เอาเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวอาจกลายเป็นคดีอาญาโดยไม่รู้ตัว
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เงินในบัญชีบริษัทไม่ใช่เงินส่วนตัวของเจ้าของโดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นผู้ถือหุ้นคนเดียวหรือเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาก็ตาม เมื่อจดทะเบียนแล้ว บริษัทมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกจากตัวบุคคล เงินที่ลูกค้าจ่าย เงินกู้ และกำไรที่ยังไม่ได้จัดสรร จึงต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ของบริษัทและมีหลักฐานรองรับ
การโอนเงินไปจ่ายค่าบ้าน ค่าบัตรเครดิต ซื้อของใช้ส่วนตัว หรือถอนเงินสดโดยไม่ลงบัญชี อาจถูกมองว่าเป็นการเบียดบังทรัพย์สินของบริษัท ไม่ใช่เพียงการยืมเงินจากกิจการ การเป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนามไม่ได้ทำให้มีสิทธิหยิบเงินบริษัทไปใช้ได้ตามใจ
สิ่งที่ทำได้อย่างถูกต้องต้องแยกประเภทให้ชัด เช่น เงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่กำหนดไว้ ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนบริษัท เงินปันผลที่ผ่านขั้นตอนของบริษัท หรือธุรกรรมกู้ยืมที่มีเอกสารและการอนุมัติตามอำนาจ การเขียนคำอธิบายย้อนหลังว่าเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท ทั้งที่ใช้ส่วนตัว อาจทำให้ปัญหาบัญชีกลายเป็นประเด็นทุจริต
หากผู้มีหน้าที่ดูแลเงินนำไปใช้โดยทุจริตจนบริษัทเสียหาย ข้อเท็จจริงอาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 หรือกรณีได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินแล้วฝ่าฝืนหน้าที่ อาจเกี่ยวข้องกับมาตรา 353 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การจะเข้าข่ายมาตราใดต้องดูเจตนา อำนาจอนุมัติ วิธีเบิกจ่าย และพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่คดีอาญา บริษัทอาจเรียกเงินคืน ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ถอดถอนผู้บริหาร หรือยกเลิกความไว้วางใจทางธุรกิจได้ ส่วนทางภาษี ค่าใช้จ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวโดยทั่วไปเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ หากบันทึกปะปนกันมาก บัญชีบริษัทอาจถูกปรับปรุงและเกิดภาษี เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มตามมา
คนที่เป็นพนักงานแล้วเห็นการนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวก็ไม่ควรช่วยปกปิดด้วยการสร้างใบเสร็จปลอม แก้รายการบัญชี หรือโอนเงินกลบยอด เพราะการช่วยเหลืออาจทำให้ตัวเองมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ควรเก็บหลักฐานที่ได้มาโดยชอบ แจ้งผู้ตรวจสอบภายใน ฝ่ายบัญชี หรือผู้มีอำนาจที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง และหลีกเลี่ยงการโพสต์กล่าวหาในที่สาธารณะก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริง
ถ้าเป็นคนที่เผลอนำเงินไปใช้แล้ว ควรหยุดรายการทันที แยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีบริษัท รวบรวมสลิป ใบเสร็จ และรายการโอนทั้งหมด แล้วแจ้งนักบัญชีหรือทนายความเพื่อจัดประเภทและแก้ไขให้ถูกต้อง อย่าลบแชต อย่าปลอมเอกสาร และอย่าโอนเงินไปมาเพื่อทำให้ตรวจสอบยาก เพราะการปกปิดภายหลังมักทำให้เจตนาถูกมองรุนแรงขึ้น
หัวใจสำคัญคือเจ้าของกิจการควรจ่ายเงินให้ตัวเองผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้ มีมติหรือเอกสารตามความเหมาะสม และบันทึกบัญชีตรงกับความจริง หากไม่แน่ใจว่ารายการใดเป็นเงินเดือน เงินทดรอง เงินกู้ หรือเงินปันผล ควรหยุดทำรายการแล้วขอคำแนะนำเฉพาะกรณี เพราะจำนวนเงินไม่มากไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากความรับผิดเสมอไป
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
ตำนานเจ้าแม่เขาสามมุขเล่าเรื่องอะไร และเชื่อมกับชื่อเขาได้อย่างไร?
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
วงแหวนรอบดวงจันทร์เกิดจากอะไร และบอกได้ไหมว่าฝนกำลังจะมา?
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
หยิบลูกบอลจากถุงแล้วไม่ใส่คืน โอกาสครั้งถัดไปเปลี่ยนอย่างไร?
“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”
ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?
เปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?
เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตา
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?






