หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

มนุษย์รับไมโครพลาสติกจากน้ำ อาหาร และอากาศมากแค่ไหน

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เศษพลาสติกที่ปะปนอยู่ในน้ำ อาหาร และฝุ่นในบ้านมีขนาดเล็กจนตาเปล่ามองไม่เห็น เราอาจรับมันเข้าสู่ร่างกายผ่านหลายทางในวันเดียว โดยไม่รู้ว่ามีปริมาณเท่าไรสะสมอยู่ในมื้ออาหารแต่ละมื้อ

รายงาน No Plastic in Nature: Assessing Plastic Ingestion from Nature to People ซึ่งจัดทำให้ WWF และเผยแพร่ในปี 2019 ประเมินว่า คนทั่วไปอาจรับพลาสติกเข้าสู่ร่างกายประมาณ 5 กรัมต่อสัปดาห์ หรือใกล้เคียงน้ำหนักบัตรเครดิต 1 ใบ ตัวเลขนี้มาจากการรวบรวมงานศึกษาที่มีอยู่ ไม่ใช่การนำคนทุกคนไปชั่งเศษพลาสติกที่กลืนเข้าไปจริง

ภาพเปรียบเทียบบัตรเครดิตจึงช่วยทำให้มวลของอนุภาคจิ๋วเห็นได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าในท้องของคนหนึ่งคนจะมีพลาสติกเป็นแผ่นเดียว น้ำหนักเท่ากันทุกสัปดาห์

5 กรัมมาจากการคำนวณแบบไหน

การวิเคราะห์นี้เกิดจากการนำข้อมูลจากงานศึกษามากกว่า 50 ชิ้นมารวมกัน แล้วประเมินการรับไมโครพลาสติกจากน้ำ อาหาร และการหายใจ มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลระบุว่า ค่าเฉลี่ยดังกล่าวเทียบได้กับอนุภาคพลาสติกราว 2,000 ชิ้นต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 21 กรัมต่อเดือน และมากกว่า 250 กรัมต่อปี

ตัวเลขนี้มีข้อจำกัดหลายด้าน งานวิจัยแต่ละชิ้นใช้วิธีเก็บตัวอย่าง ขนาดอนุภาค และวิธีตรวจวัดไม่เหมือนกัน ข้อมูลจากบางพื้นที่มีมากกว่าพื้นที่อื่น จึงไม่ควรนำค่าเฉลี่ยโลกไปใช้แทนปริมาณของคนไทยทุกคน หรือใช้เป็นโควตาคงที่ของร่างกาย

ข้อสรุปที่แม่นที่สุดคือ 5 กรัมเป็นค่าประเมินระดับโลกจากหลักฐานที่ยังจำกัด รายงานเองระบุว่าตัวเลขอยู่ในช่วงที่เป็นไปได้ แต่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเพื่อวัดน้ำหนักและขนาดของไมโครพลาสติกให้ละเอียดขึ้น

น้ำเป็นแหล่งรับไมโครพลาสติกสำคัญ

รายงานพบว่าน้ำดื่มทั้งน้ำประปาและน้ำบรรจุขวดเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในกลุ่มที่นำมาประเมิน บางข้อมูลชี้ว่า คนหนึ่งคนอาจรับอนุภาคพลาสติกจากน้ำได้ถึงประมาณ 1,769 ชิ้นต่อสัปดาห์ ความเข้มข้นแตกต่างกันตามภูมิภาคและวิธีตรวจวัด จึงใช้ตัวเลขนี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่ผลตรวจของน้ำทุกขวดหรือน้ำประปาทุกพื้นที่

อาหารทะเลเปลือกก็มีบทบาท เพราะหอยนางรม หอยแมลงภู่ และสัตว์น้ำบางชนิดถูกกินทั้งตัว รวมถึงระบบทางเดินอาหาร รายงานประเมินว่าหอยอาจมีส่วนต่อการรับพลาสติกประมาณ 0.5 กรัมต่อสัปดาห์ในกลุ่มข้อมูลที่ศึกษา เบียร์และเกลือก็ปรากฏอยู่ในรายการอาหารที่ตรวจพบอนุภาคพลาสติก

อากาศเป็นอีกเส้นทางหนึ่ง ฝุ่นในบ้าน เส้นใยจากผ้าใยสังเคราะห์ และการระบายอากาศที่จำกัดทำให้อนุภาคในอาคารอาจสูงกว่าภายนอก งานวิเคราะห์ของ WWF ประเมินสัดส่วนจากการหายใจไว้อย่างระมัดระวัง เพราะข้อมูลอากาศในแต่ละพื้นที่ยังไม่ละเอียดพอ

กินเข้าไปแล้วอันตรายแค่ไหน

ตัวเลข 5 กรัมบอกถึงการสัมผัสกับพลาสติก ไม่ได้ยืนยันว่าพลาสติกทั้งหมดจะค้างอยู่ในร่างกาย หรือทำให้เกิดโรคในทันที ร่างกายอาจขับอนุภาคจำนวนมากออกทางระบบทางเดินอาหาร ขณะที่อนุภาคขนาดเล็กมากยังเป็นหัวข้อที่นักวิจัยต้องตรวจสอบต่อ

