10 ภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีภัยธรรมชาติรุนแรงแบบที่เห็นในข่าวต่างประเทศ แต่ถ้าย้อนดูประวัติศาสตร์จริง ๆ จะพบว่าเมืองไทยผ่านเหตุการณ์ใหญ่ ๆ มาไม่น้อย บางครั้งเป็นน้ำที่ค่อย ๆ เพิ่มจนกลืนพื้นที่ทั้งเมือง บางครั้งเป็นพายุที่ซัดบ้านเรือนหายไป และบางครั้งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีอย่างแผ่นดินไหว แต่ทิ้งร่องรอยเอาไว้นานหลายสิบปี
การเรียงครั้งนี้ใช้ ลำดับเวลา ไม่ได้หมายความว่าอันดับ 1 รุนแรงกว่าอันดับ 10 เพราะความรุนแรงของภัยพิบัติแต่ละประเภทเปรียบเทียบกันตรง ๆ ได้ยาก
1. พ.ศ. 2485 – มหาอุทกภัยครั้งใหญ่
ช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2485 ประเทศไทยเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพฯ
ระดับน้ำสูงจนพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ ถูกน้ำท่วม รวมถึงบริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม สถานีรถไฟหัวลำโพง และถนนเยาวราช มีบันทึกว่าบางพื้นที่น้ำสูงถึงประมาณ 1.5 เมตร
สมัยนั้นกรุงเทพฯ ยังมีสภาพเมืองแตกต่างจากปัจจุบันมาก ระบบป้องกันน้ำและการระบายน้ำยังไม่ได้พัฒนาเหมือนทุกวันนี้ ภาพผู้คนพายเรือผ่านพื้นที่ซึ่งปกติเป็นถนนจึงกลายเป็นภาพจำของมหาอุทกภัยครั้งนั้น
เหตุการณ์ พ.ศ. 2485 ยังมีความสำคัญในฐานะหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ถูกใช้เปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยในยุคหลัง
2. พ.ศ. 2505 – พายุโซนร้อนแฮเรียตและมหาวาตภัยแหลมตะลุมพุก
วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณแหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากก่อตัวและทวีกำลังในอ่าวไทย
พายุสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะนครศรีธรรมราช มีทั้งลมแรง ฝนตกหนัก น้ำท่วม และคลื่นพายุซัดฝั่ง
ข้อมูลที่มีการอ้างถึงระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 911 คน และสูญหาย 142 คน ขณะที่บ้านเรือนและสาธารณูปโภคเสียหายเป็นจำนวนมาก
ความรุนแรงของแฮเรียตกลายเป็นบทเรียนสำคัญของประเทศไทยเกี่ยวกับภัยจากพายุและคลื่นพายุซัดฝั่ง โดยเฉพาะชุมชนชายฝั่งที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ
3. พ.ศ. 2531 – ดินถล่มและน้ำป่ากะทูน
วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ตำบลกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดดินถล่มและน้ำป่าครั้งใหญ่ หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน
มวลดินและน้ำจากพื้นที่ภูเขาไหลลงสู่ชุมชนอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งพัดพาต้นไม้และเศษวัสดุลงมาด้วย
กรมทรัพยากรธรณีอธิบายว่าปัจจัยสำคัญเกี่ยวข้องกับลักษณะทางธรณีวิทยา สภาพภูมิประเทศ และฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ดินบนพื้นที่ลาดเขาสูญเสียเสถียรภาพ
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและบ้านเรือนอย่างมาก และกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของประเทศไทยเกี่ยวกับดินถล่มที่เกิดจากฝนตกหนัก
4. พ.ศ. 2532 – ไต้ฝุ่นเกย์
วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 ไต้ฝุ่นเกย์เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดชุมพร โดยมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางประมาณ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยหน่วยงานด้านสภาพอากาศ
สิ่งที่ทำให้เกย์เป็นเหตุการณ์สำคัญมากคือ เป็นพายุที่เคลื่อนขึ้นประเทศไทยในระดับ ไต้ฝุ่น ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
มีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศไทย 446 คน บาดเจ็บ 154 คน บ้านเรือนเสียหายกว่า 38,000 หลัง และเรือประมงได้รับความเสียหายจำนวนมาก
