หมวกไวกิ้งไม่เคยมีเขาแหลมในสนามรบ
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
ภาพจำของนักรบไวกิ้งที่สวมหมวกเหล็กติดเขาแหลมสองข้างฝังอยู่ในหนัง การ์ตูน ของเล่น และเครื่องแต่งกายแฟนซีมานานจนหลายคนคิดว่านี่คือหน้าตาของนักรบจากยุโรปเหนือในอดีต แต่เมื่อย้อนดูหลักฐานทางโบราณคดี กลับไม่พบหมวกแบบนั้นในสนามรบของยุคไวกิ้งเลย
สิ่งที่พบจริงคือหมวกเหล็กทรงเรียบหรือโค้งมน เน้นปกป้องกะโหลกและใบหน้า บางใบมีแผ่นเหล็กยื่นลงมาป้องกันจมูกและคิ้ว บางแบบประกอบเข้ากับเกราะโซ่เพื่อช่วยลดแรงฟันจากดาบ หลักฐานสำคัญจากหลุมฝังศพที่ Gjermundbu ในนอร์เวย์ แสดงให้เห็นหมวกนักรบที่ใช้งานได้จริงและไม่มีเขาใดๆ ติดอยู่ด้านข้าง
เหตุผลด้านการรบก็อธิบายได้ไม่ยาก หมวกของนักรบต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมกับศีรษะ ไม่เกี่ยวเข้ากับอาวุธของฝ่ายตรงข้าม และไม่เพิ่มน้ำหนักหรือความกว้างเกินจำเป็น เขาที่กางออกด้านข้างอาจไปติดโล่ พันกับเสื้อผ้า หรือเปิดโอกาสให้อาวุธเกี่ยวดึงศีรษะจนเสียหลักได้ หมวกแบบนี้จึงเหมาะกับการแสดงความน่าเกรงขามมากกว่าการเอาชีวิตรอดในระยะประชิด
แล้วภาพหมวกมีเขาเริ่มมาจากไหน คำตอบไม่ได้อยู่ในยุคไวกิ้ง แต่อยู่ในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งผู้คนกำลังหลงใหลเรื่องเทพเจ้า ตำนานนอร์ส และภาพวีรบุรุษโบราณ นักวาดภาพและนักออกแบบเครื่องแต่งกายจึงเติมเขา ปีก และรายละเอียดแฟนตาซีลงไป เพื่อให้ตัวละครดูโดดเด่นเมื่อมองจากระยะไกล
ภาพลักษณ์นี้ยิ่งโด่งดังจากโอเปราเรื่อง Der Ring des Nibelungen ของริชาร์ด วากเนอร์ ในการแสดงที่เมืองไบรอยท์ ค.ศ. 1876 นักออกแบบเครื่องแต่งกาย Carl Emil Doepler สร้างหมวกมีเขาให้เหล่าตัวละครในตำนานบนเวที เขาไม่ได้กำลังบันทึกเครื่องแต่งกายจากสนามรบจริง แต่กำลังสร้างภาษาภาพสำหรับละคร ให้ผู้ชมรู้ทันทีว่าตัวละครตรงหน้าคือนักรบจากโลกนอร์ส
หลังจากนั้นภาพหมวกมีเขาก็ถูกนำไปใช้ซ้ำในโปสเตอร์ หนังสือ ภาพประกอบ และสื่อบันเทิง จนเส้นแบ่งระหว่างตำนานกับประวัติศาสตร์ค่อยๆ เลือนหาย ผู้ชมรุ่นหลังเห็นตัวละครสวมหมวกมีเขาบ่อยครั้ง ก็เลยเข้าใจว่านี่เป็นเครื่องแบบของชาวไวกิ้ง ทั้งที่ภาพดังกล่าวเป็นผลงานศิลปะสมัยใหม่กว่าพันปีหลังยุคไวกิ้ง
ไม่ได้แปลว่าคนโบราณทุกกลุ่มไม่เคยสร้างหมวกประดับเขาเลย มีหลักฐานหมวกพิธีกรรมรูปเขาจากยุโรปยุคสำริดจริง แต่สิ่งของเหล่านั้นมีอายุเก่าแก่กว่ายุคไวกิ้งหลายร้อยถึงหลายพันปี และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าถูกใช้เป็นหมวกป้องกันในการบุกปล้นหรือสู้รบแบบที่หนังมักนำเสนอ
เมื่อถอดเขาออก ภาพนักรบไวกิ้งกลับดูสมจริงขึ้น พวกเขาไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายแฟนตาซี แต่ใช้หมวกเหล็ก เกราะโซ่ โล่ไม้ หอก ขวาน และดาบตามฐานะและทรัพยากรของแต่ละคน นักรบที่ต้องขึ้นเรือ เดินทางไกล และต่อสู้จริง ย่อมเลือกอุปกรณ์ที่แข็งแรง ซ่อมได้ และไม่เกะกะร่างกาย
ดังนั้นครั้งต่อไปที่เห็นหมวกไวกิ้งติดเขา ลองมองมันในฐานะสัญลักษณ์จากจินตนาการของศิลปินและนักออกแบบละคร ไม่ใช่ภาพถ่ายจากประวัติศาสตร์ ส่วนหมวกของนักรบตัวจริงอาจดูธรรมดากว่า แต่ความเรียบง่ายนั้นสะท้อนหน้าที่ของมันได้ตรงกว่า เพราะมันถูกสร้างมาเพื่อรับแรงกระแทกและช่วยให้เจ้าของกลับออกจากสนามรบ ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ผู้ชมจำได้ในทันที
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?
เคยสงสัยไหม? ทำไมคนที่มี "พลังบวก" อยู่ด้วย แล้วโลกแม่งโคตรน่าอยู่!
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
ข้าวโอ๊ต: ประวัติศาสตร์ของธัญพืชที่ไม่มีวันตาย : จากหญ้าที่ถูกถอนทิ้ง สู่อาหารสุขภาพหมื่นล้าน
ทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย




