ต่างชาติกระจุกอยู่ตรงไหนของไทย จัดอันดับล่าสุด
ต่างชาติกระจุกอยู่ตรงไหนของไทย จัดอันดับล่าสุด
ถ้าเดินเข้าไปในย่านท่องเที่ยวของไทย จะรู้สึกได้ทันทีว่าชาวต่างชาติไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทุกพื้นที่ บางจังหวัดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินเต็มชายหาด ขณะที่บางภูมิภาคแทบไม่เห็นความหนาแน่นในระดับเดียวกัน
ตัวเลขชุดปี 2568 ซึ่งเก็บสถิติผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติรวมตลอดทั้งปี ระบุว่ามีผู้เยี่ยมเยือนต่างชาติในประเทศไทยประมาณ 79.23 ล้านครั้ง โดยตัวเลขนี้หมายถึงจำนวนการเดินทางหรือการมาเยือน ไม่ใช่จำนวนคนที่อาศัยอยู่ในประเทศ และคนหนึ่งคนอาจถูกนับมากกว่าหนึ่งครั้งได้
อันดับพื้นที่ที่มีผู้เยี่ยมเยือนต่างชาติมากที่สุด
• อันดับ 1 ภาคใต้ 27,829,454 ครั้ง หรือประมาณ 35.1 เปอร์เซ็นต์
• อันดับ 2 กรุงเทพมหานคร 24,869,272 ครั้ง หรือประมาณ 31.4 เปอร์เซ็นต์
• อันดับ 3 ภาคตะวันออก 12,322,164 ครั้ง หรือประมาณ 15.6 เปอร์เซ็นต์
• อันดับ 4 ภาคกลาง 5,552,116 ครั้ง หรือประมาณ 7.0 เปอร์เซ็นต์
• อันดับ 5 ภาคเหนือ 5,309,048 ครั้ง หรือประมาณ 6.7 เปอร์เซ็นต์
• อันดับ 6 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3,343,108 ครั้ง หรือประมาณ 4.2 เปอร์เซ็นต์
เพียงภาคใต้กับกรุงเทพมหานครรวมกันก็มีสัดส่วนเกือบสองในสามของผู้เยี่ยมเยือนต่างชาติทั้งหมด ตัวเลขนี้อธิบายได้ว่าทำไมบางพื้นที่ของไทยจึงมีร้านอาหาร โรงแรม ป้ายภาษาอังกฤษ และบริการที่ออกแบบมาเพื่อชาวต่างชาติจำนวนมากกว่าพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน
อันดับ 1 ภาคใต้ ทะเลและเกาะคือแม่เหล็กสำคัญ
ภาคใต้ครองอันดับหนึ่งอย่างเด่นชัด เพราะมีจุดหมายที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทั้งภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน กระบี่ พังงา และพื้นที่ชายฝั่งอีกหลายแห่ง นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเพื่อพักผ่อนริมทะเล ดำน้ำ ล่องเรือ และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองท่องเที่ยวที่มีระบบรองรับชาวต่างชาติค่อนข้างครบ
อีกปัจจัยหนึ่งคือภาคใต้มีทั้งสนามบินนานาชาติ ท่าเรือ และเส้นทางเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน สงขลาจึงมีผู้เดินทางต่างชาติจำนวนมากจากการค้าชายแดนและการเดินทางระยะสั้น ขณะที่จังหวัดท่องเที่ยวทางฝั่งอันดามันและอ่าวไทยดึงดูดกลุ่มที่อยู่พักหลายวัน
อันดับ 2 กรุงเทพมหานคร เมืองที่ทุกคนต้องผ่าน
กรุงเทพมหานครไม่ได้มีจุดขายเพียงวัดวาอารามหรือแหล่งชอปปิง แต่ยังเป็นประตูหลักของประเทศ สนามบิน การเดินทางต่อ โรงแรม ธุรกิจ การประชุม และการรักษาพยาบาล ล้วนทำให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารวมกันในเมืองหลวงจำนวนมาก
นักท่องเที่ยวบางคนอาจพักกรุงเทพฯ เพียงคืนเดียวก่อนเดินทางไปจังหวัดอื่น ขณะที่บางคนอยู่หลายสัปดาห์เพื่อทำงาน ติดต่อธุรกิจ หรือใช้ชีวิตในย่านที่มีชุมชนนานาชาติ จึงทำให้เมืองนี้มีชาวต่างชาติหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา แม้ไม่ได้มีชายหาดหรือเกาะเหมือนภาคใต้
อันดับ 3 ภาคตะวันออก เมืองทะเลที่เชื่อมกับโลกการทำงาน
ภาคตะวันออกมีชลบุรีและพัทยาเป็นศูนย์กลางสำคัญ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่มาจากทั้งชายหาด โรงแรม สถานบันเทิง การเดินทางระยะสั้นจากกรุงเทพฯ และกิจกรรมท่องเที่ยวที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี
พื้นที่ศรีราชา แหลมฉบัง และระยองยังมีบทบาทด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน ทำให้ชาวต่างชาติบางส่วนไม่ได้มาในฐานะนักท่องเที่ยว แต่เข้ามาทำงาน อยู่กับครอบครัว หรือเดินทางติดต่อธุรกิจ การกระจุกตัวของคนต่างชาติในภาคตะวันออกจึงมีทั้งมิติของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
อันดับ 4 ภาคกลาง เมืองประวัติศาสตร์และเส้นทางท่องเที่ยว
