หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นักดมกลิ่นตดอาชีพสุดแปลกที่เคยถูกเล่าขานในจีน?

เขียนโดย nattawat25800

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

มีอาชีพหนึ่งที่ฟังดูเหมือนเรื่องตลก แต่เคยถูกนำเสนอว่าเกี่ยวข้องกับคลินิกแพทย์แผนจีนบางแห่ง นั่นคือผู้เชี่ยวชาญที่ใช้จมูกดมกลิ่นก๊าซจากลำไส้ของคนไข้ แล้วพยายามแยกแยะว่ากลิ่นออกไปทางคาว เปรี้ยว เหม็นเน่า หรือคล้ายกลิ่นไหม้

แนวคิดเบื้องหลังมาจากความเชื่อของแพทย์แผนจีนบางสายที่มองว่า กลิ่น เสียง สีหน้า ลิ้น ชีพจร และอาการที่ผู้ป่วยเล่า ล้วนเป็นข้อมูลประกอบการประเมินสมดุลภายในร่างกาย กลิ่นจากการผายลมจึงถูกมองว่าอาจสะท้อนอาหาร การย่อย และสภาพของระบบทางเดินอาหารได้

ผู้ที่ถูกเรียกว่า Professional Fart Smeller ไม่ได้ทำหน้าที่ดมเพื่อความสนุก แต่ต้องอาศัยประสาทสัมผัสที่ไวและประสบการณ์ในการจดจำกลิ่นแต่ละแบบ เรื่องเล่าบางแห่งอ้างว่ากลิ่นคาวจัดอาจเชื่อมโยงกับความผิดปกติในลำไส้ กลิ่นเปรี้ยวอาจเกี่ยวกับการหมักของอาหาร ส่วนกลิ่นฉุนคล้ายกำมะถันอาจเกิดจากอาหารที่มีสารประกอบกำมะถันสูง

แต่เรื่องนี้ควรแยกให้ออกระหว่างภูมิปัญญาการสังเกตอาการกับหลักฐานทางการแพทย์สมัยใหม่ กลิ่นของก๊าซในลำไส้เกิดจากส่วนผสมหลายชนิด เช่น ไฮโดรเจน มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ และสารกำมะถันปริมาณเล็กน้อย อาหาร แบคทีเรียในลำไส้ อาการท้องผูก รวมถึงการแพ้นมหรือย่อยน้ำตาลบางชนิด ล้วนเปลี่ยนกลิ่นได้

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือพอที่จะยืนยันว่า การดมกลิ่นตดเพียงอย่างเดียวสามารถวินิจฉัยโรคตับ มะเร็งลำไส้ หรือโรคร้ายอื่นได้อย่างแม่นยำ ตัวเลขค่าตัวปีละหลักล้านจึงควรมองเป็นคำกล่าวอ้างจากเรื่องเล่าหรือข่าวงานประหลาด มากกว่าจะถือเป็นมาตรฐานอาชีพในระบบสาธารณสุข

ในชีวิตประจำวัน กลิ่นแรงเป็นครั้งคราวมักเกิดจากอาหาร เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ หัวหอม กระเทียม หรืออาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส หากมีกลิ่นผิดปกติต่อเนื่องร่วมกับปวดท้อง น้ำหนักลด อุจจาระดำ ถ่ายเป็นเลือด ไข้ ตัวเหลือง หรืออาเจียน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยตรง ไม่ควรใช้การดมกลิ่นแทนการตรวจเลือด การส่องกล้อง หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

อาชีพนักดมกลิ่นตดจึงเป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนความหลากหลายของวิธีสังเกตร่างกายในแพทย์แผนโบราณ และเป็นหนึ่งในงานประหลาดที่ทำให้คนฟังต้องขมวดคิ้ว แต่ถ้าถามว่าดมแล้วรู้โรคได้แน่นอนหรือไม่ คำตอบที่ปลอดภัยคือยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ และไม่ควรนำไปใช้วินิจฉัยตัวเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 73 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง2 สำนักดัง เทใจให้เลขเดียวกัน “ทิดจันทร์” ชน “ประกันวิ่งบน” งวด 16 ต.ค. 69เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกันเลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?ร้านอาหารไทยในตำนาน ที่เคยเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกประเทศที่นิยมกินไก่ของไทยมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของโลกเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569ถนนที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยถนนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เข้าห้องมืดแล้วช่วงแรกแทบมองไม่เห็น แต่ทำไมผ่านไปสักพักกลับเห็นของมากขึ้น?ช้อนสแตนเลสกับช้อนไม้จุ่มน้ำร้อนพร้อมกัน ทำไมอันหนึ่งร้อนจนจับแทบไม่ได้ แต่อีกอันยังพอจับไหว?ทำไมปุ่ม Save ยังเป็นรูปแผ่นสี่เหลี่ยมชักโครกหมุนตามซีกโลกจริงหรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่