หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เหตุใด เปอร์เซีย จึงหายไปจากแผนที่โลก

เขียนโดย superjay24

ย้อนเวลากลับไปไกลกว่า 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ดินแดนที่ราบสูง อิหร่าน อันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ไม่ได้เงียบเหงา พื้นที่ตรงนี้เป็นเหมือนทำเลทองที่มีชนเผ่ามากมายหลายกลุ่มเข้ามาจับจองพื้นที่สร้างบ้านแปงเมืองกันอย่างคึกคัก 1 ในนั้นคือกลุ่มคนที่ตั้งชื่อเรียกตัวเองแบบเก๋ๆว่าชนเผ่า Parsa ซึ่งภายหลังเมื่อชาว Greece เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายหรือทำสงครามด้วยก็เลยออกเสียงเรียกชนเผ่านี้ให้สะดวกปากตามสไตล์ตัวเองว่า เปอร์เซีย นั่นเอง

 นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของชื่อที่โด่งดังไปทั่วโลกในเวลาต่อมา แม้ว่าเจ้าของบ้านเขาจะไม่ได้อินกับชื่อนี้เท่าไหร่ก็ตามที แต่ความปังของชื่อ เปอร์เซีย ก็ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แบบลบไม่ออกไปแล้ว สภาพภูมิประเทศของที่ราบสูงแห่งนี้เต็มไปด้วยความหลากหลาย มีทั้งเทือกเขาสูงตระหง่าน ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง

ยุคทองของจักรวรรดิ Achaemenid ภายใต้การนำของ Cyrus

เปิดฉากความอลังการงานสร้างของจริงด้วยวีรบุรุษผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์แบบหน้ามือเป็นหลังมือ ชายคนนี้คือ Cyrus มหาราช ผู้มาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลทะลุมิติหาใครเปรียบ ในปี 550 ก่อนคริสตกาล Cyrus โชว์ฟอร์มเทพด้วยการรวบรวมชาว เปอร์เซีย และชาว Media ให้กลายเป็นน้ำ 1 ใจเดียวกันได้สำเร็จ จากนั้นก็เดินหน้าขยายอำนาจและแผ่อิทธิพลออกไปรอบทิศทางอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

จนสามารถสถาปนาจักรวรรดิ Achaemenid ซึ่งกลายเป็น 1 ในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุคโบราณ อาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมาก แผ่ขยายตั้งแต่ดินแดนลี้ลับอย่าง Egypt ทอดยาวข้ามผ่านเมโสโปเตเมียหรือ Mesopotamia ไปจนสุดขอบที่ลุ่มแม่น้ำ Indus นับเป็นครั้งที่ 1 ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ดินแดนอันกว้างใหญ่เบอร์นี้ถูกรวบตึงปกครองภายใต้รัฐบาลกลางแบบเบ็ดเสร็จ เรียกว่าเป็นยุคที่ เปอร์เซีย ผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเบอร์ 1 แบบไม่มีใครกล้าหือ

และที่ขาดไม่ได้เลยคือเครื่องประดับทองคำและอัญมณีที่ประโคมใส่กันแบบจัดเต็มเพื่อแสดงถึงฐานะและความมั่งคั่ง เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นนิสต้าแห่งยุคโบราณตัวจริงเสียงจริง นอกจากนี้เรื่องของการจัดเลี้ยงสังสรรค์ในราชสำนักก็เป็นอะไรที่อลังการดาวล้านดวง มีการเสิร์ฟอาหารเลิศรสที่ปรุงแต่งด้วยเครื่องเทศหายาก มีการแสดงดนตรีและการร่ายรำที่งดงามสะกดทุกสายตา เป็นการโชว์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรมที่ทำให้แขกบ้านแขกเมืองที่มาร่วมงานต้องกลับไปพูดถึงกันปากต่อปาก

สงครามกับ Greece และการมาถึงของ Alexander แห่ง Macedonia

เส้นทางแห่งอำนาจมักจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ตลอดหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานของดินแดนแห่งนี้ พวกเขาต้องเผชิญกับบททดสอบสุดหินและศึกหนักมากมาย จักรวรรดิ Achaemenid เคยทำสงครามฟาดฟันกับนครรัฐ Greece เกิดเป็นยุทธการที่โด่งดังระดับตำนานที่คอหนังแอคชั่นน่าจะคุ้นเคยกันดีอย่างยุทธการ Marathon และยุทธการ Thermopylae ซึ่งหลายคนคงจำภาพความดุเดือดได้จากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง 300 นั่นเอง แม้ว่าชาว เปอร์เซีย จะโชว์ศักยภาพการรบที่ดุดันและยังคงสถานะความเป็นมหาอำนาจเอาไว้ได้ยาวนาน แต่ในที่สุดสัจธรรมของโลกก็ทำหน้าที่ของมัน

