รัฐบาลไทยกู้เงินได้อีกเท่าไรภายใต้เพดานหนี้สาธารณะ
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เวลามีข่าวว่ารัฐจะกู้เงินเพิ่ม หลายคนมักถามว่าแล้วกู้ได้ไม่จำกัดหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะรัฐบาลมีกรอบหนี้สาธารณะที่ใช้กำกับอยู่ และตัวเลขที่ต้องดูไม่ใช่ยอดกู้ก้อนเดียว แต่คือหนี้สาธารณะรวมเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศ
เพดานปัจจุบันอยู่ที่ 70% ของ GDP
กรอบที่ไทยใช้อยู่กำหนดให้หนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ของ GDP หรือมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หากเกินกรอบนี้ รัฐไม่ควรก่อหนี้เพิ่มในทางปกติ เว้นแต่จะมีการปรับกรอบและผ่านกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายใหม่
ข้อมูลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่า หนี้สาธารณะอยู่ที่ 67.45% ของ GDP โดยใช้ GDP ประมาณ 19.35 ล้านล้านบาท เมื่อนำเพดาน 70% มาคิดเป็นเงิน จะได้ราว 13.55 ล้านล้านบาท ขณะที่หนี้ตามสัดส่วนดังกล่าวอยู่ราว 13.05 ล้านล้านบาท
ดังนั้น หากคิดจากตัวเลขชุดเดียวกัน รัฐบาลไทยยังมีช่องว่างใต้เพดานอยู่ประมาณ 4.94 แสนล้านบาท นี่คือคำตอบแบบตรงไปตรงมาว่า “กู้เพิ่มได้อีกเท่าไร” ณ ฐานข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ ไม่ใช่วงเงินที่ควรกู้ทั้งหมดทันที
ช่องว่างใต้เพดาน ไม่เท่ากับเงินพร้อมใช้
ตัวเลขเกือบห้าแสนล้านบาทเป็นพื้นที่ทางการคลังในเชิงกรอบหนี้ แต่การกู้จริงยังต้องดูแผนกู้ประจำปี งบประมาณรายจ่าย การชำระคืนหนี้เดิม สภาพคล่องตลาดพันธบัตร และภาระดอกเบี้ยที่จะตามมา รัฐไม่ได้หยิบวงเงินนี้ออกมาใช้ได้ทันทีเหมือนวงเงินบัตรเครดิต
เมื่อเดือนเมษายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ข้อมูลว่ารัฐยังสามารถกู้ได้ถึง 5 แสนล้านบาทภายในเดือนตุลาคมโดยไม่ต้องขยับเพดานหนี้ ตัวเลขนั้นสะท้อนการประเมินร่วมกับแผนกู้และฐานข้อมูลในเวลานั้น ส่วนรายงานหนี้รายเดือนหลังจากนั้นทำให้สัดส่วนหนี้ขยับขึ้นลงได้ตามยอดกู้ ยอดชำระคืน และ GDP ที่ใช้เป็นฐานคำนวณ
• GDP โตขึ้น: เพดานในรูปเงินบาทสูงขึ้นได้ แม้เพดานยัง 70%
• GDP โตช้า: สัดส่วนหนี้ต่อ GDP จะตึงขึ้น แม้ยอดหนี้ไม่เพิ่มมาก
• ดอกเบี้ยสูง: งบที่ต้องกันไว้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้พื้นที่ใช้จ่ายด้านอื่นแคบลง
กู้ได้ ไม่ได้แปลว่าควรกู้เต็มเพดาน
เพดานหนี้เป็นเส้นกันชน ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องใช้ให้เต็ม รัฐกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รับมือวิกฤต หรือรีไฟแนนซ์หนี้เดิมได้ แต่คำถามสำคัญคือเงินกู้สร้างผลตอบแทนให้เศรษฐกิจและรายได้รัฐในอนาคตหรือไม่
หากกู้ไปกับโครงการที่ลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มผลิตภาพแรงงาน ลดการนำเข้าพลังงาน หรือทำให้บริการรัฐดีขึ้น ก็มีโอกาสช่วยให้เศรษฐกิจโตและรับภาระหนี้ได้ดีขึ้น แต่ถ้ากู้เพื่อรายจ่ายชั่วคราวโดยไม่มีแผนรายได้รองรับ ภาระจะตกอยู่กับงบประมาณปีต่อ ๆ ไปผ่านดอกเบี้ยและเงินต้นที่ต้องคืน
สรุปคือ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ไทยยังอยู่ใต้เพดานหนี้สาธารณะ 70% ของ GDP ราว 2.55 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นเงินประมาณ 4.9 แสนล้านบาท ตามฐาน GDP ที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะใช้รายงาน แต่ก่อนดูว่ารัฐ “กู้ได้อีกเท่าไร” ควรถามต่อเสมอว่า จะกู้ไปทำอะไร ใช้เมื่อไร และผลลัพธ์คุ้มกับดอกเบี้ยและภาระที่ประชาชนต้องร่วมรับหรือไม่
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
เลขเด็ด "อาม่าให้ลาภ" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 69..รีบซื้อหวย รวยก่อนใคร!
แนวทางเลขเด็ด "ทักษามหาเฮง" งวด 16 ต.ค.69 มีทั้งเลขเด่น เลขรอง และเลขท้าย 2 ตัว
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
หมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่
พบมัลแวร์ปลอมตัวเป็นเว็บเบราว์เซอร์ส่วนบุคคล ใช้คำสั่งควบคุม Windows จากระยะไกลได้
ซื้อหวย 5 ใบเหมือนกัน กับซื้อ 5 เลขต่างกัน โอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัวต่างกันไหม?
เปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวัน
พบมัลแวร์ JSCeal สามารถข้ามการยืนยันตัวตนด้วย Google Authenticator ได้ผ่านการใช้ไฟล์ Cookie ที่ขโมยมา
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ย้อนดูเลขเด็ดงวด 1 ต.ค. 69 เลข 70 เข้าเป้า ก่อนติดตามหวย 16 ต.ค.
โรงแรมสุดหรูหราในไทย ที่คนไทยทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้เข้าพัก
ห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่มากที่สุด




