มนุษย์ไม่ได้ใช้สมองแค่ 10 เปอร์เซ็นต์
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
ความเชื่อเรื่องมนุษย์ใช้สมองเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ถูกเล่าซ้ำมานานจนฟังเหมือนข้อเท็จจริง หลายคนจึงจินตนาการว่าในกะโหลกศีรษะยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ปิดสวิตช์รอวันถูกปลุกขึ้นมา ทั้งที่วงการประสาทวิทยาไม่เคยพบหลักฐานว่ามนุษย์มีสมองส่วนใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่ใช้งานแบบนั้น
สิ่งที่ถูกต้องกว่าคือ สมองแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน และทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายตามสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ บางช่วงเราใช้เครือข่ายที่เกี่ยวกับการมองเห็นและการเคลื่อนไหว บางช่วงใช้เครือข่ายด้านภาษา ความจำ การตัดสินใจ หรือการควบคุมอารมณ์ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดทุกพื้นที่ด้วยระดับความแรงเท่ากันในเวลาเดียวกัน
fMRI ไม่ได้ถ่ายภาพเซลล์สมองทีละเซลล์แล้วระบายสีว่าจุดไหนเปิดหรือปิด เครื่องมือนี้ตรวจการเปลี่ยนแปลงของเลือดและออกซิเจนในบริเวณต่างๆ ของสมอง ซึ่งเป็นสัญญาณทางอ้อมที่ช่วยให้นักวิจัยเห็นว่าเครือข่ายใดมีความเกี่ยวข้องกับงานหรือสภาวะหนึ่งๆ ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่มาตรวัดว่ามีสมองกี่เปอร์เซ็นต์กำลังทำงาน
ผลจากการศึกษาด้วยภาพถ่ายสมองหลายชนิดทำให้เห็นว่า สมองเกือบทุกบริเวณมีบทบาทบางอย่างตลอดช่วงชีวิต แม้แต่ตอนเราไม่ได้กำลังคิดโจทย์ยากๆ สมองก็ยังรับข้อมูลจากประสาทสัมผัส ควบคุมการหายใจ การเต้นของหัวใจ การทรงตัว การหลั่งฮอร์โมน และคอยประเมินสิ่งรอบตัวอยู่ตลอดเวลา
ตอนนอนหลับ สมองไม่ได้หยุดทำงาน แต่เปลี่ยนโหมดการทำงานไปตามระยะของการนอน บางเครือข่ายลดกิจกรรมลง ขณะที่ระบบอื่นช่วยจัดระเบียบความทรงจำ ควบคุมการทำงานพื้นฐาน และตอบสนองต่อเสียงหรือสิ่งกระตุ้นที่สำคัญ การหลับจึงเป็นช่วงที่สมองกำลังซ่อมบำรุงและจัดการข้อมูล ไม่ใช่ช่วงที่สมองเก้าสิบเปอร์เซ็นต์นอนนิ่งไร้ประโยชน์
ถึงอย่างนั้น การพูดว่าสมองทำงานครบ 100 เปอร์เซ็นต์ทุกเซลล์ตลอดเวลา ก็ไม่แม่นยำเช่นกัน เซลล์ประสาทแต่ละกลุ่มไม่ได้ยิงสัญญาณพร้อมกันทั้งหมด เพราะการทำงานแบบเลือกใช้เครือข่ายช่วยให้สมองประหยัดพลังงานและลดสัญญาณรบกวน หากทุกเซลล์ทำงานเต็มกำลังพร้อมกัน ร่างกายอาจไม่ได้ฉลาดขึ้น แต่อาจเกิดความผิดปกติทางระบบประสาทได้
สมองมีน้ำหนักเพียงประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว แต่ใช้พลังงานของร่างกายในสัดส่วนสูงราว 20 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าสมองต้องทำงานหนักแม้ในช่วงพัก ทั้งการรักษาสมดุลเคมี การส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ และการเตรียมพร้อมรับข้อมูลใหม่
ที่ทำให้ความเชื่อเรื่อง 10 เปอร์เซ็นต์ฟังดูน่าเชื่อ คือคนเรายังพัฒนาทักษะได้อีกมาก แต่ความสามารถที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เกิดจากการปลุกสมองส่วนที่ไม่เคยใช้งาน การเรียนรู้เกิดจากการสร้างและปรับความแข็งแรงของการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ รวมถึงการฝึกให้เครือข่ายเดิมทำงานได้คล่องและแม่นยำขึ้น
ดังนั้นคำโฆษณาที่บอกว่าสามารถปลดล็อกสมองอีก 90 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลาไม่นาน จึงควรฟังอย่างระมัดระวัง สิ่งที่ช่วยสมองได้จริงมักเป็นเรื่องพื้นฐานแต่สำคัญ เช่น การนอนให้พอ ออกกำลังกาย กินอาหารหลากหลาย ฝึกทักษะใหม่ และดูแลสุขภาพกายใจอย่างสม่ำเสมอ
มนุษย์ไม่ได้มีสมองส่วนใหญ่ที่ถูกปิดทิ้งไว้ แต่เรามีสมองที่ซับซ้อนซึ่งสลับใช้หลายเครือข่ายตามสถานการณ์ ความจริงจึงไม่ใช่การตามหาเปอร์เซ็นต์ลับที่ยังไม่ถูกใช้งาน แต่คือการทำให้เครือข่ายที่มีอยู่เรียนรู้ ปรับตัว และทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น
ส่องเลขมงคลและแนวทางตัวเลขน่าสนใจ ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569
ก่อนโลกมีไฟฟ้า มนุษย์ใช้พลังงานอะไรกัน?
ประเทศที่นำเข้าแรงงานชาวไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ส่องเลข ผู้ว่า ระยอง งวด 1 ก.ย. 69
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
เปิดเลขเด็ด อาจารย์หนู งวด 1 ก.ย. 69
"ฮาวี แมนเดล" ยกให้ "เนเน่ รอยัล" เป็นร็อกสตาร์ระดับโลก ขณะที่ America's Got Talent ซีซัน 21 เดินเข้าสู่รอบไลฟ์โชว์
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
12 นามสกุลที่สืบเชื้อสายหรือมีสายสัมพันธ์จากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
เลขเด่น 1 ก.ย. 69 เทียบ 3 สำนัก เลขไหนตรงกันบ้าง
เจาะรหัสเลขมงคล 5 เซียน 1/9/69
ซื้อหวยให้ถูกบ่อยขึ้น ทำได้จริงไหม แยก 5 เทคนิคที่เพิ่มโอกาส กับความเชื่อเรื่องเลข
"ฮาวี แมนเดล" ยกให้ "เนเน่ รอยัล" เป็นร็อกสตาร์ระดับโลก ขณะที่ America's Got Talent ซีซัน 21 เดินเข้าสู่รอบไลฟ์โชว์
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่คนกัมพูชานิยมเข้ามาทำงานอยู่มากที่สุด
ทำไมเข้าห้องแอร์แล้วจามทันที ทั้งที่ยังไม่เป็นหวัด



