หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ร่องรอยกำแพงเมืองเก่ากรุงเทพฯ ที่ยังเหลือให้เห็นในปัจจุบัน

เขียนโดย thoughtloop

ถ้าเดินอยู่บนถนนในกรุงเทพฯ ทุกวันนี้ คงยากที่จะนึกภาพว่าเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์เคยมีกำแพงเมืองล้อมรอบ มีป้อมปราการตั้งเรียงราย และมีประตูเมืองสำหรับควบคุมการเข้าออก

เมืองที่วันนี้เต็มไปด้วยรถยนต์ ตึก ร้านค้า และผู้คน เคยเป็นพระนครที่มี คลอง กำแพง ป้อม และประตูเมือง เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

แต่กำแพงเหล่านั้นไม่ได้หายไปทั้งหมด

บางส่วนยังยืนอยู่เงียบ ๆ ริมถนน บางส่วนเหลือเพียงแนวกำแพงสั้น ๆ และบางส่วนเหลือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีใต้เมืองที่เติบโตขึ้นไปอีกหลายชั้น

ถ้าอยากตามหาร่องรอยพระนครเก่า จุดเริ่มต้นที่ดีคือ กำแพงเมืองและป้อมปราการในสมัยรัชกาลที่ 1

กำแพงเมืองเกิดขึ้นพร้อมกับการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใน พ.ศ. 2325 มีการวางระบบป้องกันพระนครใหม่

ใน พ.ศ. 2326 มีการขุดคลองรอบกรุงและสร้างกำแพงเมืองพร้อมป้อมปราการ เพื่อกำหนดขอบเขตและป้องกันพระนคร โดยมีป้อมทั้งหมด 14 ป้อม เรียงไปตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองรอบกรุง 

ลองจินตนาการกรุงเทพฯ ในเวลานั้นดู

ด้านหนึ่งคือแม่น้ำเจ้าพระยา อีกด้านหนึ่งคือคลองที่ทำหน้าที่เป็นคูเมือง และระหว่างนั้นมีกำแพงก่ออิฐทอดยาวล้อมพื้นที่พระนคร

เมืองหลวงในเวลานั้นจึงไม่ได้เปิดโล่งเหมือนกรุงเทพฯ วันนี้ แต่มีขอบเขตของเมืองที่มองเห็นได้จริง

ป้อมพระสุเมรุ ร่องรอยสำคัญริมเจ้าพระยา

หนึ่งในป้อมที่ยังเหลืออยู่คือ ป้อมพระสุเมรุ บริเวณบางลำพู ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา

ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 พร้อมกับการสร้างกำแพงพระนคร เป็นหนึ่งใน 14 ป้อมที่สร้างขึ้นในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ 

ตัวป้อมเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีลักษณะเป็นป้อมหลายชั้นและมีเชิงเทินสำหรับการป้องกันเมือง

สิ่งที่น่าสนใจคือ ป้อมพระสุเมรุไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว

มันเคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันเมือง โดยเชื่อมโยงกับแนวกำแพงและคลองรอบกรุง

ปัจจุบันเมื่อเดินผ่านบริเวณสวนสันติชัยปราการ เราจึงไม่ได้กำลังมองเพียงป้อมเก่าแห่งหนึ่ง แต่กำลังมองส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมืองที่เคยทำหน้าที่กำหนดขอบเขตของพระนคร

ป้อมพระสุเมรุได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และผ่านการบูรณะหลายครั้ง โดยการบูรณะครั้งสำคัญใน พ.ศ. 2525 อาศัยข้อมูลจากภาพถ่ายเก่าและหลักฐานทางโบราณคดีประกอบการบูรณะ 

ถนนพระสุเมรุยังซ่อนแนวกำแพงเก่าไว้

เรื่องที่น่าสนใจคือชื่อ ถนนพระสุเมรุ เองก็เกี่ยวข้องกับป้อมแห่งนี้

บริเวณถนนพระสุเมรุยังมีแนวกำแพงเมืองพระนครหลงเหลืออยู่ และเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างป้อม กำแพง และถนนในปัจจุบันได้ 

ถ้าเราเดินผ่านถนนเส้นนี้โดยไม่รู้ประวัติศาสตร์ ก็อาจเห็นเพียงอาคารและการจราจรตามปกติ

แต่ถ้ามองด้วยแผนที่ของพระนครในอดีต ถนนที่ดูธรรมดากลับกลายเป็นเส้นทางที่พาเราเดินตามขอบเขตเมืองเก่าได้

ป้อมมหากาฬ อีกจุดที่เห็นกำแพงได้ชัด

อีกแห่งหนึ่งที่สำคัญคือ ป้อมมหากาฬ บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ

ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นพร้อมระบบป้องกันพระนครในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และตั้งอยู่ริมคลองรอบกรุงหรือคลองโอ่งอ่าง 

ความพิเศษของป้อมมหากาฬคือ ยังมีแนวกำแพงเมืองต่อเนื่องออกไปให้เห็น

ข้อมูลจากฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีระบุว่า แนวกำแพงจากป้อมมหากาฬไปตามถนนมหาไชยมีความยาวเดิมประมาณ 180 เมตร แม้ในปัจจุบันแนวกำแพงจะถูกตัดขาดเป็นช่วง ๆ และได้รับการบูรณะเพื่อรักษารูปแบบเดิมไว้ 

นี่จึงเป็นอีกจุดที่ทำให้เรามองเห็นภาพของ “กำแพงเมือง” ได้ง่ายกว่าการดูป้อมเพียงอย่างเดียว

เพราะเมื่อเห็นป้อมต่อกับกำแพง ก็เริ่มเข้าใจว่าทั้งสองสิ่งไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาแยกกัน

ป้อมคือจุดป้องกัน

กำแพงคือแนวล้อมเมือง

คลองคือแนวคูเมือง

ทุกอย่างทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว

แล้วกำแพงที่เหลืออยู่มีมากแค่ไหน?

