หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำงานออฟฟิศ หิวบ่ายๆกินอะไรดี ? 7 ของกินที่ควรตุนไว้ที่โต๊ะ ไม่ต้องสั่งเดลิเวอรีบ่อย

เขียนโดย Wisdom Insight

เมื่อถึงช่วงบ่าย งานยังไม่เสร็จ แต่ท้องเริ่มร้อง พอเปิดแอปเดลิเวอรีขึ้นมาอีกที ค่าส่ง และค่าบริการก็อาจทำให้มื้อว่างธรรมดาๆกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนหนึ่ง

การมี “ของกินติดออฟฟิศ” ไว้ในลิ้นชักหรือมุมโต๊ะทำงาน จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยรับมือกับความหิวระหว่างวัน โดยเฉพาะวันที่ไม่มีเวลาออกไปซื้ออาหาร แต่จะตุนทั้งที ก็ควรเลือกของที่เก็บง่าย กินสะดวก มีสารอาหาร และไม่หวานหรือเค็มเกินไป

ลองดู 7 ตัวเลือกที่น่าสนใจกันครับ :          1. ถั่ว และเมล็ดธัญพืชอบ

ภาพประกอบ : Pixabay                           อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดฟักทองหรือเมล็ดทานตะวัน เป็นของว่างที่สะดวก และมีทั้งโปรตีน ไขมันไม่อิ่มตัว และใยอาหาร

แนะนำเลือกแบบไม่เติมเกลือ และน้ำตาล และแบ่งใส่ถุงหรือภาชนะเล็กๆ จะช่วยควบคุมปริมาณได้ง่ายกว่าการวางถุงใหญ่ไว้บนโต๊ะ

2. ข้าวโอ๊ต

ภาพประกอบ : Pixabay                       เหมาะสำหรับออฟฟิศที่มีน้ำร้อน เพราะสามารถเตรียมได้ง่ายภายในเวลาไม่กี่นาที

ข้าวโอ๊ตมีใยอาหาร โดยเฉพาะเบต้ากลูแคน และสามารถเพิ่มถั่วหรือนมตามความสะดวกได้ เลือกสูตรที่ไม่เติมน้ำตาลหรือมีน้ำตาลน้อยจะดีกว่าสูตรที่มีน้ำตาลสูง

3. ทูน่ากระป๋องหรือทูน่าซอง

ภาพประกอบ : Pixabay                           ถ้าต้องการเพิ่มโปรตีนในมื้อเร่งด่วน ทูน่าก็เป็นอีกตัวเลือกที่สะดวก ลองกินคู่กับขนมปังโฮลวีตหรือแครกเกอร์โฮลเกรน แต่ควรเลือกสูตรที่มีโซเดียมไม่สูง

ที่สำคัญคือ หากเปิดแล้วควรกินให้หมด และไม่ควรเปิดทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน

4. โจ๊กหรือซุปธัญพืชแบบซอง

ภาพประกอบ : Pixabay                           วันที่งานยุ่งจนไม่มีเวลาออกไปหาอาหาร ของร้อนๆสักถ้วยก็ช่วยให้อิ่มท้อง และเตรียมได้สะดวก แต่ควรระวังโซเดียม เพราะอาหารสำเร็จรูปบางชนิดมีโซเดียมค่อนข้างสูง

ข้อควรระวังคือ อ่านฉลากก่อนซื้อ และไม่ควรพึ่งอาหารประเภทนี้เป็นอาหารหลักทุกวัน

5. ผลไม้อบแห้งแบบไม่เติมน้ำตาล

ภาพประกอบ : Pixabay                     ลูกเกด ลูกพรุน กล้วยอบหรือมะม่วงอบแห้งสูตรไม่เติมน้ำตาล สามารถใช้เป็นของว่างได้ แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณ เพราะเมื่อผลไม้ถูกทำให้แห้ง เราอาจกินได้มากกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว

ทางที่ดีแบ่งใส่ภาชนะเล็กๆแทนการเปิดถุงใหญ่แล้วกินเพลิน

6. นมถั่วเหลือง UHT หรือนมพืช

ภาพประกอบ : Pixabay                   ผลิตภัณฑ์ UHT ที่ยังไม่เปิดสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ตามคำแนะนำบนฉลาก จึงเหมาะสำหรับตุนไว้ในออฟฟิศ

แนะนำเลือกสูตรไม่หวานหรือหวานน้อย และหากต้องการให้อิ่มนานขึ้น อาจเลือกสูตรที่มีโปรตีนสูง โดยเมื่อเปิดแล้วควรดื่มหรือเก็บตามคำแนะนำบนฉลาก ไม่ควรเปิดทิ้งไว้บนโต๊ะทั้งวัน

7. ชาหรือเครื่องดื่มชงร้อนไม่หวาน

ภาพประกอบ : Pixabay                         บางครั้งเราอาจไม่ได้หิวมาก แต่อยากมีอะไรจิบระหว่างทำงาน โดยชาเขียว ชาคาโมมายล์หรือชาสมุนไพรแบบไม่เติมน้ำตาล เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

แต่ถ้าเป็นชาที่มีคาเฟอีน ควรดูช่วงเวลาที่ดื่มด้วย โดยเฉพาะคนที่ไวต่อคาเฟอีนหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ

🧂ตุนของกินไว้ที่โต๊ะ ต้องระวังอะไรบ้าง ?มีเสบียงติดโต๊ะไม่ได้หมายความว่าเราต้องกินตลอดทั้งวัน ลองยึดหลักง่ายๆคือ

"เก็บง่าย มีสารอาหาร ปริมาณพอดี และอ่านฉลากก่อนซื้อ"

โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป ขนม และเครื่องดื่ม ควรดูปริมาณ น้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัว

ภาพประกอบ : Pixabay                           อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ "การเก็บรักษาอาหาร" โดยอาหารที่เสียง่าย อาหารที่ต้องแช่เย็นหรืออาหารที่เปิดแล้ว ควรรับประทานทันที ไม่ควรนำมาตุนไว้บนโต๊ะทำงานเป็นเวลานาน หากออฟฟิศไม่มีตู้เย็นก็ควรเลือกอาหารที่เหมาะกับการเก็บที่อุณหภูมิห้องแทน

นอกจากนี้ ไม่ควรลืมเรื่อง “กลิ่น” เพราะอาหารบางอย่างอร่อยมาก แต่ถ้าเปิดกินตอนบ่าย แล้วกลิ่นลอยไปทั่วออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานอาจรู้ทันทีว่าใครกำลังเปิดมื้อว่างอยู่

💰ของกินติดโต๊ะ ช่วยประหยัดจริงไหม ?ข้อดีไม่ได้มีแค่เรื่องประหยัดเงินจากค่าส่งเดลิเวอรี แต่ยังช่วยให้เรามีตัวเลือกเวลาหิว และลดโอกาสเลือกขนมหรืออาหารที่มีน้ำตาล และโซเดียมสูง เพราะความหิวจัด

ไม่จำเป็นต้องตุนเยอะ แค่เลือกของที่เหมาะกับตัวเองไว้ 2–3 อย่างก็เพียงพอแล้ว และถ้าให้ต้องเลือกตุนของกินไว้ที่โต๊ะทำงานได้แค่ 3 อย่าง คุณผู้อ่านจะเลือกอะไรบ้างครับ ? 

หมายเหตุ : ข้อมูลเป็นแนวทางทั่วไป ควรเลือกอาหารให้เหมาะกับสุขภาพ อายุ โรคประจำตัว และความต้องการทางโภชนาการของแต่ละคน

แหล่งที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
อ้างอิง: https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/2954904 และ https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/info498_what-to-eat/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Wisdom Insight's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 34 ครั้ง
เขียนโดย Wisdom Insight
Wisdom Insight (นามปากกา)
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Wisdom Insight
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตเปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่คัดมาเน้นๆ เลขเด็ด AI งวด 16 ก.ย. 69108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"ของแท้ มักยืนเด่น ท่ามกลางของปลอมเสมอแค่เรื่องเ...้ยๆในชีวิต
ตั้งกระทู้ใหม่