เกาะบูเวต์ ดินแดนภูเขาไฟน้ำแข็งที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกและสาบสูญไปจากแผนที่นานเกือบ 70 ปี
ท่ามกลางความเวิ้งว้างของมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ รอยต่อระหว่างผืนน้ำสีเทาและทะเลน้ำแข็งอันหนาวเหน็บของทวีปแอนตาร์กติกา มีแผ่นดินภูเขาไฟเล็ก ๆ ขนาดเพียง 49 ตารางกิโลเมตรตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ดินแดนแห่งนี้อยู่ห่างจากเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ใกล้ที่สุดกว่า 2,200 กิโลเมตร และห่างจากแผ่นดินใหญ่แอนตาร์กติกาถึง 1,700 กิโลเมตร ไม่มีเที่ยวบินใดบินผ่าน ไม่มีเรือโดยสารเข้าถึง และที่น่าทึ่งที่สุดคือ เกาะแห่งนี้เคยถูกค้นพบ ถูกบันทึกลงแผนที่ แล้วจู่ ๆ ก็ "หายสาบสูญ" ไปนานหลายสิบปี จนนักเดินเรือระดับตำนานคิดว่าเป็นเพียงภาพลวงตา
การค้นพบและการคำนวณพิกัดที่คลาดเคลื่อน
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 มกราคม 1739 เมื่อนายทหารเรือชาวฝรั่งเศส "ฌอง-บาติสต์ ชาร์ลส์ บูเวต์ เดอ ลอซิเยร์" (Jean-Baptiste Charles Bouvet de Lozier) นำเรือสำรวจฝ่าลมพายุในเขตละติจูดใต้เพื่อตามหาทวีปทางใต้ตามสมมติฐานทางภูมิศาสตร์ในยุคนั้น ท่ามกลางหมอกหนาและฝนหิมะ จู่ ๆ เงาของหน้าผาสูงชันสีดำที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งก็โผล่ขึ้นมาจากผืนน้ำ
เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายจนไม่สามารถนำเรือเข้าเทียบฝั่งหรือแล่นวนรอบเกาะได้ บูเวต์จึงบันทึกพิกัดไว้ว่าอยู่ที่ละติจูด 54 องศาใต้ และลองจิจูด 11 องศาตะวันออก ทว่าในยุคที่ยังไม่มีนาฬิกาโครโนมิเตอร์ทางทะเลที่แม่นยำ การคำนวณลองจิจูดเกิดความคลาดเคลื่อนไปถึง 8 องศา หรือคิดเป็นระยะทางในมหาสมุทรจริงเกือบ 500 กิโลเมตร
การสาบสูญเกือบศตวรรษและการค้นหาของกัปตันคุก
ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นเกาะปริศนาที่ไม่มีใครหาเจออีกเลย คณะสำรวจหลายชุดพยายามแล่นเรือไปยังพิกัดเดิมแต่พบเพียงความว่างเปล่า แม้กระทั่ง "กัปตันเจมส์ คุก" (James Cook) นักสำรวจทางทะเลผู้ยิ่งใหญ่ ได้นำเรือมาตามหาอย่างละเอียดแต่ก็คว้าน้ำเหลว จนลงความเห็นในบันทึกว่าสิ่งที่บูเวต์เห็นน่าจะเป็นเพียงภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ ทำให้ชื่อของเกาะนี้ถูกตัดออกจากแผนที่เดินเรือจำนวนมาก
จนกระทั่งในปี 1808 "เจมส์ ลินด์เซย์" (James Lindsay) กัปตันเรือล่าวาฬชาวอังกฤษ ได้บังเอิญแล่นเรือไปพบแผ่นดินหินน้ำแข็งแห่งนี้เข้าอีกครั้ง ณ พิกัดที่อยู่ห่างไปทางตะวันตกจากจุดเดิมราว 500 กิโลเมตร จึงเป็นการพิสูจน์ว่าบูเวต์ไม่ได้เห็นภาพลวงตา แต่เป็นความผิดพลาดของระบบคำนวณทางเดินเรือในอดีต
ธรรมชาติสุดขั้วใต้โดมน้ำแข็ง
ในเวลาต่อมา ประเทศนอร์เวย์ได้ส่งคณะสำรวจขึ้นฝั่งอย่างเป็นทางการและผนวกเกาะนี้เข้าเป็นดินแดนในความดูแล โดยตั้งชื่อว่า "เกาะบูเวต์" (Bouvet Island หรือ Bouvetøya) เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบคนแรก
ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะบูเวต์คือยอดภูเขาไฟที่โผล่พ้นน้ำทะเล โดยมีพื้นที่ถึง 93% ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งหนาทึบ หน้าผาหินบะซอลต์สีดำตัดกับผืนน้ำแข็งสีขาว ไม่มีต้นไม้หรือพุ่มไม้แม้แต่ต้นเดียว มีเพียงมอส ไลเคน นกทะเลสายพันธุ์ต่าง ๆ แมวน้ำ ช้างน้ำ และนกเพนกวิน สภาพอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี พร้อมลมพายุและหมอกหนาทึบปกคลุมมากกว่า 200 วันต่อปี ทำให้โอกาสที่จะมองเห็นยอดเขาของเกาะได้อย่างชัดเจนมีน้อยมาก
