หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชายแต่งตัวเหมือนคนอนาคตในภาพปี 1941 เราเคยข้ามเวลาหรือยัง

เขียนโดย nantana

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในภาพถ่ายเก่าปี 1941 เขาสวมแว่นกันแดด เสื้อไหมพรมที่ดูทันสมัย และมีกล้องขนาดเล็กคล้องคอ เมื่อเทียบกับคนรอบข้างที่แต่งตัวด้วยสูท เสื้อโค้ต และหมวกตามแบบยุคนั้น เขาจึงดูเหมือนคนที่หลุดมาจากอนาคตอย่างน่าประหลาด

ภาพนี้ถูกเรียกในโลกอินเทอร์เน็ตว่า Time Traveler Hipster หรือชายจากอนาคต ภาพต้นฉบับเกี่ยวข้องกับพิธีเปิดสะพาน South Forks Bridge ในชุมชนเหมือง Gold Bridge รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา หลังสะพานได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในปีก่อนหน้า แต่คำถามที่ทำให้ภาพโด่งดังไม่ใช่เรื่องสะพาน หากเป็นชายคนหนึ่งที่ดูไม่เข้าพวกจนทำให้หลายคนเชื่อว่า เขาอาจเดินทางย้อนเวลากลับมา

ภาพจริงไม่ได้แปลว่าคำอธิบายเรื่องคนจากอนาคตจะจริง และนี่คือจุดที่เรื่องเล่าทางอินเทอร์เน็ตเริ่มแยกออกจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์

ไอเดียเครื่องย้อนเวลาเริ่มจากนิยายก่อน

แนวคิดว่ามนุษย์สามารถเดินทางไปยังอดีตหรืออนาคตมีอยู่ในตำนานและนิยายมานาน แต่คนที่ทำให้ภาพของเครื่องจักรสำหรับเดินทางข้ามเวลาติดอยู่ในจินตนาการสมัยใหม่อย่างชัดเจนคือ เอช. จี. เวลส์ นักเขียนชาวอังกฤษ

นวนิยาย The Time Machine ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1895 เล่าเรื่องนักประดิษฐ์ผู้สร้างเครื่องจักรที่พาตัวเองเดินทางไปยังอนาคตอันไกลโพ้น หนังสือไม่ได้เป็นคู่มือวิทยาศาสตร์ แต่เป็นนิยายที่ใช้การเดินทางข้ามเวลาเพื่อสะท้อนความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และอนาคตของมนุษย์

หลังจากนั้น เครื่องย้อนเวลาจึงมักถูกนำเสนอในรูปของรถยนต์ ห้องทดลอง นาฬิกา หรือประตูพิเศษ เมื่อผู้คนเห็นวัตถุที่ดูผิดยุคในภาพเก่า สมองจึงเชื่อมโยงสิ่งนั้นเข้ากับภาพจำจากนิยายได้ง่าย ทั้งที่ในทางประวัติศาสตร์ วัตถุเพียงชิ้นเดียวไม่เพียงพอจะพิสูจน์ว่ามีใครเดินทางผ่านกาลเวลา

ภาพวาดเก่าที่ถูกเข้าใจว่าเป็นสมาร์ตโฟน

อีกหนึ่งเบาะแสที่มักถูกยกมาอ้างคือภาพวาดของจิตรกรชาวดัตช์ ปีเตอร์ เดอ ฮูค ในปี 1670 ภาพดังกล่าวแสดงหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในบ้าน มีสุนัขอยู่ใกล้ตัว และมีชายกำลังยื่นจดหมายให้จากบริเวณประตู

เมื่อมองจากภาพที่ถูกตัดหรือเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย วัตถุในมือของชายผู้นั้นอาจดูคล้ายโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะเมื่อผู้ชมรู้อยู่ก่อนแล้วว่ากำลังดูหลักฐานการเดินทางข้ามเวลา แต่ข้อมูลจาก Rijksmuseum ระบุองค์ประกอบของภาพไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นฉากการส่งจดหมายในบ้าน ไม่ใช่การถืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

กรณีนี้สะท้อนปัญหาของการมองภาพจากความคาดหวัง หากตั้งคำถามว่า วัตถุนี้คือสมาร์ตโฟนหรือไม่ เราอาจมองเห็นรูปร่างที่คล้ายโทรศัพท์ แต่ถ้าถามว่า ภาพนี้กำลังเล่าเหตุการณ์อะไร คำตอบจากชื่อผลงาน รายละเอียดในภาพ และบริบทของยุคสมัยกลับชี้ไปที่จดหมายธรรมดา

ชายในภาพปี 1941 มีอะไรอธิบายได้บ้าง

ภาพชายจาก Gold Bridge น่าสนใจเพราะต้นฉบับเป็นภาพประวัติศาสตร์จริง ไม่ใช่ภาพที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำเรื่องลึกลับโดยตรง เอกสารของเครือข่ายพิพิธภัณฑ์แคนาดาระบุว่า ภาพนี้ถูกถ่ายในปี 1941 และเผยแพร่ผ่านนิทรรศการออนไลน์ของ Bralorne Museum ก่อนจะกลายเป็นไวรัลในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทำให้เขาดูเหมือนคนยุคใหม่มีหลายอย่าง แว่นกันแดดบางรูปแบบมีใช้งานแล้วตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920 เสื้อที่ดูเหมือนเสื้อยืดพิมพ์ลายอาจเป็นเสื้อไหมพรมหรือเสื้อกีฬาที่มีตราเย็บติดอยู่ และกล้องที่ดูเล็กเมื่อเทียบกับกล้องโบราณขนาดใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นกล้องดิจิทัลเสมอไป