ในขณะที่ เปอร์เซีย นำเสนอความมั่นคงภายใต้ร่มเงาของกษัตริย์องค์เดียว การเดินทัพของ Alexander แห่ง Macedonia ได้ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดประตูให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างตะวันออกและตะวันตก เกิดเป็นยุคสมัยที่เรียกกันว่า Hellenistic ซึ่งเป็นการหลอมรวมศิลปะ วิทยาการ และปรัชญาของทั้ง 2 โลกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

การล่มสลายที่ไม่เคยดับสูญของอารยธรรม เปอร์เซีย

ภาพตัดมาที่ความพ่ายแพ้อาจจะดูเหมือนเป็นจุดจบ แต่สำหรับชาว เปอร์เซีย แล้วมันเป็นแค่การเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะผู้มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมต่างหาก หลังจากที่โดนโค่นล้มไปชาว เปอร์เซีย ก็ใช้ความอึดถึกทนค่อยๆฟื้นฟูอำนาจของตัวเองกลับมาอีก 1 ครั้ง ผ่านการก่อตั้งจักรวรรดิ Parthian และต่อยอดความปังมาสู่จักรวรรดิ Sasanian ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งเบอร์ 1 ที่งัดข้อกับจักรวรรดิ Roman ได้อย่างสูสี แต่ทว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา หลาย 100 ปีต่อมาจักรวรรดิ Sasanian ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับกองทัพอาหรับมุสลิม ดินแดน เปอร์เซีย จึงเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านมือผู้ปกครองกลุ่มใหม่แบบรัวๆ

ไม่ว่าจะเป็นชาว Arab ชาว Turk และชาว Mongol แม้ว่าโครงสร้างอาณาจักรจะล่มสลายแตกเป็นเสี่ยงๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สิ่งที่น่าทึ่งมากๆคือจิตวิญญาณหรือความเป็น เปอร์เซีย กลับฝังรากลึกและอยู่ยงคงกระพัน พวกเขายังคงใช้ภาษา เปอร์เซีย อย่างเหนียวแน่น ยังคงสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเองเอาไว้ได้แบบเป๊ะปัง การผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนของผู้ปกครองจากหลากหลายเชื้อชาติอาจจะทำให้โครงสร้างส่วนบนของสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ลึกลงไปในระดับรากหญ้า วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาว เปอร์เซีย ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มแข็ง พวกเขามีความสามารถพิเศษในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ โดยที่ไม่ทิ้งตัวตนที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน สถาปัตยกรรมที่งดงามวิจิตรบรรจง หรือแม้แต่การทอพรมที่กลายเป็นสินค้าส่งออกลือชื่อ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นและกลายเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้พวกเขาไม่ถูกกลืนกินโดยชนชาติอื่น

วรรณกรรม Shahnameh และมนตร์ขลังที่ผู้พิชิตต้องยอมจำนน

งานศิลปะและวรรณกรรมคืออาวุธลับที่ทรงพลังที่สุดในการส่งต่อดีเอ็นเอของชนชาติ 1 ในผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ต้องจารึกไว้บนหิ้งคือ Shahnameh มหากาพย์แห่งชาติของชาว เปอร์เซีย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยของกษัตริย์และเหล่าวีรบุรุษในอดีตได้อย่างออกรสออกชาติ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นแค่นิทานอ่านเล่นก่อนนอน แต่มีบทบาทสำคัญเบอร์แรงในการรักษาภาษาและอัตลักษณ์ของชนชาติเอาไว้ให้คงอยู่แม้หลังจากการก้าวเข้ามาของศาสนาอิสลาม สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นความตลกร้ายหรือความคลาสสิกของประวัติศาสตร์ก็คือ

