แผนผังบนลิ้นที่เราเรียนกันมาไม่ได้แบ่งรสชาติเป็นโซนจริง
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
หลายคนยังจำภาพแผนผังบนลิ้นจากหนังสือเรียนได้ดี ปลายลิ้นถูกเขียนไว้ว่าเอาไว้รับรสหวาน ขอบลิ้นรับรสเปรี้ยวและเค็ม ส่วนโคนลิ้นรับรสขม ภาพนี้ดูเข้าใจง่ายจนกลายเป็นความรู้ติดตัวของคนจำนวนมาก
แต่ลิ้นของเราไม่ได้ทำงานแยกเป็นเขตแดนแบบแผนที่ รสหวาน เปรี้ยว เค็ม ขม และอูมามิ สามารถถูกตรวจจับได้จากบริเวณต่าง ๆ ของลิ้นที่มีตุ่มรับรส ไม่ได้มีพื้นที่ใดรับได้เพียงรสเดียวแล้วปิดกั้นรสอื่น
สิ่งที่อยู่บนผิวลิ้นเรียกว่าปุ่มลิ้นหรือปุ่มรับรสตามชนิดของมัน ส่วนตุ่มรับรสเป็นโครงสร้างขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ภายในปุ่มลิ้นแต่ละแบบ ภายในหนึ่งตุ่มมีเซลล์รับรสหลายชนิดทำงานร่วมกัน แล้วส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไปยังสมอง
ตรงนี้มีรายละเอียดที่ควรแยกให้ชัด เซลล์รับรสไม่ใช่เซลล์ประสาทโดยตรง แต่เป็นเซลล์เยื่อบุผิวชนิดพิเศษที่ตรวจจับสารเคมีจากอาหาร จากนั้นจึงสื่อสารกับเส้นประสาทรับรส ดังนั้นคำพูดที่ว่าเซลล์ประสาททุกเซลล์ในทุกตุ่มตรวจได้ครบทั้งห้ารสจึงไม่แม่นยำเท่าไร
ความจริงคือระบบรับรสทั้งระบบของลิ้นมีเซลล์และตัวรับหลายชนิด รสหวานและอูมามิใช้ตัวรับโมเลกุลเฉพาะ รสขมมีตัวรับอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนรสเค็มและเปรี้ยวอาศัยกลไกที่เกี่ยวข้องกับไอออนและช่องรับสัญญาณที่แตกต่างกัน การทำงานหลายแบบนี้ช่วยให้สมองแยกแยะรสพื้นฐานออกจากกันได้
แล้วทำไมบางคนถึงรู้สึกว่าปลายลิ้นไวต่อรสหวาน หรือขอบลิ้นรับรสเปรี้ยวได้เด่นกว่า คำตอบคือแต่ละบริเวณอาจมีจำนวนปุ่มลิ้น ความหนาแน่นของตุ่มรับรส และระดับความไวต่อสารกระตุ้นไม่เท่ากันเล็กน้อย ความแตกต่างนี้เป็นเรื่องของระดับความไว ไม่ใช่การแบ่งโซนว่าบริเวณหนึ่งรับได้แค่รสเดียว
แผนผังเก่าเกิดจากการนำผลการทดลองเรื่องระดับความเข้มข้นที่แต่ละบริเวณเริ่มรับรสได้มาตีความเกินจริง บริเวณหนึ่งอาจเริ่มรู้สึกถึงรสบางชนิดได้เร็วกว่าอีกบริเวณเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ได้แปลว่าบริเวณอื่นไม่มีความสามารถในการรับรสนั้น เมื่อภาพผลการทดลองถูกย่อให้กลายเป็นแผนที่ง่าย ๆ ความคลาดเคลื่อนจึงถูกส่งต่อไปตามตำราและห้องเรียน
เวลาลิ้มรส อาหารจะละลายผสมกับน้ำลายแล้วไหลเข้าสู่ช่องเล็ก ๆ ของตุ่มรับรส สารเคมีจากอาหารจึงสัมผัสกับเซลล์รับรสที่กระจายอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ได้พร้อมกัน นั่นคือเหตุผลที่แม้แต่น้ำตาลหยดเล็ก ๆ บนด้านข้างของลิ้นก็ยังให้รสหวานได้ ไม่จำเป็นต้องวางไว้ตรงปลายลิ้น
รสชาติที่รู้สึกตอนกินอาหารยังไม่ได้มาจากลิ้นอย่างเดียว กลิ่นที่ลอยขึ้นจากช่องปากไปยังจมูก เนื้อสัมผัส อุณหภูมิ ความเผ็ดร้อน และความเย็น ล้วนช่วยกันสร้างประสบการณ์ที่เราเรียกว่ารสชาติอาหาร หลายครั้งที่คนรู้สึกว่าลิ้นรับรสผิดปกติ แท้จริงอาจเกิดจากคัดจมูกหรือการรับกลิ่นลดลง
ครั้งต่อไปที่เห็นภาพปลายลิ้นหวาน โคนลิ้นขม หรือขอบลิ้นเปรี้ยว ให้มองภาพนั้นเป็นเพียงแผนภาพช่วยจำที่ไม่ควรใช้แทนกายวิภาคจริง ลิ้นทั้งผืนไม่ได้มีแผนกแยกรสชาติแบบตายตัว แต่เป็นเครือข่ายตุ่มรับรสและเซลล์หลายชนิดที่ช่วยกันส่งข้อมูลให้สมองแปลความหมายของอาหารแต่ละคำ
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
20 ปีไม่ซ้ำเลย! เลขท้าย 2 ตัวงวด 1 ก.ย. แปลกแค่ไหน? คำนวณแล้วมีโอกาสเกิดราว 13%
ประเทศที่นำเข้าแรงงานชาวไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
12 นามสกุลที่สืบเชื้อสายหรือมีสายสัมพันธ์จากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
รวมเลขที่เคยออกบ่อยที่สุด งวด 1 กันยายน 69 ย้อนหลัง 29 ปี
ไอน์สไตน์ไม่เคยสอบตกวิชาคณิตศาสตร์ตอนเด็ก
เลขเด่น 1 ก.ย. 69 เทียบ 3 สำนัก เลขไหนตรงกันบ้าง
ส่องเลขมงคลและแนวทางตัวเลขน่าสนใจ ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ส่องเลข ผู้ว่า ระยอง งวด 1 ก.ย. 69
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัว หวยออกวันอังคาร โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี..งวด 1 กันยายน 69 นี้ หวยออกเลขอะไร ?
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
จับคางคกแล้วมือเป็นหูดจริงไหม




