หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

48 ชั่วโมงอันตราย ไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

48 ชั่วโมงอันตราย ไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก

ฝนตกไม่กี่วัน บ้านหนึ่งอาจมีทั้งคนไอ เจ็บคอ และอีกคนมีไข้สูงจนลุกไม่ไหว อาการตั้งต้นของไข้หวัดใหญ่กับไข้เลือดออกจึงถูกเข้าใจผิดได้ง่าย เพราะต่างทำให้มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลียเหมือนกัน

ช่วงนี้มีการใช้คำว่าไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ในโพสต์และข้อความส่งต่อกันมากขึ้น แต่การพบผู้ป่วยมากในหน้าฝนไม่ได้แปลว่ามีสายพันธุ์ใหม่เสมอไป การยืนยันสายพันธุ์ต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ สิ่งที่สำคัญกว่าการเดาจากข่าวคือการสังเกตอาการและไม่พลาดช่วงอันตรายหลังไข้เริ่มลด

อาการที่คล้ายกันจนหลอกเราได้

ไข้หวัดใหญ่: มักเริ่มป่วยค่อนข้างฉับพลัน มีไข้หรือหนาวสั่น ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ คัดจมูกหรือน้ำมูก อาการทางเดินหายใจมักเด่น และอาจแพร่กระจายเป็นกลุ่มในบ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงาน

ไข้เลือดออก: มักมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยมาก บางรายมีผื่นหรือจุดเลือดออก อาการไอและน้ำมูกอาจไม่เด่นเท่าไข้หวัดใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเป็นไข้เลือดออกจะไม่มีอาการทางเดินหายใจเลย

สิ่งที่เหมือนกัน: ไข้สูง ปวดตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และบางรายอาจมีอาเจียนหรือถ่ายเหลว ดังนั้นการดูจากอาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถฟันธงได้

จุดสังเกตเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย หากมีไข้สูงต่อเนื่องเกิน 2 วัน หรืออาการทรุดลง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินร่างกายและตรวจเลือดตามความเหมาะสม โดยเฉพาะการติดตามเม็ดเลือดและเกล็ดเลือดตามที่แพทย์เห็นสมควร

ทำไมวันที่ไข้ลดจึงอาจเป็นช่วงอันตราย

ผู้ป่วยไข้เลือดออกบางรายมีไข้สูงอยู่ประมาณ 2–7 วัน จากนั้นอุณหภูมิอาจลดลง แต่โรคยังไม่ได้ผ่านพ้นไปเสมอ ในช่วงที่ไข้กำลังลด ร่างกายบางคนอาจเกิดภาวะหลอดเลือดรั่ว ทำให้ปริมาตรเลือดในระบบไหลเวียนลดลง ความดันตก และเข้าสู่ภาวะช็อกได้

ไข้ลดลงแต่ผู้ป่วยดูแย่ลง ไม่ใช่สัญญาณว่ากำลังหาย โดยเฉพาะในช่วง 24–48 ชั่วโมงหลังไข้ลด ควรดูอาการโดยรวมมากกว่าตัวเลขอุณหภูมิ หากยังซึมลง ดื่มน้ำไม่ได้ ปวดท้องมาก หรือกระสับกระส่ายผิดปกติ ต้องรีบกลับไปโรงพยาบาล

การที่ไข้ลดหลังรับประทานพาราเซตามอลก็ไม่ใช่ความหมายเดียวกับไข้ลดเข้าสู่ระยะวิกฤติ ผู้ดูแลควรจดเวลาเริ่มมีไข้ เวลาที่รับประทานยา ปริมาณน้ำที่ดื่ม ปัสสาวะ และอาการใหม่ ๆ เพื่อให้แพทย์ประเมินได้แม่นยำขึ้น

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรรอดูเอง

• ปวดท้องมากหรือกดแล้วเจ็บชัดเจน

• อาเจียนซ้ำหลายครั้งจนดื่มน้ำไม่ได้

• เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน มีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำง่าย

• อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือมีเลือดปนในอุจจาระ

• ซึมมาก อ่อนแรงผิดปกติ กระสับกระส่าย หรือพูดคุยไม่รู้เรื่อง

• มือเท้าเย็น ตัวเย็น หน้ามืด เป็นลม หายใจลำบาก หรือปัสสาวะน้อยลงมาก

เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรได้รับการประเมินเร็วขึ้น เพราะอาการอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและบอกความรุนแรงได้ไม่ชัดจากภายนอก

ยาที่ควรหยุดคิดก่อนหยิบมากิน

หากยังไม่สามารถตัดไข้เลือดออกออกไปได้ ไม่ควรซื้อยากลุ่ม NSAIDs มากินเอง ยาที่พบได้บ่อย ได้แก่ ไอบูโพรเฟน แอสไพริน ไดโคลฟีแนค นาพรอกเซน และเมเฟนามิกแอซิด ยากลุ่มนี้อาจระคายกระเพาะและเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีความผิดปกติของเกล็ดเลือดหรือการแข็งตัวของเลือดอยู่แล้ว

โดยทั่วไปพาราเซตามอลเป็นยาที่มักใช้ลดไข้ในกรณีสงสัยไข้เลือดออก แต่ต้องใช้ตามฉลากหรือตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่กินซ้ำกับยาแก้หวัดที่มีพาราเซตามอลผสมอยู่ และผู้ที่มีโรคตับ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือใช้ยาหลายชนิดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

การเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ดื่มน้ำทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง และพักผ่อนช่วยประคองอาการได้ แต่ไม่ควรใช้การดูแลที่บ้านเป็นเหตุผลเลื่อนการพบแพทย์ หากมีสัญญาณเตือน

สิ่งที่ทำได้ในช่วงหน้าฝน

เมื่อคนในบ้านมีไข้และยังไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร ควรแยกแก้วน้ำและของใช้ส่วนตัว ล้างมือ สวมหน้ากากเมื่อมีไอหรือเจ็บคอ และป้องกันไม่ให้ยุงกัดผู้ป่วย หากเป็นไข้เลือดออก ยุงที่มากัดผู้ป่วยอาจนำเชื้อไปแพร่ต่อให้คนอื่นได้

รอบบ้านควรเทน้ำขังจากจานรองกระถาง ถัง กะละมัง ขวด หรือภาชนะที่เปิดทิ้งไว้เป็นประจำ ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ และเก็บขยะที่รองรับน้ำฝนได้ การกำจัดแหล่งน้ำเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นงานไม่กี่นาที แต่ช่วยลดโอกาสที่ยุงลายจะเพิ่มจำนวนในบ้าน

ไข้หวัดใหญ่กับไข้เลือดออกอาจเริ่มต้นด้วยความรู้สึกคล้ายกันจนแยกไม่ออก แต่เส้นทางของโรคและความเสี่ยงไม่เหมือนกัน อย่าตัดสินว่าปลอดภัยเพียงเพราะไข้ลดลง ให้จับตา 24–48 ชั่วโมงถัดมา สังเกตการดื่มน้ำ ปัสสาวะ ความรู้สึกตัว อาการปวดท้อง และเลือดออก หากไม่แน่ใจ การไปพบแพทย์เร็วหนึ่งครั้งย่อมปลอดภัยกว่ารอจนร่างกายเข้าสู่ภาวะช็อก

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาททรัมป์เดือดคำว่า “ผลงานหลากหลาย” ขู่ร้อง FCC จัดการนักข่าว NBC5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัวป้ายใหม่ รพ.สุรินทร์ไม่มีภาษาเขมร จุดกระแสวิจารณ์สองฝั่ง5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีสายมูเตลูมาจากภาพยนตร์อินโดนีเซียและหมายถึงคนที่สนใจความเชื่อ5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัวคอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไรขาหนีบดำ เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยหมอเถื่อนกับอัณฑะแพะที่ขายความหนุ่ม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัวคอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไรขาหนีบดำ เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัย
ตั้งกระทู้ใหม่