องค์การอนามัยโลกทบทวนหลักฐานเกี่ยวกับไมโครพลาสติกในน้ำดื่มและประเมินว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพจากระดับที่พบในข้อมูลปี 2019 อยู่ในระดับต่ำ แต่ฐานข้อมูลยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะเรื่องอนุภาคนาโน ผลระยะยาว และการรับสัมผัสจากน้ำ อาหาร และอากาศรวมกัน จึงยังไม่มีตัวเลขที่ใช้ยืนยันได้ว่าปริมาณเท่าใดจะทำให้เกิดอันตรายต่อคนแต่ละคน

การสื่อสารที่ตรงกับหลักฐานจึงควรแยกสองประเด็นออกจากกัน: มลพิษพลาสติกแพร่กระจายอยู่ในสิ่งแวดล้อมจริง และผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ยังอยู่ระหว่างการศึกษา การใช้ภาพบัตรเครดิตช่วยสื่อมวลของอนุภาคได้ดี แต่ไม่ควรตีความเป็นคำวินิจฉัยทางการแพทย์

ลดการรับพลาสติกได้จากจุดไหน

• ใช้น้ำจากแหล่งที่ผ่านการดูแลตามมาตรฐานพื้นที่ และเลือกภาชนะใช้ซ้ำที่เป็นแก้วหรือสเตนเลสเมื่อทำได้

• หลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติก โดยเฉพาะภาชนะที่เป็นรอย แตก หรือเสื่อมสภาพ

• เปิดหน้าต่างหรือใช้ระบบระบายอากาศเพื่อลดฝุ่นสะสมในบ้าน และซักผ้าใยสังเคราะห์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

• ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ควบคู่กับการผลักดันระบบจัดการขยะและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ลดการรั่วไหลสู่แหล่งน้ำ

ดังนั้น ประโยคว่า “มนุษย์กินพลาสติกเท่าบัตรเครดิตทุกสัปดาห์” มีที่มาจากการประมาณการของ WWF และมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลเมื่อปี 2019 ไม่ใช่ผลวัดตายตัวของมนุษย์ทุกคน ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นขนาดของการสัมผัสไมโครพลาสติกในชีวิตประจำวัน ส่วนคำตอบเรื่องอันตรายระยะยาวยังต้องอาศัยวิธีตรวจวัดและงานวิจัยที่แม่นยำขึ้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 56 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันเปิดความหมาย "วินีลกะ" ศัพท์ธรรมะที่โซเชียลเตือนว่าอย่าเสิร์ช หากใจไม่ถึงระวังติดตาเปิด 3 จุดปลูก ต้นเล็บครุฑ เสริมมงคลรับทรัพย์ ปลูกตรงไหนให้บ้านร่มเย็น?ศาลตายาย คือใคร บรรพบุรุษหรือเจ้าของที่ดิน ทำไมคนไทยต้องตั้งไว้หน้าบ้าน?🇱🇦 ทำไมปี 2026 ประเทศลาวจึงกลายเป็นประเทศที่นานาชาติจับตามอง?มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนเลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทยก่อนยื่นใบลาออก: 10 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือนต้องเช็กให้ชัวร์ปฏิทินจีนงวด 1 พ.ย. 69 จับคู่เลขเด่นบน 3-1 พร้อมชุดเลข 2 ตัว แรม 6 ค่ำ เดือน 11
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดความหมาย "วินีลกะ" ศัพท์ธรรมะที่โซเชียลเตือนว่าอย่าเสิร์ช หากใจไม่ถึงระวังติดตาศาลตายาย คือใคร บรรพบุรุษหรือเจ้าของที่ดิน ทำไมคนไทยต้องตั้งไว้หน้าบ้าน?เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน🇱🇦 ทำไมปี 2026 ประเทศลาวจึงกลายเป็นประเทศที่นานาชาติจับตามอง?ปฏิทินจีนงวด 1 พ.ย. 69 จับคู่เลขเด่นบน 3-1 พร้อมชุดเลข 2 ตัว แรม 6 ค่ำ เดือน 11เพื่อนที่ดีกับทุกคนน่าไว้ใจแค่ไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ศาลตายาย คือใคร บรรพบุรุษหรือเจ้าของที่ดิน ทำไมคนไทยต้องตั้งไว้หน้าบ้าน?🇱🇦 ทำไมปี 2026 ประเทศลาวจึงกลายเป็นประเทศที่นานาชาติจับตามอง?เปิด 3 จุดปลูก ต้นเล็บครุฑ เสริมมงคลรับทรัพย์ ปลูกตรงไหนให้บ้านร่มเย็น?ก่อนยื่นใบลาออก: 10 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือนต้องเช็กให้ชัวร์
ตั้งกระทู้ใหม่