เมื่อไม่นับกรุงเทพมหานคร ภาคกลางมีผู้เยี่ยมเยือนต่างชาติอยู่ในระดับรองลงมา พื้นที่เด่นมาจากเมืองประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำ เมืองพักผ่อน และจังหวัดที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ได้สะดวก เช่น อยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี
นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับหรือพักระยะสั้น จึงมีจำนวนการมาเยือนสูง แต่บรรยากาศอาจไม่รู้สึกหนาแน่นเท่าภูเก็ต พัทยา หรือย่านใจกลางกรุงเทพฯ
อันดับ 5 ภาคเหนือ เมืองที่ชาวต่างชาติอยู่ช้าลง
ภาคเหนือมีเชียงใหม่เป็นจุดหมายหลัก ตามมาด้วยเชียงรายและเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกหลายแห่ง เสน่ห์ของภูมิภาคนี้อยู่ที่วัฒนธรรมล้านนา วัดเก่า อากาศบนภูเขา คาเฟ่ ชุมชนสร้างสรรค์ และจังหวะชีวิตที่ช้ากว่าเมืองท่องเที่ยวชายทะเล
ชาวต่างชาติที่เดินทางขึ้นเหนือไม่ได้มีเพียงนักท่องเที่ยวระยะสั้น แต่ยังมีกลุ่มผู้เกษียณ คนทำงานทางไกล นักเรียนภาษา และผู้ที่ต้องการพักอยู่หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ทำให้บางย่านในเชียงใหม่มีบรรยากาศเป็นชุมชนนานาชาติอย่างชัดเจน
อันดับ 6 ภาคอีสาน ไม่ได้ไร้ชาวต่างชาติ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีตัวเลขรวมต่ำที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีชาวต่างชาติเดินทางไป พื้นที่อย่างนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย และจังหวัดชายแดนยังมีผู้เดินทางจากธุรกิจ การศึกษา การค้าชายแดน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ความแตกต่างคือภาคอีสานไม่มีเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่ดึงคนจำนวนมหาศาลไว้ในจุดเดียว การเดินทางของชาวต่างชาติจึงกระจายไปตามหลายจังหวัด และจำนวนมากเป็นการเดินทางผ่านหรือพักระยะสั้นมากกว่าการอยู่ยาวในรีสอร์ต
ตัวเลขนี้กำลังบอกอะไร
แผนที่การเดินทางของชาวต่างชาติในไทยไม่ได้กระจายอย่างสม่ำเสมอ แต่รวมตัวอยู่รอบสามแรงดึงดูดหลัก ได้แก่ เมืองหลวงที่เป็นประตูประเทศ ชายทะเลและเกาะที่มีชื่อเสียง และพื้นที่เศรษฐกิจที่มีทั้งการท่องเที่ยวกับการทำงาน
ถ้าถามว่าพื้นที่ไหนของไทยมีโอกาสพบชาวต่างชาติมากที่สุด คำตอบคือภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองชายทะเลและเกาะท่องเที่ยว แต่ถ้าถามว่าพื้นที่ไหนมีความหลากหลายของชาวต่างชาติมากที่สุด กรุงเทพมหานครยังคงโดดเด่น เพราะรวมทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ คนทำงาน นักเรียน และผู้ที่เดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นไว้ในเมืองเดียว
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
จังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทย
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
หญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
จังหวัดไหนค่าครองชีพแพงที่สุดในไทย
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
แม่ฮ่องสอน จังหวัดที่มีคนจนสูงสุด แต่ความสุขไม่ได้น้อยที่สุด
เรือเฟอร์รี่บรรทุกผู้โดยสาร 267 คนพลิกคว่ำกลางทะเลไซปรัสเหนือ ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพและพยายามเอาชีวิตรอด
ประชากรปลาหมึกยักษ์ออสเตรเลียลดลงถึง 97% จาก 63,000 ตัว เหลือเพียง 1,811 ตัว กลุ่มอนุรักษ์ฯเรียกร้องให้ขึ้นทะเบียนป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
เปิด 7 อำเภอที่ภูเขาสวยที่สุดในไทย วิวอลังการไม่แพ้ต่างประเทศ มีที่ไหนบ้าง?
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
จังหวัดไหนค่าครองชีพแพงที่สุดในไทย
จังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทย
ทำไมชายแดนใต้จึงยังไม่สงบ
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
หญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ









