เมืองใต้ดินเดรินกูยู ตุรกี เรื่องแปลกในต่างประเทศที่คนเคยใช้ชีวิตหลบภัยใต้ดินหลายชั้น
คำโปรย: เปิดเรื่องราว “เมืองใต้ดินเดรินกูยู” ในคัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี เมืองโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน มีห้องพัก ห้องครัว โบสถ์ ปล่องอากาศ และทางเดินซับซ้อน จนทำให้เรื่องแปลกในต่างประเทศแห่งนี้ดูเหมือนฉากในภาพยนตร์ แต่ทั้งหมดมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีรองรับ
เรื่องแปลกในต่างประเทศที่ไม่ได้มีแค่บ้านผีสิง
เมื่อพูดถึง “เรื่องแปลกในต่างประเทศ” หลายคนอาจนึกถึงเทศกาลประหลาด อาหารที่ไม่คุ้นเคย หรือสถานที่ลึกลับที่มีเรื่องเล่าชวนขนลุก แต่หนึ่งในเรื่องที่น่าทึ่งที่สุดกลับเป็นสถานที่ซึ่งซ่อนอยู่ใต้เท้าของผู้คน นั่นคือ เมืองใต้ดินเดรินกูยู (Derinkuyu Underground City) ในภูมิภาคคัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี เมืองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอุโมงค์ธรรมดา แต่เป็นเครือข่ายพื้นที่อยู่อาศัยและทางสัญจรที่เจาะลึกลงไปในชั้นหินอย่างเป็นระบบ
ความแปลกของเดรินกูยูอยู่ตรงที่ หากมองจากพื้นดินด้านบน ผู้มาเยือนอาจเห็นเพียงภูมิประเทศแห้งแล้งสลับกับปล่องหินรูปทรงคล้ายปล่องไฟ แต่ใต้ภูมิประเทศนั้นกลับมีบันได ห้อง และทางเดินที่เชื่อมต่อกันเป็นชั้น ๆ เมืองใต้ดินลักษณะนี้ทำให้เกิดคำถามว่า ผู้คนในอดีตสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร ใช้ชีวิตอยู่ข้างล่างนานแค่ไหน และเหตุใดจึงจำเป็นต้องลงไปอาศัยอยู่ใต้ดิน
คัปปาโดเกีย ภูมิประเทศที่ธรรมชาติช่วยสร้างเมือง
คัปปาโดเกียตั้งอยู่บนที่ราบสูงอนาโตเลียตอนกลางของตุรกี ภูมิประเทศที่เห็นในปัจจุบันเกิดจากชั้นเถ้าภูเขาไฟและหินเนื้ออ่อนที่ถูกลมกับน้ำกัดเซาะเป็นเวลานาน จนกลายเป็นหุบเขา สันเขา และเสาหินทรงประหลาดที่มักเรียกว่า “ปล่องนางฟ้า” หรือ fairy chimneys [1]
หินภูเขาไฟชนิดนี้มีคุณสมบัติสำคัญสองอย่าง คือสามารถแกะสลักได้ง่ายกว่าหินแข็ง และเมื่อเจาะเป็นห้องแล้วก็ยังแข็งแรงพอจะรองรับโครงสร้างได้ เงื่อนไขทางธรณีวิทยาจึงเปิดโอกาสให้ผู้คนในอดีตสร้างที่พัก โบสถ์ ห้องเก็บอาหาร และทางเดินใต้ดินโดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
UNESCO ระบุว่าพื้นที่ Göreme National Park และ Rock Sites of Cappadocia มีทั้งศาสนสถานที่เจาะเข้าไปในหิน หมู่บ้านแบบ troglodyte หรือหมู่บ้านที่สร้างอยู่ในโพรงหิน รวมถึงเมืองใต้ดิน Kaymaklı และ Derinkuyu พื้นที่ทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1985 เนื่องจากมีคุณค่าทั้งด้านภูมิทัศน์ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และศิลปะไบแซนไทน์ [1]
เมืองใต้ดินเดรินกูยูมีอะไรอยู่ข้างใน
สิ่งที่ทำให้เดรินกูยูน่าทึ่งกว่าการเป็นอุโมงค์หลบภัย คือการออกแบบให้มีองค์ประกอบของเมืองอยู่ภายใน จากข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี เมืองใต้ดินแห่งนี้ประกอบด้วยพื้นที่หลายระดับ มีห้องสำหรับพักอาศัย ห้องครัว พื้นที่เก็บเสบียง โรงหมักไวน์ โบสถ์ บันได และช่องทางเดินที่คดเคี้ยว [2]
ภายในยังมีประตูหินขนาดใหญ่ที่สามารถกลิ้งมาปิดทางเดินได้ ประตูชนิดนี้ช่วยป้องกันผู้บุกรุกจากด้านนอก เพราะผู้ที่อยู่ข้างในสามารถปิดกั้นเส้นทางแคบ ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องยืนต่อสู้ในพื้นที่เปิด นอกจากนี้ บางจุดยังมีช่องเปิดเล็ก ๆ ซึ่งอาจใช้สังเกตการณ์หรือควบคุมการผ่านเข้าออก ความรู้สึกเมื่อเดินลงไปจึงไม่เหมือนการเที่ยวชมอาคารโบราณทั่วไป แต่คล้ายกับการค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่เขาวงกตที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัย
