หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จิ๋นซีฮ่องเต้ตามหายาอมตะ แต่สิ่งที่ถูกทิ้งไว้ใต้สุสานกลับน่ากลัวกว่า

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ในปี 221 ก่อนคริสตกาล แผ่นดินจีนที่เคยแบ่งเป็นรัฐคู่สงครามถูกรวมเข้าเป็นอำนาจเดียวภายใต้ชายผู้ประกาศตนว่า “ฉินสื่อหวงตี้” หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน เขาเอาชนะคู่แข่งได้แทบทั้งแผ่นดิน สั่งให้ใช้น้ำหนัก เหรียญตรา ถนน และระบบการเขียนที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ความฝันของเขาจึงดูใหญ่กว่าชีวิตคนคนหนึ่งมาก

แต่หลังจากควบคุมอาณาจักรได้ เขากลับพบศัตรูที่ใช้กองทัพจัดการไม่ได้ นั่นคือความตาย เรื่องราวของจิ๋นซีจึงไม่ได้มีเพียงกองทัพทหารดินเผาหรือสุสานขนาดมหึมา หากยังมีภารกิจลับ นักเล่นแร่แปรธาตุ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ และยาที่เชื่อว่าจะทำให้มนุษย์อยู่เหนือกาลเวลา ผู้ชนะที่ยังแพ้ให้กับเวลา

เมื่อผู้ครองแผ่นดินไม่อาจสั่งความตาย

จิ๋นซีฮ่องเต้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นจักรพรรดิ เขาคืออิ๋งเจิ้ง กษัตริย์แห่งรัฐฉิน ผู้เติบโตท่ามกลางสงครามระหว่างรัฐต่าง ๆ ก่อนจะขยายอำนาจและรวมจีนได้สำเร็จ เมื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิ เขาจัดระเบียบประเทศด้วยระบบราชการจากส่วนกลาง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปดูแลพื้นที่แทนการปล่อยให้เจ้าแคว้นเดิมมีอำนาจอย่างอิสระ

การสร้างมาตรฐานเดียวทำให้คำสั่งจากศูนย์กลางเดินทางไปได้ไกล ถนน คลอง คลังเสบียง และกองทัพเชื่อมโยงกันเป็นระบบ ทว่าระบอบที่ทำให้เขาควบคุมผู้คนได้ ก็ทำให้เขาตระหนักว่าตัวเองถูกจับตามองและถูกคุกคามอยู่เสมอ บันทึกประวัติศาสตร์ที่เขียนขึ้นภายหลังเล่าว่า หลังมีความพยายามลอบสังหาร จักรพรรดิยิ่งระมัดระวังการเดินทาง และมีทางเชื่อมระหว่างพระราชวังเพื่อให้เคลื่อนย้ายโดยไม่ต้องเปิดเผยตัว

รายละเอียดบางอย่างในบันทึกโบราณอาจปะปนทั้งข้อเท็จจริง การตีความ และภาพจำของคนรุ่นหลัง แต่แก่นของเรื่องชัดเจน จักรพรรดิผู้สั่งการคนหลายแสนคนได้ กลับไม่สามารถออกคำสั่งให้ร่างกายของตัวเองหยุดแก่หรือหยุดตายได้

ภารกิจตามหายาที่อาจไม่มีอยู่จริง

ในโลกความเชื่อของจีนยุคแรก ความเป็นอมตะไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงนิยาย ผู้คนเชื่อว่าบนภูเขาหรือเกาะลึกลับในทะเลตะวันออกอาจมีผู้วิเศษ สมุนไพร หรือสารพิเศษที่ช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นจากความตาย ราชสำนักจึงเปิดพื้นที่ให้นักเล่นแร่แปรธาตุและผู้เชี่ยวชาญพิธีกรรมเข้ามาเสนอวิธีค้นหาสิ่งเหล่านั้น

บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือสวีฝู หรือ Xu Fu ผู้ได้รับมอบหมายให้เดินทางออกสู่ทะเลตะวันออกเพื่อค้นหายาอายุวัฒนะ เรื่องเล่าที่สืบผ่านบันทึกโบราณระบุว่าเขาออกเดินทางมากกว่าหนึ่งครั้ง และการเดินทางครั้งสุดท้ายจบลงด้วยการไม่กลับมารายงานต่อจักรพรรดิ รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้ร่วมขบวน เรือ และจุดหมายแตกต่างกันไปตามฉบับ จึงไม่ควรนำตัวเลขในตำนานมาพูดราวกับเป็นรายงานการเดินทางที่ตรวจสอบได้ทุกบรรทัด

สิ่งที่น่าสนใจกว่าการถามว่าสวีฝูไปถึงเกาะอมตะหรือไม่ คือการที่ความเชื่อส่วนบุคคลของผู้ปกครองกลายเป็นโครงการระดับรัฐ คำสั่งจากวังถูกส่งไปยังพื้นที่ห่างไกลเพื่อค้นหาสิ่งที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ว่ามีอยู่จริง และเมื่อไม่มีใครนำคำตอบกลับมา ความล้มเหลวก็อาจถูกเลื่อนออกไปด้วยการเดินทางครั้งใหม่

แร่ชาด ปรอท และคำประชดของยาอายุวัฒนะ

หนึ่งในวัตถุที่ปรากฏในประวัติศาสตร์การแสวงหาความเป็นอมตะของจีนคือแร่ชาด หรือ cinnabar ซึ่งมีสารประกอบของปรอทและมีสีแดงสด เมื่อผ่านกระบวนการบางอย่างจะเกี่ยวข้องกับปรอทโลหะที่มีลักษณะเป็นของเหลวสีเงิน ในสายตาของคนโบราณ สารที่เปลี่ยนรูปได้และไม่เสื่อมสลายง่ายอาจดูเหมือนมีพลังพิเศษ จึงถูกนำไปผูกกับแนวคิดเรื่องการยืดอายุและการเป็นอมตะ

ความรู้สมัยใหม่ทำให้เห็นด้านที่น่ากลัวของความเชื่อนี้ ปรอทเป็นโลหะหนักที่มีพิษ และการได้รับสะสมสามารถทำลายระบบประสาท ไต และอวัยวะอื่น ๆ ได้ นักประวัติศาสตร์บางส่วนจึงเสนอว่าการรับสารที่มีปรอทอาจมีส่วนต่อการเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตของจิ๋นซีฮ่องเต้ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์โดยตรงที่จะยืนยันสาเหตุได้แน่นอน

ดังนั้นประโยคที่ว่า “จิ๋นซีดื่มปรอทแล้วตาย” จึงเป็นการย่อเรื่องซับซ้อนให้สั้นเกินไป สิ่งที่พูดได้อย่างระมัดระวังคือ ราชสำนักของเขาอยู่ในยุคที่สารอย่างแร่ชาดและปรอทถูกเชื่อมโยงกับยาอายุวัฒนะ และมีข้อเสนอทางประวัติศาสตร์ว่าสารพิษเหล่านี้อาจย้อนทำร้ายผู้ที่ต้องการหนีความตายเสียเอง

สุสานที่จำลองโลกทั้งใบไว้ใต้ดิน

จิ๋นซีฮ่องเต้เริ่มสร้างสุสานตั้งแต่ยังเป็นกษัตริย์หนุ่ม โครงการดำเนินต่อเนื่องราว 38 ปี และยังไม่เสร็จสมบูรณ์เมื่อเขาเสียชีวิตในปี 210 ก่อนคริสตกาล บริเวณเดียวกันนี้มีการค้นพบกองทัพทหารดินเผาจำนวนมากตั้งแต่ปี 1974 ทั้งทหารราบ นักธนู ทหารม้า รถม้า และม้าศึก ซึ่งถูกจัดวางเพื่อทำหน้าที่คุ้มครองจักรพรรดิในโลกหลังความตาย

บันทึกของซือหม่าเชียน นักประวัติศาสตร์ในยุคฮั่น เล่าว่าภายในสุสานมีพระราชวังจำลอง ดวงดาวบนเพดาน และแม่น้ำทะเลที่ทำจากปรอท เรื่องแม่น้ำปรอทยังไม่มีใครเห็นด้วยตา เพราะห้องฝังศพหลักยังไม่ได้เปิด แต่การสำรวจสมัยใหม่พบระดับปรอทในดินบริเวณเนินสุสานสูงกว่าค่าพื้นหลังบางพื้นที่ และตรวจพบสัญญาณการปล่อยไอปรอทอ่อน ๆ

หลักฐานนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับบันทึกโบราณเรื่องการใช้ปรอทในสุสาน แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าภายในมีแม่น้ำจำลองครบตามคำบอกเล่า และไม่ได้พิสูจน์ว่าจักรพรรดิรับปรอทเข้าสู่ร่างกายจริง ภาพที่แม่นยำที่สุดจึงควรแยกสามเรื่องออกจากกัน ได้แก่ สิ่งที่คนโบราณบันทึก สิ่งที่นักโบราณคดีพบ และสิ่งที่ยังคงเป็นสมมติฐาน

เขาไม่ได้อมตะ แต่มรดกกลับอยู่ได้นานกว่า

จิ๋นซีฮ่องเต้เสียชีวิตในปี 210 ก่อนคริสตกาล ขณะที่ราชวงศ์ฉินดำรงอยู่ต่อมาได้ไม่นานนัก ก่อนจะสิ้นสุดในปี 206 ก่อนคริสตกาล ความตายจึงไม่ได้หยุดลงเพราะคำสั่งของจักรพรรดิ และอำนาจที่รวมศูนย์อย่างเข้มข้นก็ไม่ได้ทำให้ราชวงศ์ของเขายืนยาวตามที่หวัง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาทิ้งไว้กลับมีอายุยืนกว่าตัวบุคคลมาก ระบบการปกครองจากส่วนกลาง การกำหนดมาตรฐานน้ำหนัก เงินตรา การเขียน และโครงสร้างคมนาคม กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์จีนอีกหลายยุค กองทัพทหารดินเผาก็ยังทำหน้าที่ของมันในอีกรูปแบบหนึ่ง คือทำให้คนรุ่นหลังมองเห็นขนาดของอำนาจ แรงงาน และความเชื่อที่เคยถูกทุ่มลงไปเพื่อเอาชนะความตาย

เรื่องของจิ๋นซีฮ่องเต้จึงไม่ใช่แค่เรื่องจักรพรรดิผู้หลงยาอายุวัฒนะ แต่เป็นภาพสะท้อนของมนุษย์ที่พยายามใช้ทุกสิ่งที่มี ทั้งอำนาจ ความรู้ ความเชื่อ และทรัพยากรของทั้งอาณาจักร ต่อรองกับจุดจบของชีวิต ท้ายที่สุดเขาอาจไม่ได้ค้นพบยาที่ทำให้ตนเองอยู่ชั่วนิรันดร์ แต่ได้สร้างคำถามที่ยังไม่ตายไปพร้อมกับเขาว่า เมื่อคนเรากลัวการถูกลืม เราจะยอมแลกอะไรเพื่อให้ชื่อของตัวเองยังคงอยู่

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”โรงเรียนรัฐบาลในไทยที่สอบเข้ายากที่สุด มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุด5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวางเปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?เปิดจังหวัด “คนดวงเฮง” ถูกหวยรางวัลใหญ่บ่อยเปิด 5 อันดับข้าราชการท้องถิ่น เงินเดือนสูงที่สุด ใครแตะ 80,450 บาท?โยมป้าดวงเฮงมาวัดแต่กลับได้โชค กำแพงเพชรแตก12ล้าน งวด1/9/69ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย5 ดอกไม้สุดสวยของไทย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ซาตานมีอยู่จริงไหม เมื่อคัมภีร์ปีศาจถูกวางคู่กับตำนาน Jersey DevilThe Flying Dutchman ตำนานเรือผีที่ไม่เคยถึงฝั่ง แต่กลับถูกโยงกับเบอร์มิวด้าChronovisor เครื่องย้อนดูอดีตในตำนานวาติกัน เมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญไม่ใช่ภาพจากอดีตตำนานแวมไพร์เริ่มจากผีดูดเลือดจริง หรือความกลัวโรคที่ยังอธิบายไม่ได้
ตั้งกระทู้ใหม่