พายุครั้งนี้จึงไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะบนบก แต่ส่งผลรุนแรงต่อชาวประมงและการเดินเรือในอ่าวไทยด้วย
5. พ.ศ. 2540 – ไต้ฝุ่นลินดา
ในปี พ.ศ. 2540 ประเทศไทยต้องเผชิญอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นลินดา ซึ่งส่งผลต่อพื้นที่ภาคใต้และอ่าวไทย
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดฝนตกหนัก คลื่นลมแรง และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ แม้ความเสียหายจะไม่เทียบเท่ากับมหาวาตภัยแฮเรียตหรือไต้ฝุ่นเกย์ แต่ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนความเสี่ยงของประเทศไทยต่อพายุหมุนเขตร้อน
โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ลุ่มต่ำที่ต้องเฝ้าระวังทั้งน้ำท่วมและคลื่นพายุซัดฝั่ง
6. พ.ศ. 2547 – สึนามิมหาสมุทรอินเดีย
วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และทำให้เกิดคลื่นสึนามิเดินทางเข้าสู่ชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย
ประเทศไทยได้รับผลกระทบหนักใน 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะพังงา ภูเก็ต และกระบี่
ข้อมูลในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติระบุว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิต 5,395 ราย
สิ่งที่ทำให้สึนามิครั้งนั้นแตกต่างจากภัยพิบัติหลายครั้งในอดีตคือ คนไทยจำนวนมากไม่เคยมีประสบการณ์กับสึนามิมาก่อน และระบบเตือนภัยสึนามิของไทยในเวลานั้นยังไม่ได้พัฒนาเหมือนปัจจุบัน
หลังเหตุการณ์ ประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับระบบเตือนภัย การจัดทำเส้นทางอพยพ และการให้ความรู้ประชาชนตามพื้นที่ชายฝั่งมากขึ้น
7. พ.ศ. 2554 – มหาอุทกภัยประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2554 กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย
น้ำท่วมกระจายเป็นวงกว้างตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ไปจนถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน
ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่า มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยรวม 65 จังหวัด มีผู้เสียชีวิต 657 ราย และประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 13.4 ล้านคน
ความเสียหายครั้งนั้นไม่ได้เกิดเฉพาะกับบ้านเรือนและพื้นที่เกษตร แต่ลุกลามไปถึงนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน ระบบขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานของภาคธุรกิจ
น้ำจึงไม่ได้ท่วมแค่บ้าน แต่มันไหลเข้าไปถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศด้วย
8. พ.ศ. 2557 – แผ่นดินไหวเชียงราย
วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เวลา 18.08 น. เกิดแผ่นดินไหวบริเวณตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
กรมทรัพยากรธรณีระบุว่าขนาดแผ่นดินไหวอยู่ที่ 6.3 และมีความลึกประมาณ 7 กิโลเมตร โดยมีสาเหตุจากการเลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา หรือรอยเลื่อนแม่ลาว
แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้เป็นบริเวณกว้าง และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกจำนวนมาก
เหตุการณ์นี้มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก เพราะทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยก็สามารถเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บนแผ่นดินไทยได้ และอาคารในพื้นที่เสี่ยงจำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพทางธรณีวิทยา
9. พ.ศ. 2560 – น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้
ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม พ.ศ. 2560 ภาคใต้ของประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายจังหวัด
ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 10 ธันวาคม ระบุว่ามีพื้นที่ประสบภัย 11 จังหวัด ครอบคลุม 121 อำเภอ 820 ตำบล และ 5,901 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 1.6 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 22 ราย
เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงเฉพาะตัวของภาคใต้ เพราะพื้นที่มีทั้งเทือกเขา ลุ่มน้ำ และชายฝั่งทะเล เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องจึงสามารถเกิดทั้งน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในเวลาใกล้เคียงกัน
10. พ.ศ. 2567 – อุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่ในภาคเหนือ
ปี พ.ศ. 2567 หลายพื้นที่ของภาคเหนือเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง
ช่วงเดือนสิงหาคมมีสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าในหลายจังหวัด ปภ. รายงาน ณ วันที่ 26 สิงหาคมว่าเกิดผลกระทบใน 13 จังหวัด 68 อำเภอ 270 ตำบล 1,469 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 30,000 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 22 ราย
ต่อมาในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม สถานการณ์ในภาคเหนือยังมีความรุนแรง โดยเชียงรายต้องตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อรับมือทั้งอุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่
เหตุการณ์ปี 2567 จึงเป็นภาพสะท้อนของภัยที่เกิดจาก “น้ำ” ได้หลายรูปแบบในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่น้ำท่วมในเมือง น้ำป่าไหลหลาก ไปจนถึงดินถล่มตามพื้นที่ภูเขา
เมื่อเอาเหตุการณ์เหล่านี้มาเรียงตามเวลา จะเห็นว่าภัยพิบัติของประเทศไทยไม่ได้มีรูปแบบเดียวเลย
จากน้ำท่วมใหญ่เมื่อเกือบหนึ่งศตวรรษก่อน มาถึงพายุแฮเรียตและไต้ฝุ่นเกย์ จากนั้นประเทศไทยต้องเจอกับดินถล่ม สึนามิ น้ำท่วมครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว และน้ำป่าไหลหลากในยุคปัจจุบัน
สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ ความสามารถในการรับมือ
ประเทศไทยในวันนี้มีระบบตรวจวัดแผ่นดินไหว มีเรดาร์ตรวจอากาศ มีดาวเทียม มีระบบเตือนภัยสึนามิ มีแผนที่พื้นที่เสี่ยง และมีระบบแจ้งเตือนประชาชนที่รวดเร็วกว่าอดีตมาก
แต่ธรรมชาติยังคงเป็นธรรมชาติเหมือนเดิม
ฝนยังตกหนักได้ พายุยังเปลี่ยนทิศได้ ดินยังถล่มได้ และพื้นดินยังสั่นได้
บทเรียนจากภัยพิบัติในอดีตจึงไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้กลัว แต่มีไว้เพื่อให้รู้ว่า พื้นที่ไหนเสี่ยง ภัยแบบไหนกำลังมา และเมื่อถึงเวลานั้นควรทำอะไร
เพราะภัยพิบัติอาจย้อนกลับมาในรูปแบบเดิมหรือรูปแบบใหม่ก็ได้ แต่ความสูญเสียไม่จำเป็นต้องซ้ำรอยเดิมเสมอไป หากบทเรียนจากอดีตถูกนำมาใช้จริงในวันนี้
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
ทำไม 'มด' ไม่ขึ้นชั้นวางร้านขายของชำ?
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
เบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวาย
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เรือรบอเมริกาบุกพัทยา! จับตาเลข 72 ก่อนหวย 1 ก.ย. 69 เลขนี้ไม่ได้มาเล่นๆ
ย้อนรอยใต้ผืนทรายอียิปต์ จากทะเลทรายแห้งแล้งสู่อดีตมหาสมุทรที่เคยเป็นถิ่นอาศัยของฉลามโบราณ
5 เทคนิค ที่ร้านบุฟเฟต์ไม่เคยบอกคุณ ทำไมกินนิดเดียวก็อิ่ม?
ทำความรู้จัก “มะปลิง” หรือ “ตะลิงปลิง” ผลไม้พื้นบ้านรสเปรี้ยวที่กินได้ทั้งผล
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
ทำไมเปิดแอร์ 25°C เท่ากันทุกวัน แต่บางวันหนาวจนสะดุ้ง บางวันร้อนจนตื่น ทั้งที่ไม่ได้กดเปลี่ยนรีโมท?