ระบบอากาศเป็นอีกส่วนที่สำคัญ เมืองใต้ดินต้องมีปล่องระบายอากาศเพื่อให้อากาศจากภายนอกไหลลงไปยังระดับลึก ขณะเดียวกันยังมีการจัดการน้ำและพื้นที่เก็บอาหารเพื่อช่วยให้ผู้คนอยู่ข้างล่างได้ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถขึ้นสู่พื้นดินได้ National Geographic ระบุว่าเมืองใต้ดินในคัปปาโดเกียมีลักษณะเป็นศูนย์พักพิงขนาดใหญ่ที่พึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง โดยมีทั้งปล่องอากาศและช่องทางน้ำ [2]
สร้างไว้ทำไม คำตอบอาจเกี่ยวกับสงครามและการหลบภัย
คำอธิบายที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ เมืองใต้ดินถูกใช้เป็นพื้นที่หลบภัยชั่วคราวเมื่อเกิดสงครามหรือการรุกราน UNESCO ระบุว่า ในเวลาต่อมาผู้คนในคัปปาโดเกียรวมตัวกันเป็นหมู่บ้านเจาะหินและเมืองใต้ดิน เช่น Kaymaklı กับ Derinkuyu เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากการรุกรานของชาวอาหรับ [1]
ประเด็นนี้ทำให้เดรินกูยูเป็นมากกว่าสถานที่แปลกตา เพราะสะท้อนความพยายามของมนุษย์ในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมและภัยคุกคาม ผู้คนไม่ได้สร้างเมืองใต้ดินเพื่อความสวยงาม แต่สร้างเพราะจำเป็นต้องรักษาชีวิต อาหาร น้ำ และชุมชนเอาไว้ในช่วงเวลาที่พื้นดินด้านบนไม่ปลอดภัย เมืองจึงถูกออกแบบให้มีทางเดินแคบ ประตูป้องกัน และพื้นที่ใช้สอยที่ซ่อนจากสายตาคนนอก
อย่างไรก็ตาม เราควรระวังการเล่าเรื่องแบบเกินจริง เดรินกูยูไม่ใช่ “เมืองลับที่หายสาบสูญโดยไม่มีใครรู้จัก” และยังไม่มีคำตอบเดียวที่อธิบายประวัติทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ หลักฐานจาก UNESCO ชี้ถึงการอยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ตั้งแต่หลายยุคสมัย ส่วนรายละเอียดเรื่องจำนวนผู้อยู่อาศัยและระยะเวลาที่ใช้หลบภัยเป็นการประเมินจากงานสำรวจและการตีความทางโบราณคดี
ขนาดใหญ่แค่ไหน และตัวเลขใดควรเชื่ออย่างมีวิจารณญาณ
สื่อหลายแห่งมักรายงานว่าเดรินกูยูอาจรองรับผู้คนได้ประมาณ 20,000 คน ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นภาพความใหญ่ของเมือง แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นจำนวนประชากรที่มีการนับอย่างแน่นอน National Geographic เรียกเดรินกูยูว่าเป็นเมืองใต้ดินที่ขุดสำรวจแล้วใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในคัปปาโดเกีย และใช้ถ้อยคำเชิงประเมินเกี่ยวกับความสามารถในการรองรับคน [2]
สรุปข้อมูลสำคัญ: เดรินกูยูอยู่ในคัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี เป็นเมืองใต้ดินหลายระดับที่มีห้องและทางเดิน ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่หลบภัยในบางยุคสมัย มีการประเมินว่าอาจรองรับผู้คนได้ราว 20,000 คน และอยู่ในเขตแหล่งมรดกโลกคัปปาโดเกียซึ่ง UNESCO ขึ้นทะเบียนในปี 1985
ทำไมเรื่องนี้จึงยังน่าสนใจในยุคปัจจุบัน
ในยุคที่เมืองสมัยใหม่เต็มไปด้วยตึกสูง รถไฟใต้ดิน และระบบอัตโนมัติ เดรินกูยูเตือนเราว่าแนวคิดเรื่องการใช้พื้นที่ใต้ดินไม่ใช่เรื่องใหม่ มนุษย์ในอดีตเข้าใจหลักการพื้นฐานของสถาปัตยกรรมได้อย่างลึกซึ้ง พวกเขารู้ว่าทางเดินแคบช่วยป้องกันผู้บุกรุก ปล่องอากาศช่วยให้คนหายใจ และการแบ่งพื้นที่เก็บอาหารช่วยให้ชุมชนอยู่รอด
