หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดตัวเลขหนี้บุคลากรภาครัฐ อาชีพไหนมีมูลหนี้สูงที่สุด

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

 

งานราชการขึ้นชื่อเรื่องรายได้ประจำและความมั่นคง แต่ความมั่นคงของรายได้ไม่ได้แปลว่าไม่มีหนี้ เพราะข้อมูลภาครัฐพบว่าหนี้ของบุคลากรภาครัฐมีขนาดใหญ่มาก และบางกลุ่มมีมูลหนี้ระดับ หลายแสนล้านถึงหลักล้านล้านบาท

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคำถามว่า “ใครรวย” จึงเป็นคำถามว่า อาชีพไหนมีภาระหนี้สูง และหนี้เหล่านั้นเกิดขึ้นจากอะไร

ตัวเลขใหญ่ที่ต้องรู้ก่อน

ข้อมูลที่รัฐบาลเผยแพร่เมื่อปี 2567 ระบุว่า บุคลากรภาครัฐประมาณ 3.1 ล้านคน เป็นลูกหนี้เงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ 1,378 แห่ง มีลูกหนี้รวมประมาณ 2.8 ล้านคน และมีหนี้รวมประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท

ตัวเลขนี้มีจุดสำคัญที่ต้องแยกให้ออก

3.1 ล้านคน คือจำนวนบุคลากรภาครัฐที่ถูกกล่าวถึงในข้อมูลชุดดังกล่าว ขณะที่ 2.8 ล้านคน คือจำนวนลูกหนี้ของสหกรณ์ ไม่ได้หมายความว่าบุคลากรภาครัฐทุกคนมีหนี้เท่ากัน

และที่สำคัญ ตัวเลข 3.3 ล้านล้านบาท เป็นข้อมูลหนี้ของบุคลากรภาครัฐผ่านสหกรณ์ตามขอบเขตของมาตรการ ไม่ใช่ตัวเลขหนี้ครัวเรือนของข้าราชการทุกประเภทจากทุกแหล่งที่สามารถนำไปบวกกับสถิติอื่นได้ทันที


1. ครู — กลุ่มที่มีมูลหนี้สูงที่สุดในข้อมูลแยกประเภท

ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า กลุ่ม ครูประมาณ 0.89 ล้านคน มีมูลหนี้รวมประมาณ 1.40 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดในตารางประเภทบุคลากรที่ระบุไว้

หากคิดแบบหยาบจากตัวเลขดังกล่าว จะเท่ากับประมาณ 1.57 ล้านบาทต่อคน แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงการนำมูลหนี้รวมมาหารด้วยจำนวนคนในตาราง ไม่ควรตีความว่า “ครูทุกคนเป็นหนี้ 1.57 ล้านบาท”

ทำไมครูจึงมีหนี้ก้อนใหญ่

ปัญหาหนี้ครูถูกพูดถึงในระดับนโยบายมาหลายปี เนื่องจากครูจำนวนมากสามารถเข้าถึงสินเชื่อสหกรณ์และสินเชื่อสวัสดิการ ซึ่งใช้รายได้ประจำเป็นฐานในการชำระคืน

กระทรวงศึกษาธิการเองมีมาตรการเกี่ยวกับการรวมหนี้และรีไฟแนนซ์หนี้ของบุคลากรภาครัฐ โดยบางโครงการกำหนดระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี และมีช่วงปลอดชำระเงินต้น 2 ปี

ดังนั้น “หนี้สูง” ในกรณีครูไม่ได้หมายความว่าหนี้ทั้งหมดเป็นหนี้เพื่อการบริโภค แต่บางส่วนเกี่ยวข้องกับสินเชื่อระยะยาวและการจัดการทางการเงินของครัวเรือน


2. บุคลากรสาธารณสุข — มูลหนี้รวมประมาณ 3.7 แสนล้านบาท

ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า บุคลากรด้าน สาธารณสุขประมาณ 0.34 ล้านคน มีมูลหนี้รวมประมาณ 0.37 ล้านล้านบาท หรือ 3.7 แสนล้านบาท

ตัวเลขนี้ทำให้กลุ่มสาธารณสุขอยู่ในกลุ่มที่มีมูลหนี้สูงเมื่อเทียบกับประเภทอื่นในตาราง

อย่างไรก็ตาม จำนวนคนของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน การดูเพียง “ยอดหนี้รวม” จึงยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าอาชีพใดมีภาระหนี้ต่อคนสูงที่สุด

จุดนี้สำคัญมาก: ยอดหนี้รวมสูงอาจเกิดจากจำนวนบุคลากรที่มาก ไม่ได้หมายความว่าคนในกลุ่มนั้นมีหนี้ต่อคนสูงที่สุดเสมอไป


