

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ถ้ามีชื่อหนึ่งที่มักถูกลากเข้าไปอยู่กลางเรื่องเล่าว่าใครเป็นผู้ควบคุมเงินของโลก ชื่อ “รอธไชลด์” มักโผล่ขึ้นมาเสมอ ภาพจำนี้มีทั้งเรื่องความมั่งคั่ง ธนาคารเก่าแก่ การปล่อยกู้ให้รัฐบาล และสายสัมพันธ์กับเหตุการณ์ใหญ่ของยุโรป เมื่อรายละเอียดหลายอย่างถูกวางต่อกัน จึงดูคล้ายกับว่าครอบครัวหนึ่งอยู่เบื้องหลังทุกการเปลี่ยนแปลง

แต่คำถามที่ควรถามไม่ใช่เพียง “พวกเขารวยแค่ไหน” หากคือ หลักฐานพาเราไปถึงคำว่าอิทธิพล หรือถึงคำว่าควบคุมโลกจริง ๆ เพราะสองคำนี้ไม่ใช่ความหมายเดียวกัน ประวัติศาสตร์ยืนยันได้ว่ารอธไชลด์เป็นตระกูลนายธนาคารที่มีบทบาทสำคัญในยุโรป แต่ยังไม่มีหลักฐานสาธารณะที่พิสูจน์ว่าพวกเขาสั่งการรัฐบาลทั่วโลกหรือควบคุมเงินทั้งหมดของโลก

จากป้ายโล่สีแดงสู่ธุรกิจการเงิน

จุดเริ่มต้นที่ตรวจสอบได้อยู่ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ตในคริสต์ศตวรรษที่ 18 Mayer Amschel Rothschild เกิดในปี 1744 และค่อย ๆ สร้างฐานะจากงานเกี่ยวกับเหรียญ การแลกเปลี่ยนเงิน และบริการทางการเงินให้ผู้มีอำนาจในยุคนั้น โลกตอนนั้นยังไม่มีระบบธนาคารสมัยใหม่ที่คนทั่วไปคุ้นเคย การเดินทางช้า ข่าวสารมาถึงไม่พร้อมกัน และการหาเงินทุนก้อนใหญ่สำหรับกองทัพหรือโครงการของรัฐเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความน่าเชื่อถือและเครือข่าย

ชื่อ Rothschild เชื่อมโยงกับคำว่า “โล่สีแดง” ซึ่งมาจากป้ายหรือเครื่องหมายประจำบ้านในย่านชาวยิวของแฟรงก์เฟิร์ต เรื่องนี้ฟังดูเหมือนรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ช่วยให้เห็นว่า ตระกูลไม่ได้เริ่มต้นจากภาพมหาเศรษฐีลึกลับที่ปรากฏขึ้นพร้อมอำนาจเต็มมือ หากเริ่มจากธุรกิจเฉพาะทางในเมืองหนึ่ง แล้วสะสมความไว้วางใจ ลูกค้า และข้อมูลทางการเงินทีละชั้น

ห้าสาขาที่ทำให้เครือข่ายดูเหมือนอยู่ทุกที่

สิ่งที่ทำให้ครอบครัวนี้โดดเด่นคือการให้ลูกชายทั้งห้าคนขยายงานไปยังศูนย์กลางสำคัญของยุโรป ได้แก่ แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน ปารีส เวียนนา และเนเปิลส์ ในยุคที่จดหมายกับพ่อค้าคือเส้นเลือดของเศรษฐกิจ การมีคนในครอบครัวประจำอยู่คนละเมืองทำให้การส่งข่าว การแลกเงิน และการเชื่อมผู้กู้กับผู้ให้ทุนทำได้รวดเร็วกว่าเครือข่ายที่กระจุกอยู่เมืองเดียว

นี่คือเหตุผลที่ชื่อรอธไชลด์ไปปรากฏในเรื่องสงคราม โครงการโครงสร้างพื้นฐาน การค้าระหว่างประเทศ และการเงินของราชสำนักหลายแห่งได้จริง พวกเขาไม่ได้ “อยู่ในทุกเหตุการณ์” แบบที่คำลือชอบเล่า แต่เป็นนายธนาคารในช่วงเวลาที่รัฐบาลจำนวนมากต้องการเงินทุน และกิจกรรมทางการเงินมักเชื่อมโยงกับการเมืองโดยธรรมชาติ