เมืองแห่งนี้ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน ธรรมชาติเป็นผู้สร้างวัสดุเบื้องต้นผ่านภูเขาไฟและการกัดเซาะ ส่วนมนุษย์เป็นผู้ปรับแต่งหินให้กลายเป็นบ้านและพื้นที่ปลอดภัย ผลลัพธ์จึงไม่ใช่สิ่งก่อสร้างที่ตั้งตระหง่านเหนือพื้นดิน แต่เป็นสถาปัตยกรรมที่ซ่อนตัวและกลมกลืนไปกับภูมิประเทศ
สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องแปลกในต่างประเทศ เดรินกูยูเป็นตัวอย่างที่ดีของการเล่าเรื่องแบบมีข้อเท็จจริงรองรับ ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่การเติมตำนานให้ลึกลับที่สุด แต่อยู่ที่การค้นพบว่า ผู้คนในอดีตสามารถสร้างระบบเมืองใต้ดินที่ซับซ้อนได้ด้วยเครื่องมือจำกัด และใช้ความรู้เกี่ยวกับหิน อากาศ น้ำ และการป้องกันภัยเพื่อรักษาชีวิตของชุมชน
สรุป
เมืองใต้ดินเดรินกูยูในตุรกีคือหนึ่งในสถานที่ที่แปลกและน่าทึ่งที่สุดในต่างประเทศ เพราะภายใต้ภูมิประเทศแบบปล่องนางฟ้าของคัปปาโดเกียมีร่องรอยเมืองที่เต็มไปด้วยห้อง ทางเดิน ระบบอากาศ และพื้นที่สำหรับการดำรงชีวิต เมืองนี้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน ศาสนา การสงคราม และการหลบภัยหลายยุคสมัย
แม้รายละเอียดบางอย่าง เช่น ความลึกที่แน่นอนหรือจำนวนคนที่เคยอาศัยอยู่ อาจยังต้องอาศัยการศึกษาเพิ่มเติม แต่หลักฐานจาก UNESCO และงานสื่อสารด้านโบราณคดีทำให้เรามั่นใจได้ว่าเดรินกูยูไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความหวือหวา ที่นี่คือหลักฐานจริงของความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการเอาตัวรอดของมนุษย์ ซึ่งซ่อนอยู่ใต้พื้นดินของตุรกีมานานหลายร้อยปี
แหล่งที่มา
[1] UNESCO World Heritage Centre: Göreme National Park and the Rock Sites of Cappadocia
[2] National Geographic: Massive Underground City Found in Cappadocia Region of Turkey
อ้างอิง: https://whc.unesco.org/en/list/357/
แหล่งที่มา: National Geographic — Massive Underground City Found in Cappadocia Region of Turkey
อ้างอิง: https://www.nationalgeographic.com/history/article/150325-underground-city-cappadocia-turkey-archaeology
เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง
ถ้าหยุดเล่นโซเชียล 7 วัน สมองและชีวิตจะเปลี่ยนอะไรบ้าง
ส่องเลข ผู้ว่า ระยอง งวด 1 ก.ย. 69
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
ดาราดัง "ชิโระ ซาโนะ" เผยว่า "ผมเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว"
รวมเลขที่เคยออกบ่อยที่สุด งวด 1 กันยายน 69 ย้อนหลัง 29 ปี
เลขที่ไม่เคยออก 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี มีตัวไหนบ้าง
ส่องเลขมงคลและแนวทางตัวเลขน่าสนใจ ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569
ติดกล้อง CCTV แต่ไม่ติดป้ายได้ไหม? รู้ก่อนเสี่ยงผิด PDPA
กรมอนามัยแนะ ไม่ขึ้นเหยียบบนโถส้วมนั่งราบ ป้องกันลื่นและอุบัติเหตุ
ส่องเลข มงคล ปู่ศรีสุพรรณนาคราช-ย่าศรีนวล งวด 1 ก.ย. 69
พับเก็บปฏิทินสากล! ไขลับ "ปฏิทินจีน" กระดาษแผ่นเดียวทำไมบอกได้ครบทั้งวันมงคล ฤกษ์ดี และวันรวย
ถ้าหยุดเล่นโซเชียล 7 วัน สมองและชีวิตจะเปลี่ยนอะไรบ้าง
ดาราดัง "ชิโระ ซาโนะ" เผยว่า "ผมเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว"
ติดกล้อง CCTV แต่ไม่ติดป้ายได้ไหม? รู้ก่อนเสี่ยงผิด PDPA
ส่องเลขมงคลและแนวทางตัวเลขน่าสนใจ ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569
กรมอนามัยแนะ ไม่ขึ้นเหยียบบนโถส้วมนั่งราบ ป้องกันลื่นและอุบัติเหตุ
ส่องเลข มงคล ปู่ศรีสุพรรณนาคราช-ย่าศรีนวล งวด 1 ก.ย. 69