3. ส่วนท้องถิ่น — หนี้รวมประมาณ 3.3 แสนล้านบาท

กลุ่ม บุคลากรส่วนท้องถิ่นประมาณ 0.62 ล้านคน ในข้อมูลชุดดังกล่าวมีมูลหนี้รวมประมาณ 0.33 ล้านล้านบาท หรือ 3.3 แสนล้านบาท

เมื่อเทียบกับจำนวนคน กลุ่มนี้มีจำนวนบุคลากรมากกว่าหลายกลุ่มในตาราง แต่ยอดหนี้รวมยังต่ำกว่ากลุ่มครูอย่างเห็นได้ชัด

เหตุผลหนึ่งที่ต้องระวังคือคำว่า “ราชการ” ในชีวิตประจำวันมักถูกใช้รวมคนทำงานภาครัฐหลายประเภท แต่ในทางสถิติ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู บุคลากรท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และบุคลากรภาครัฐอื่น ๆ ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน

ดังนั้นการจัดอันดับจึงควรเรียกว่า “บุคลากรภาครัฐ” มากกว่าเหมารวมว่าเป็น “อาชีพราชการ” ทั้งหมด


4. ตำรวจ — มูลหนี้รวมประมาณ 3.1 แสนล้านบาท

ข้อมูลที่เผยแพร่โดยรัฐบาลเกี่ยวกับตำรวจ ณ 15 พฤศจิกายน 2564 ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกำลังพล 205,448 ราย และมีผู้มีหนี้สิน 164,291 ราย หรือประมาณ 80% ของกำลังพล รวมมูลหนี้กว่า 322,032 ล้านบาท

หนี้ส่วนใหญ่ในข้อมูลดังกล่าวมาจาก

ตัวเลขนี้สะท้อนบทบาทของสหกรณ์อย่างชัดเจน เพราะหนี้ไม่ได้อยู่กับธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว

รัฐบาลเคยรายงานด้วยว่าโครงการแก้ไขหนี้ตำรวจที่ดำเนินการในช่วงเวลานั้นสามารถแก้ปัญหาหนี้ให้ผู้เข้าร่วมได้ 2,778 ราย คิดเป็นเงินประมาณ 4.04 พันล้านบาท


5. ทหาร — มูลหนี้รวมประมาณ 1.3 แสนล้านบาท

ข้อมูลแยกประเภทที่ปรากฏในเอกสารเดียวกันระบุว่า กลุ่ม ทหารประมาณ 0.24 ล้านคน มีมูลหนี้รวมประมาณ 0.13 ล้านล้านบาท หรือ 1.3 แสนล้านบาท

เมื่อเทียบกับกลุ่มครู ตัวเลขรวมแตกต่างกันมาก แต่ต้องจำไว้ว่า “มูลหนี้รวม” ไม่ใช่ตัวชี้วัดฐานะทางการเงินของคนแต่ละอาชีพโดยตรง

รัฐบาลจัด ครู ตำรวจ ทหาร และบุคลากรภาครัฐที่มีรายได้ประจำแต่มีภาระหนี้สูง ไว้ในกลุ่มที่ต้องมีมาตรการช่วยเหลือด้านหนี้โดยเฉพาะ


ตารางเดียวเห็นภาพทั้งกลุ่ม

กลุ่มบุคลากรจำนวนคนโดยประมาณมูลหนี้รวมโดยประมาณ
ครู 0.89 ล้านคน 1.40 ล้านล้านบาท
สาธารณสุข 0.34 ล้านคน 0.37 ล้านล้านบาท
ส่วนท้องถิ่น 0.62 ล้านคน 0.33 ล้านล้านบาท
ตำรวจ 0.24 ล้านคน 0.31 ล้านล้านบาท*
ทหาร 0.24 ล้านคน 0.13 ล้านล้านบาท
รัฐวิสาหกิจ 0.29 ล้านคน 0.28 ล้านล้านบาท
สถาบันอุดมศึกษา 0.16 ล้านคน 0.16 ล้านล้านบาท

* ตัวเลขตำรวจในตารางเป็นข้อมูลจากคนละปีและแหล่งข้อมูลกับตารางประเภทอื่น จึง ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบแบบเป็นอันดับเดียวกันโดยตรง

ข้อมูลครู สาธารณสุข ท้องถิ่น ทหาร รัฐวิสาหกิจ และสถาบันอุดมศึกษามาจากตารางที่ปรากฏในเอกสารศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อมูลตำรวจที่ใช้เป็นกรณีศึกษามาจากรัฐบาล ณ ปี 2564


