หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Koro Syndrome ทำไมบางคนจึงกลัวว่าอวัยวะเพศจะหายเข้าไปในท้อง

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

Koro Syndrome หรือกลุ่มอาการกลัวอวัยวะเพศหดกลับ เป็นภาวะที่คนคนหนึ่งเชื่ออย่างรุนแรงว่าอวัยวะเพศกำลังหดสั้นและถอยกลับเข้าไปในช่องท้อง ความกลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่ความกังวลเรื่องรูปร่าง แต่ลุกลามไปถึงความเชื่อว่าถ้าอวัยวะหายเข้าไปจนหมด ตัวเองจะเสียชีวิตทันที จึงอาจเกิดอาการตื่นตระหนก ใจสั่น ร้องขอความช่วยเหลือ หรือพยายามจับดึงรั้งอวัยวะไว้ตลอดเวลา

ในความเป็นจริง ขนาดและลักษณะของอวัยวะเพศอาจเปลี่ยนชั่วคราวตามอากาศเย็น ความเครียด กล้ามเนื้อที่หดตัว ท่าทาง หรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าอวัยวะกำลังหายเข้าไปในท้อง แต่เมื่อสมองกำลังอยู่ในภาวะกลัว มันอาจตีความความรู้สึกเล็กน้อยว่าเป็นสัญญาณอันตรายร้ายแรง ความกลัวจึงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและทำให้เจ้าตัวมั่นใจว่าความตายกำลังใกล้เข้ามา

ลักษณะคลาสสิกของ Koro คือความกลัวว่าอวัยวะเพศจะหดกลับ ความเชื่อว่าจะเสียชีวิต และความพยายามป้องกันไม่ให้อวัยวะถอยเข้าไป เช่น ใช้เชือกผูก ใช้อุปกรณ์หนีบ หรือให้คนในครอบครัวช่วยจับรั้งไว้ วิธีเหล่านี้ไม่ใช่การรักษาและเสี่ยงทำให้ผิวหนังฉีก เลือดไหลเวียนผิดปกติ เส้นประสาทบาดเจ็บ หรือเกิดการติดเชื้อได้ บางรายอาจทำรุนแรงขึ้นเพราะเชื่อว่าต้องยึดอวัยวะไว้ไม่ให้หายไป

กลุ่มอาการนี้เคยมีรายงานเป็นกลุ่มก้อนในจีน สิงคโปร์ และหลายพื้นที่ของเอเชีย รวมถึงมีรายงานในอินเดีย แอฟริกา และประเทศตะวันตก จึงมักถูกพูดถึงในฐานะภาวะที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและความเชื่อเรื่องร่างกาย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่กลัวอวัยวะเพศหดจะมี Koro แบบคลาสสิก บางกรณีอาจสัมพันธ์กับโรควิตกกังวล โรคหลงผิด โรคจิตเภท ภาวะหมกมุ่นรูปร่าง การใช้สารเสพติด หรือความผิดปกติทางระบบประสาท

การวินิจฉัยต้องตรวจร่างกายก่อน เพื่อแยกภาวะทางระบบทางเดินปัสสาวะหรือการบาดเจ็บที่ทำให้อวัยวะเปลี่ยนแปลงจริง หากมีอาการปวดมาก บวม สีคล้ำ เลือดออก ปัสสาวะไม่ออก หรือมีอุปกรณ์รัดและหนีบอยู่ ควรไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามดึงอุปกรณ์ออกแรงๆ เพราะอาจทำให้บาดเจ็บหนักกว่าเดิม

ระหว่างช่วยคนที่กำลังตื่นตระหนก ควรพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่หัวเราะ ไม่ดุด่าว่าเพ้อเจ้อ และไม่เถียงเอาชนะความเชื่อในตอนที่อารมณ์กำลังพุ่งสูง พยายามนำเชือก คีม หรือของแหลมออกจากบริเวณนั้นโดยไม่ใช้กำลังเข้าปะทะ หากยังเชื่อว่าร่างกายกำลังหายเข้าไป มีอาการหลอน ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือเสี่ยงทำร้ายตัวเอง ควรพาไปพบแพทย์และจิตแพทย์ การรักษาจะขึ้นกับสาเหตุที่พบ อาจประกอบด้วยการดูแลภาวะตื่นตระหนก การทำจิตบำบัด และยาสำหรับโรคร่วมเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 23 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคคาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรกรดในกระเพาะอาหารแรงแค่ไหนเมื่อเทียบกับใบมีดโกนตัวเลขจาม 160 กม./ชม. และไกล 8 เมตรจริงหรือไม่หัวใจมนุษย์ต้องเต้นกี่ครั้งตลอดชีวิต
ตั้งกระทู้ใหม่