ก้าวสู่ยุคใหม่กับราชวงศ์ Safavid และกำเนิดรัฐ Shia

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลาย 100 ปีพร้อมกับการผลัดเปลี่ยนมือของผู้ปกครองหน้าใหม่เรื่อยมา จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ช่วงต้นศตวรรษที่ 16 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญระดับเขย่าวงการก็มาถึง ราชวงศ์ Safavid ซึ่งเป็นราชวงศ์สายเลือด เปอร์เซีย แท้ๆได้ลุกขึ้นมาประกาศศักดาก้าวขึ้นมารวบรวมดินแดนที่เคยแตกแยกกระจัดกระจายจากการโดนผู้พิชิตหลายยุคหลายสมัยรุมทึ้ง ให้กลับมาหลอมรวมเป็นอาณาจักรเดียวที่ทรงพลังอีก 1 ครั้ง การกลับมาคราวนี้พวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ

เพราะมันช่วยสร้างความรู้สึกเป็นน้ำ 1 ใจเดียวกันในหมู่ประชาชน และยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันอิทธิพลจากอาณาจักรเพื่อนบ้านที่เป็นนิกายอื่น ราชวงศ์ Safavid ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูศิลปวิทยาการต่างๆให้กลับมารุ่งเรืองอีก 1 ครั้ง มีการสร้างเมืองหลวงใหม่ที่สวยงามตระการตา มีการส่งเสริมการค้าขายกับต่างชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ช่วยยกระดับสถานะของประเทศให้กลับมาผงาดบนเวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี

การเปลี่ยนชื่อครั้งประวัติศาสตร์โดย Reza Shah Pahlavi

เดินทางมาถึงจุดไคลแมกซ์ที่ทุกคนรอคอยกับคำถามคาใจที่ว่าทำไมชื่อ เปอร์เซีย ถึงปลิวหายไปจากสารบบโลก ความจริงที่ชวนอึ้งก็คือชาวพื้นเมืองเขาไม่ได้เรียกบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองว่า เปอร์เซีย มาตั้งนานนับร้อยนับพันปีแล้ว เขาเรียกดินแดนสุดรักนี้ว่า อิหร่าน หรือเอรานมาโดยตลอด คำว่า เปอร์เซีย มันเป็นแค่ชื่อเรียกติดปากที่ชาว Greece และชาวตะวันตกใช้เรียกกันไปเองจนกลายเป็นกระแสหลักที่คนทั่วโลกจำฝังใจ กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงปี 1935

ผู้นำตัวตึงอย่าง Reza Shah Pahlavi กษัตริย์ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Pahlavi ได้ออกแคมเปญครั้งใหญ่โดยส่งหนังสือแจ้งไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกว่า ให้เลิกเรียกพวกเขาว่า เปอร์เซีย ได้แล้ว และขอให้ทุกคนหันมาใช้ชื่อ อิหร่าน ในการติดต่อสื่อสารทางราชการและระดับสากลอย่างเป็นทางการเสียที นับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมาชื่อ อิหร่าน ก็ได้ไปเฉิดฉายอยู่บนแผนที่โลกและกลายเป็นชื่อที่เราใช้เรียกดินแดนแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

การตัดสินใจของ Reza Shah Pahlavi ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนชื่อเรียกบนหน้ากระดาษเท่านั้น แต่มันคือการประกาศจุดยืนทางการเมืองและวัฒนธรรมครั้งสำคัญ เพื่อแสดงให้ชาวโลกเห็นว่าพวกเขาคือชนชาติที่มีรากเหง้าและมีความภาคภูมิใจในตัวตนของตนเอง เป็นการลบภาพจำเดิมๆที่ถูกกำหนดโดยสายตาของชาวตะวันตก และเป็นการตอกย้ำว่าอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งนี้พร้อมแล้วที่จะก้าวไปข้างหน้าในฐานะประเทศที่ทันสมัยและมีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ

เครดิตภาพ https://digitalmapsoftheancientworld.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
superjay24's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 148 ครั้ง
เขียนโดย superjay24
Uicorn ชื่นชอบการเขียนบทความ รับทำการตลาด SEO,SEM,SMM รับรีวิว Google Map Local https://fastwork.co/byob/H9HshrEEWW?openExternalBrowser=1&source=byob
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบินโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนเห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย."ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันRichard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไรทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบินเห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย."ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
พยาบาล 1 เวรไม่ได้มีแค่ให้ยา เปิดงานเบื้องหลังที่คนไข้แทบไม่เคยเห็น5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบินเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
ตั้งกระทู้ใหม่