แล้วทำไม “งานมั่นคง” ถึงมีหนี้เยอะ

คำตอบไม่ได้อยู่ที่เงินเดือนอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อ

คนที่มีรายได้ประจำมีจุดแข็งในมุมของเจ้าหนี้ เพราะมีรายรับที่คาดการณ์ได้ และบางระบบสามารถหักชำระหนี้จากเงินเดือนโดยตรง

ขณะเดียวกัน สหกรณ์ออมทรัพย์ก็เป็นแหล่งสินเชื่อสำคัญของบุคลากรภาครัฐ

ข้อมูลรัฐบาลปี 2567 ระบุว่ามีสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้บุคลากรภาครัฐ 1,378 แห่ง และมีลูกหนี้รวม 2.8 ล้านคน

จึงเกิดภาพที่ดูเหมือนขัดแย้งกัน

รายได้มั่นคง → เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น → สามารถกู้เงินก้อนใหญ่และระยะยาว → หากมีหลายสัญญา หนี้รวมก็อาจสูงมาก


หนี้เยอะ ไม่ได้แปลว่า “จน” และก็ไม่ได้แปลว่า “รวย”

นี่คือจุดที่บทความประเภทนี้มักตีความผิด

การมีหนี้ 1 ล้านบาท ไม่ได้บอกว่าคนนั้นมีฐานะดีกว่าคนที่ไม่มีหนี้ เพราะต้องดูด้วยว่ามีทรัพย์สินอะไรอยู่เบื้องหลังหนี้ก้อนนั้น

ตัวอย่างเช่น

หนี้บ้าน 2 ล้านบาท กับ
หนี้บัตรเครดิต 2 ล้านบาท

ยอดหนี้เท่ากัน แต่โครงสร้างทางการเงินแตกต่างกันมาก

ข้อมูลการสำรวจภาวะการครองชีพข้าราชการพลเรือนในปี 2555 พบว่า หนี้เพื่อ ที่อยู่อาศัยคิดเป็น 54.7% ของวัตถุประสงค์การก่อหนี้ ขณะที่หนี้เพื่อยานพาหนะอยู่ที่ 16.5% และเพื่อการอุปโภคบริโภค 15.4%

ดังนั้นหนี้จำนวนหนึ่งอาจเป็นหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สินระยะยาว ไม่ใช่หนี้บริโภคทั้งหมด


ข้อมูลเก่าก็ยังมีบทเรียนสำคัญ

สำนักงานสถิติแห่งชาติเคยสำรวจภาวะการครองชีพของข้าราชการพลเรือนสามัญ และพบว่าในปี 2555 ครอบครัวข้าราชการที่มีหนี้มีสัดส่วน 83.2% และมีหนี้เฉลี่ย 1,111,425 บาทต่อครอบครัวที่มีหนี้

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมื่อแยกตามประเภทตำแหน่ง

นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า จำนวนคนที่เป็นหนี้มากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มที่มีมูลหนี้ต่อครัวเรือนสูงที่สุด


รัฐจึงกำหนดเรื่อง “เงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า 30%”

หนึ่งในมาตรการแก้ปัญหาหนี้บุคลากรภาครัฐคือการกำหนดแนวทางให้หลังหักชำระหนี้แล้ว เงินเดือนคงเหลือสุทธิเพื่อการดำรงชีพไม่น้อยกว่า 30%

รัฐบาลประกาศแนวทางดังกล่าวในปี 2567 และให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐนำไปปรับใช้กับหลักเกณฑ์การหักเงินเดือน

เหตุผลไม่ได้ซับซ้อน

เพราะคนที่มีรายได้ประจำอาจมีความสามารถในการกู้สูง แต่ถ้าค่างวดรวมสูงเกินไป เงินเดือนที่เหลือสำหรับค่าอาหาร ค่าเดินทาง การศึกษา และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็อาจไม่เพียงพอ

รัฐบาลจึงมองปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “มีหนี้เท่าไหร่” แต่รวมถึง หลังหักหนี้แล้วเหลือเงินใช้จริงเท่าไหร่


สรุปตัวเลขที่น่าสนใจ

อันดับ 1 ในข้อมูลแยกประเภท: ครู
มีจำนวนประมาณ 0.89 ล้านคน และมูลหนี้รวมประมาณ 1.40 ล้านล้านบาท

ตำรวจ: ข้อมูลรัฐบาล ณ ปี 2564 ระบุผู้มีหนี้ประมาณ 164,291 คน หรือ 80% ของกำลังพล และหนี้รวมกว่า 322,032 ล้านบาท