• เสื้อผ้าที่ดูทันสมัยอาจเป็นเพียงการแต่งตัวแบบลำลองของคนคนหนึ่ง

• แว่นกันแดดไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ของศตวรรษที่ 21

• กล้องขนาดกะทัดรัดมีอยู่ก่อนปี 1941 และภาพเก่าอาจทำให้รายละเอียดบางอย่างคลาดเคลื่อน

คำอธิบายเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีทางเป็นนักเดินทางข้ามเวลา แต่ช่วยชี้ให้เห็นว่า ยังมีคำอธิบายธรรมดาที่สอดคล้องกับหลักฐานมากกว่า และยังไม่มีข้อมูลต่อเนื่อง เช่น ชื่อ บุคคล ประวัติ หรือวัตถุจากอนาคตที่ใช้ตรวจสอบได้

ส่วนที่วิทยาศาสตร์ยืนยันจริง

การเดินทางข้ามเวลาไม่ได้เป็นเรื่องผิดหลักฟิสิกส์ทั้งหมด ทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ระบุว่า เวลาไม่ได้เดินด้วยอัตราเดียวกันสำหรับผู้สังเกตทุกคน หากวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก เวลาที่วัตถุนั้นประสบจะเดินช้าลงเมื่อเทียบกับผู้สังเกตที่อยู่นิ่งกว่า นอกจากนี้ ความแรงของสนามโน้มถ่วงก็ส่งผลต่ออัตราการเดินของเวลาเช่นกัน

นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบผลดังกล่าวจากการเปรียบเทียบนาฬิกาอะตอมบนเครื่องบิน ดาวเทียม อาคารสูง และห้องทดลอง นาฬิกาที่อยู่ในตำแหน่งหรือเคลื่อนที่แตกต่างกันสามารถเดินเร็วช้าต่างกันจริง แม้ความแตกต่างจะเล็กมากจนมนุษย์ไม่รู้สึกในชีวิตประจำวัน

ความหมายที่ถูกต้องคือ การเดินทางไปข้างหน้าในอนาคตด้วยอัตราเวลาที่ต่างจากคนอื่นเป็นสิ่งที่ฟิสิกส์ยอมรับได้ แต่ต้องอาศัยความเร็วสูงมากหรือสภาวะแรงโน้มถ่วงรุนแรง ไม่ใช่การกดปุ่มแล้วหายตัวไปอยู่ในปี 2090 และยิ่งไม่มีหลักฐานว่าเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถพามนุษย์ย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้

หลักฐานที่ใกล้ตัวที่สุดอยู่ในระบบ GPS ดาวเทียม GPS เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงและอยู่ห่างจากพื้นโลกมากกว่าเรา ผลจากความเร็วทำให้นาฬิกาบนดาวเทียมเดินช้าลง ขณะที่แรงโน้มถ่วงที่อ่อนกว่าบนวงโคจรทำให้นาฬิกาเดินเร็วขึ้น เมื่อนำสองผลมารวมกัน นาฬิกาบนดาวเทียมจะเร็วกว่าเวลาบนพื้นโลกสุทธิประมาณ 38 ไมโครวินาทีต่อวัน

ความคลาดเคลื่อนระดับนี้ดูเล็กจนแทบไม่มีความหมายสำหรับคนทั่วไป แต่ระบบนำทางต้องแก้ไขมันอยู่ตลอด หากไม่คำนวณผลของทฤษฎีสัมพัทธภาพ ตำแหน่งบนแผนที่จะแตกต่างมากขึ้นเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นตัวอย่างว่าเวลาเปลี่ยนอัตราได้จริง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ต้องนำความจริงข้อนี้ไปใช้งาน

ข้ามเวลาไปอนาคตได้จริงในหลักฟิสิกส์ แต่การย้อนอดีตยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ส่วนภาพชายในปี 1941 และภาพวาดหญิงรับจดหมายยังคงเป็นเรื่องลึกลับที่ชวนให้ตั้งคำถามได้ เพียงแต่คำถามที่ดีควรเริ่มจากการตรวจสอบยุคสมัย วัตถุ และบริบทก่อน แล้วค่อยตัดสินว่าหลักฐานพาเราไปไกลถึงคำว่า นักเดินทางข้ามเวลา ได้จริงหรือไม่

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทเลขเด็ด "อ.น๊อตตี้" งวดวันที่ 16 กันยายน 69..มาอย่างไว! จัดไปเน้นๆเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างโรงเรียนรัฐบาลในไทยที่สอบเข้ายากที่สุด มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุดเปิดจังหวัด “คนดวงเฮง” ถูกหวยรางวัลใหญ่บ่อยนักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสงเปิด 5 อันดับข้าราชการท้องถิ่น เงินเดือนสูงที่สุด ใครแตะ 80,450 บาท?5 เทคนิค ที่ร้านบุฟเฟต์ไม่เคยบอกคุณ ทำไมกินนิดเดียวก็อิ่ม?โยมป้าดวงเฮงมาวัดแต่กลับได้โชค กำแพงเพชรแตก12ล้าน งวด1/9/69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ซาตานมีอยู่จริงไหม เมื่อคัมภีร์ปีศาจถูกวางคู่กับตำนาน Jersey Devilจิ๋นซีฮ่องเต้ตามหายาอมตะ แต่สิ่งที่ถูกทิ้งไว้ใต้สุสานกลับน่ากลัวกว่าThe Flying Dutchman ตำนานเรือผีที่ไม่เคยถึงฝั่ง แต่กลับถูกโยงกับเบอร์มิวด้าChronovisor เครื่องย้อนดูอดีตในตำนานวาติกัน เมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญไม่ใช่ภาพจากอดีต
ตั้งกระทู้ใหม่