ปริศนาเรือชูชีพร้างกลางเกาะไร้ผู้คน
หนึ่งในเรื่องลึกลับที่โด่งดังของเกาะบูเวต์เกิดขึ้นในทศวรรษ 1960 เมื่อคณะสำรวจร่วมระหว่างอังกฤษและแอฟริกาใต้เดินทางขึ้นฝั่ง แล้วพบ "เรือชูชีพ" ลำหนึ่งจอดทิ้งไว้ริมชายหาดน้ำแข็ง ภายในมีเพียงพาย ถังน้ำ และสัมภาระบางส่วน แต่กลับไม่มีร่องรอยของมนุษย์ บันทึกประวัติ หรือข้อมูลการสูญหายของเรือในน่านน้ำแถบนั้น
แม้ต่อมาจะมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นเรือชูชีพของคณะสำรวจจากเรือล่าวาฬโซเวียตที่เคยเผชิญพายุติดเกาะในปี 1958 และได้รับการอพยพออกไป แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังคงถูกเล่าขานเป็นหนึ่งในปริศนาคลาสสิกของเกาะแห่งนี้
ดินแดนที่มนุษย์แทบไม่อาจเข้าถึง
ในปัจจุบัน เกาะบูเวต์ยังคงไร้ผู้อยู่อาศัยถาวร เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำจืดที่ใช้งานได้ง่ายและไม่มีพืชผลสำหรับทำการเกษตร สิ่งก่อสร้างเพียงหนึ่งเดียวคือสถานีตรวจวัดสภาพอากาศอัตโนมัติของนอร์เวย์ ซึ่งจะมีทีมนักวิทยาศาสตร์เดินทางเข้ามาบำรุงรักษาทุกสองสามปี เกาะแห่งนี้ยังมีชื่อโดเมนระดับบนสุด (.bv) และรหัสพื้นที่ระหว่างประเทศเป็นของตนเอง แม้จะไม่เคยมีการเปิดใช้งานเว็บไซต์ใด ๆ เลยก็ตาม
เกาะบูเวต์ไม่ได้เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บนแผนที่โลก แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่และความลึกลับของธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจครอบครองได้ เรื่องราวการค้นพบ ความผิดพลาดทางพิกัดที่ทำให้เกาะหายไปนานนับสิบปี และความโดดเดี่ยวท่ามกลางสภาพอากาศอันโหดร้าย ย้ำเตือนให้เห็นว่าบนโลกใบนี้ยังคงมีผืนดินที่ก้าวข้ามขอบเขตความคุ้นเคยของมนุษยชาติ และยังคงดำรงอยู่อย่างเงียบสงบในมิติของตัวเองตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
BYD จ่อโค่น Toyota ศึกตลาดรถออสเตรเลีย
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
Rafflesia ดอกไม้ยักษ์ที่ไม่มีใบและลำต้นแบบพืชทั่วไป
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
มหัศจรรย์ถังน้ำธรรมชาติ 5 ต้นไม้สุดทึ่งที่สร้างแหล่งน้ำไว้กลางลำต้น
ตกนรก 1 วัน เจออะไรบ้าง?
นักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เหงาแค่ไหนก็มีเธอ... เมื่อ "แฟน AI" กลายเป็นที่พึ่งทางใจใหม่ของคนยุคนี้
เปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทย
ย้อนเวลาไปดูจุดเริ่มต้นของสี โลกที่เราเห็นทุกวันนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง?
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
ไม่ใช่ 3 จังหวัด! ไทยมีเพียง 2 จังหวัดที่ติดเพื่อนบ้านสองประเทศ
ย้อนเวลาไปดูจุดเริ่มต้นของสี โลกที่เราเห็นทุกวันนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง?
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
เนปาล 500 ปี จากนครกลางหิมาลัย สู่ยุคราชวงศ์มัลละ
มันเทศสีม่วงกับมันเทศธรรมดา ต่างกันแค่สีหรือมีดีกว่าที่คิด?
ทำไมเรียก 'ผ้าขาวม้า' แล้วคำนี้มาจากไหน? เจาะลึกประวัติศาสตร์ข้ามทวีปของผ้าสารพัดประโยชน์
คุณกำลังดื่ม "มัทฉะแท้" หรือแค่ "ชาเขียวบด"? เปิดความลับที่คอชาอาจจะยังไม่รู้