บุคลากรภาครัฐ: ข้อมูลปี 2567 ระบุลูกหนี้สหกรณ์ประมาณ 2.8 ล้านคน และมูลหนี้รวมประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท

เงินเดือนหลังหักหนี้: แนวทางรัฐบาลกำหนดให้เหลือสุทธิอย่างน้อย 30% เพื่อการดำรงชีพ

ตัวเลขทั้งหมดนี้บอกได้ว่า หนี้บุคลากรภาครัฐเป็นปัญหาขนาดใหญ่ แต่ยังไม่สามารถใช้ยืนยันว่าอาชีพใด “รวยที่สุด” หรือ “รวยมาก” ได้ เพราะการวัดความมั่งคั่งต้องดูทั้งรายได้ ทรัพย์สิน หนี้สิน และสินทรัพย์สุทธิ

ดังนั้น ถ้าจะสรุปแบบตรงไปตรงมา คำตอบไม่ใช่ “อาชีพไหนหนี้เยอะแล้วรวย” แต่คือ

งานที่มีรายได้ประจำและระบบสินเชื่อรองรับ สามารถมีหนี้ก้อนใหญ่ได้เช่นกัน และกรณีของบุคลากรภาครัฐสะท้อนให้เห็นชัดว่า “ความมั่นคงของรายได้” กับ “ระดับหนี้” เป็นคนละเรื่องกัน

กรมประชาสัมพันธ์ / รัฐบาล: ข้อมูลบุคลากรภาครัฐ 3.1 ล้านคน, ลูกหนี้สหกรณ์ 2.8 ล้านคน, หนี้รวม 3.3 ล้านล้านบาท และแนวทางเงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า 30%
สำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านกรมประชาสัมพันธ์: ข้อมูลตำรวจปี 2564 จำนวนกำลังพล 205,448 ราย, มีหนี้ 164,291 ราย หรือประมาณ 80% และหนี้รวมกว่า 322,032 ล้านบาท
สำนักงานสถิติแห่งชาติ: ผลสำรวจภาวะการครองชีพข้าราชการพลเรือนสามัญ เช่น สัดส่วนผู้มีหนี้และหนี้เฉลี่ยตามประเภทตำแหน่ง
เอกสารศาลรัฐธรรมนูญ: ตารางข้อมูลมูลหนี้แยกกลุ่ม ครู ตำรวจ ทหาร สาธารณสุข รัฐวิสาหกิจ อุดมศึกษา และส่วนท้องถิ่น
ธนาคารแห่งประเทศไทย: ข้อมูลล่าสุด Q1/2569 ระบุสินเชื่อคงค้างของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งระบบประมาณ 2.556 ล้านล้านบาท แต่เป็นคนละขอบเขตกับยอดหนี้บุคลากรภาครัฐ จึงไม่ใช้เพื่อคำนวณยอดหนี้ข้าราชการโดยตรง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 120 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: อเมริกาโน่ดำ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
การจับมือทักทายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ? เบื้องหลังธรรมเนียมที่กลายเป็นสากล4 นิสัยชาร์จแบตมือถือผิดๆ ที่ทำแบตพังโดยไม่รู้ตัวรวมเลขเด็ด 4 สำนัก งวด 16 ตุลาคม 2569 เทียบเลขเด่นบนล่าง จับตาเลข 93 และ 96ประเทศที่ยังไม่มี 7-Eleven มีที่ไหนบ้าง?จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเลข บอล.ชุปเปอร์บอล งวด 16 ต.ค 69เลขหางประทัด บวงสรวงละครโครตจะรัก ช่อง 3 ประจำวันที่ 16 ต.ค. 2569ชาวญี่ปุ่นร้อยละ 80 คัดค้านการส่งกองกำลัง ไปยังช่องแคบไต้หวันเลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ตุลาคม 2569ทะเบียนสวยกับชีวิต เมื่อเลขประจำรถสะท้อนความหมายและตัวตน10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569..รวมเลขเด็ด เลขดังที่นี่!วิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องแรกที่วางขาย เกิดเมื่อไร ใครเป็นผู้สร้าง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดลึกยิ่งกว่าตึก 15 ชั้น! ดำสูบความตื่นเต้นใน "สระว่ายน้ำที่ลึกที่สุดในโลก" ข้างล่างมีเมืองร้างซ่อนอยู่!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
การไม่ย่อท้อ คือกุญแจสู่ความสำเร็จตามที่หวังสกุลเงินทั้งหมดในโลกการจับมือทักทายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ? เบื้องหลังธรรมเนียมที่กลายเป็นสากลวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องแรกที่วางขาย เกิดเมื่อไร ใครเป็นผู้สร้าง
ตั้งกระทู้ใหม่