จุดที่มักเกิดความเข้าใจผิดคือการนำคำว่า “ชาวยิว” กับ “ตระกูลรอธไชลด์” มารวมเป็นก้อนเดียว คนยิวทั่วโลกมีประวัติศาสตร์ ชุมชน อาชีพ และจุดยืนแตกต่างกันมาก การเห็นบุคคลเชื้อสายยิวประสบความสำเร็จในวงการการเงินหรือการเมือง จึงไม่ใช่หลักฐานว่าเขาเป็นสมาชิกของเครือข่ายลับเดียวกัน

เอกสารบัลโฟร์บอกอะไร และไม่ได้บอกอะไร

หนึ่งในเหตุผลที่ชื่อรอธไชลด์ถูกพูดถึงทางการเมืองคือจดหมายของ Arthur Balfour รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 1917 จดหมายฉบับนั้นส่งถึง Lord Walter Rothschild และระบุว่ารัฐบาลอังกฤษสนับสนุนการจัดตั้ง “บ้านแห่งชาติของชาวยิว” ในปาเลสไตน์ พร้อมถ้อยคำคุ้มครองสิทธิพลเมืองและศาสนาของชุมชนที่ไม่ใช่ชาวยิว

เอกสารนี้เป็นหลักฐานว่ามีการสื่อสารทางการเมืองระหว่างรัฐบาลอังกฤษกับผู้นำชุมชนชาวยิว และเป็นเอกสารสำคัญในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง แต่การที่จดหมายส่งถึง Walter Rothschild ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นผู้สั่งการรัฐบาลอังกฤษ หรือว่าคนในตระกูลเดียวกันควบคุมการตัดสินใจทั้งหมด เหตุการณ์หนึ่งต้องอ่านร่วมกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นโยบายจักรวรรดิ การเคลื่อนไหวไซออนิสต์ และการตัดสินใจของรัฐบาลหลายฝ่าย

เมื่อความจริงบางส่วนถูกนำไปต่อเป็นเรื่องลับ

ทฤษฎีสมคบคิดมักไม่จำเป็นต้องสร้างข้อเท็จจริงขึ้นมาทั้งหมด แค่หยิบความจริงบางส่วน เช่น ตระกูลนี้มีธนาคาร มีลูกค้าเป็นรัฐบาล หรือมีจดหมายทางการเมือง แล้วเติมข้อสรุปที่ไม่มีหลักฐานว่า “จึงต้องควบคุมโลก” ก็ทำให้เรื่องเล่าดูน่าเชื่อได้ทันที

บรรยากาศเช่นนี้ถูกทำให้รุนแรงขึ้นด้วยเอกสารปลอมอย่าง พิธีสารของผู้อาวุโสแห่งไซออน ซึ่งเริ่มเผยแพร่ในจักรวรรดิรัสเซียช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เนื้อหาอ้างว่ามีผู้นำชาวยิวประชุมกันเพื่อยึดครองโลก ทั้งที่ภายหลังถูกเปิดโปงว่าเป็นงานปลอมและถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านชาวยิว

เมื่อเรื่องปลอมนี้ถูกเผยแพร่ซ้ำ ประวัติของครอบครัวที่มีเงินจริงและเคยมีอิทธิพลจึงถูกนำมาใช้เป็น “ตัวละคร” ประกอบเรื่อง ความรู้สึกว่าเงินเป็นสิ่งมองไม่เห็นและการตัดสินใจของรัฐบาลซับซ้อน ยิ่งเปิดพื้นที่ให้คนเลือกคำอธิบายง่าย ๆ ว่ามีศูนย์บัญชาการลับอยู่เบื้องหลัง แทนที่จะตรวจว่าหลักฐานเชื่อมโยงกันโดยตรงหรือไม่

แล้ว J.P. Morgan อยู่ตรงไหนของภาพนี้

การแยกบริบทของสหรัฐอเมริกาออกจากยุโรปช่วยลดความสับสนได้มาก ในวิกฤตการเงินปี 1907 J.P. Morgan มีบทบาทระดมเงินทุนภาคเอกชนและวงเงินสินเชื่อเพื่อพยุงระบบธนาคาร ขณะที่สหรัฐฯ ยังไม่มีธนาคารกลางแบบที่มีอยู่ในเวลาต่อมา กระบวนการถกเถียงหลังวิกฤตนำไปสู่การลงนาม Federal Reserve Act ในวันที่ 23 ธันวาคม 1913

เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า นักการเงินรายใหญ่สามารถมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและนโยบายได้จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ J.P. Morgan กลายเป็นผู้ควบคุมทุกประเทศ เช่นเดียวกับที่ประวัติของรอธไชลด์ไม่ควรถูกขยายจนกลายเป็นคำอธิบายครอบจักรวาล การมีเงิน การให้กู้ หรือการเข้าถึงผู้มีอำนาจคืออิทธิพลรูปแบบหนึ่ง ส่วนการ “สั่งการโลก” เป็นข้อกล่าวหาที่ต้องการหลักฐานมากกว่าการเรียงชื่อบุคคลกับเหตุการณ์เข้าด้วยกัน

วิธีอ่านคำกล่าวว่าใครกำลังคุมโลก

• ถามว่ามีเอกสารต้นฉบับหรือมีเพียงภาพแคปหน้าจอ คำบอกเล่า และเส้นเชื่อมในคลิป

• แยกให้ชัดว่าเอกสารพิสูจน์การพบกัน การลงทุน หรือการสนับสนุนนโยบาย ไม่ใช่พิสูจน์การสั่งการทุกขั้นตอน

• ตรวจช่วงเวลา เพราะคนละรุ่น คนละสาขา และคนละประเทศไม่ควรถูกนับเป็นองค์กรเดียวโดยอัตโนมัติ

• มองหาคำอธิบายอื่น เช่น ผลประโยชน์ของรัฐ เศรษฐกิจสงคราม การแข่งขันของสถาบันการเงิน และการตัดสินใจของผู้เล่นหลายกลุ่ม

เมื่อใช้เกณฑ์นี้ ภาพที่เหลือมีความน่าสนใจมากกว่าตำนานเสียอีก รอธไชลด์คือครอบครัวนายธนาคารที่สร้างเครือข่ายข้ามพรมแดนได้โดดเด่นในยุโรป มีความสัมพันธ์กับชนชั้นนำ และมีสมาชิกบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะจริง ขณะเดียวกัน เครือข่ายนั้นก็เปลี่ยนแปลงตามสงคราม การผงาดของสหรัฐฯ การเกิดธนาคารร่วมทุน และระบบกำกับดูแลสมัยใหม่

ดังนั้นคำตอบที่ระมัดระวังคือ มีหลักฐานรองรับเรื่องความมั่งคั่งและอิทธิพลในบางช่วงเวลา แต่ไม่มีหลักฐานรองรับคำกล่าวว่ารอธไชลด์ควบคุมโลกทั้งใบ การตั้งคำถามกับอำนาจเป็นเรื่องจำเป็น เพียงแต่คำถามนั้นควรพุ่งไปที่เอกสาร นโยบาย และโครงสร้างที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เหมารวมคนทั้งศาสนาหรือเชื้อสายให้กลายเป็นผู้ร้ายตัวเดียวของประวัติศาสตร์

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายเปิดจังหวัด “คนดวงเฮง” ถูกหวยรางวัลใหญ่บ่อยเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”เลขเด็ด "อ.น๊อตตี้" งวดวันที่ 16 กันยายน 69..มาอย่างไว! จัดไปเน้นๆโยมป้าดวงเฮงมาวัดแต่กลับได้โชค กำแพงเพชรแตก12ล้าน งวด1/9/69108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงโรงเรียนรัฐบาลในไทยที่สอบเข้ายากที่สุด มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุดนักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทเปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ถ้ายุงหายไปจากโลกจริง มนุษย์จะปลอดภัยขึ้น หรือธรรมชาติจะเสียสมดุลซาตานมีอยู่จริงไหม เมื่อคัมภีร์ปีศาจถูกวางคู่กับตำนาน Jersey Devilจิ๋นซีฮ่องเต้ตามหายาอมตะ แต่สิ่งที่ถูกทิ้งไว้ใต้สุสานกลับน่ากลัวกว่าThe Flying Dutchman ตำนานเรือผีที่ไม่เคยถึงฝั่ง แต่กลับถูกโยงกับเบอร์มิวด้า
ตั้งกระทู้ใหม่