ตรงนี้เป็นเรื่องที่หลายคนอาจเข้าใจผิด

กรุงเทพฯ ไม่ได้มีกำแพงเมืองเก่าหลงเหลือเป็นแนวยาวรอบพระนครเหมือนเมืองโบราณบางแห่ง

ปัจจุบันร่องรอยกำแพงที่เห็นได้ชัดมีอยู่เพียงบางช่วง โดยมีแนวที่ต่อเนื่องกับป้อมมหากาฬ และอีกส่วนหนึ่งบริเวณถนนพระสุเมรุใกล้วัดบวรนิเวศวิหาร 

ส่วนป้อมที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เหลืออยู่ 2 แห่ง คือ ป้อมพระสุเมรุและป้อมมหากาฬ 

เมื่อเทียบกับ 14 ป้อมที่เคยมี จึงเห็นได้ว่ากรุงเทพฯ สูญเสียโครงสร้างป้องกันเมืองเดิมไปเป็นจำนวนมาก

กำแพงหายไปเพราะเมืองต้องเปลี่ยน

เมื่อเวลาผ่านไป กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเมืองป้อมปราการอีกต่อไป

เมืองขยายตัว ประชากรเพิ่มขึ้น ถนนใหม่เกิดขึ้น การเดินทางเปลี่ยนจากเรือมาเป็นรถมากขึ้น และพื้นที่ภายในพระนครก็ต้องปรับให้เหมาะกับเมืองสมัยใหม่

โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการปรับปรุงระบบคมนาคมและขยายถนน ทำให้กำแพงและป้อมบางส่วนกลายเป็นสิ่งกีดขวางต่อการพัฒนา จึงมีการรื้อถอนบางส่วนออก 

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ ในวันนี้ไม่เหลือกำแพงเมืองรอบพระนคร

กำแพงที่เคยทำหน้าที่ป้องกันเมือง จึงค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยถนน อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานแบบใหม่

ประตูเมืองก็หายไปพร้อมกับกำแพง

เมื่อพูดถึงกำแพงเมือง สิ่งที่มักมาคู่กันก็คือ ประตูเมือง

ในอดีตประตูเหล่านี้เป็นทางเข้าออกพระนคร บางประตูมีหน้าที่เฉพาะ เช่น ประตูสำหรับนำศพออกจากเมืองไปฌาปนกิจ

หลายประตูถูกปรับเปลี่ยนหรือรื้อออกเมื่อเมืองขยายตัว

ตัวอย่างที่คนกรุงเทพฯ ยังรู้จักชื่อคือ ประตูสามยอด แต่ตัวประตูเมืองเดิมไม่ได้เหลืออยู่ในสภาพเดิม เพราะถูกรื้อในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อขยายถนนเจริญกรุง 

ชื่อสถานที่จึงกลายเป็นเหมือนรอยเท้าของสิ่งที่หายไป

แม้ประตูจะไม่อยู่แล้ว แต่ชื่อยังคงบอกว่า บริเวณนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของแนวเมืองเก่า

บางส่วนของกำแพงยังอยู่ใต้เมือง

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ หลักฐานของเมืองเก่าไม่ได้อยู่เฉพาะสิ่งที่มองเห็นบนพื้นดิน

การขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังพบหลักฐานเกี่ยวกับแนวกำแพงและป้อมเมืองในบางพื้นที่ เช่น การขุดค้นบริเวณศิริราชพบโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ ป้อมหัวลูกศรและกำแพงเมืองธนบุรี ซึ่งเป็นหลักฐานของระบบป้องกันเมืองอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา

เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า เมืองเก่าที่เราเดินอยู่ทุกวันนี้มีประวัติศาสตร์ซ้อนอยู่หลายชั้น

สิ่งที่หายไปจากสายตาไม่ได้หมายความว่าหายไปจากหลักฐานทั้งหมด

บางครั้งมันยังอยู่ใต้ถนน ใต้พื้นอาคาร หรืออยู่ในเอกสารและแผนที่เก่า

จากกำแพงป้องกันเมืองสู่โบราณสถาน

กำแพงเมืองกรุงเทพฯ จึงมีเรื่องราวที่น่าสนใจตรงที่มันไม่ได้หายไปเพราะถูกลืมเพียงอย่างเดียว

บางส่วนถูกเมืองกลืนไป

บางส่วนถูกรื้อเพื่อสร้างถนน

บางส่วนทรุดโทรมไปตามกาลเวลา

และบางส่วนได้รับการอนุรักษ์ไว้ เพราะคนรุ่นหลังมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เหลืออยู่

วันนี้เราอาจเดินผ่านป้อมมหากาฬแล้วเห็นเพียงกำแพงอิฐเก่า ๆ หรือเดินเล่นแถวบางลำพูแล้วเห็นป้อมพระสุเมรุตั้งอยู่ริมสวน

แต่ถ้ารู้เรื่องราวเบื้องหลัง ภาพเหล่านั้นจะเปลี่ยนไป

เพราะสิ่งที่เห็นไม่ใช่เพียงโบราณสถานสองแห่ง

มันคือ เศษเสี้ยวของกรุงเทพฯ ในวันที่เมืองยังมีขอบเขตชัดเจน มีประตูสำหรับเข้าออก มีป้อมเฝ้าระวัง และมีกำแพงทำหน้าที่ปกป้องพระนคร

กำแพงเมืองเก่าจึงไม่ได้หายไปทั้งหมด

เพียงแต่วันนี้มันไม่ได้ล้อมกรุงเทพฯ อีกแล้ว

มันกลายเป็น ร่องรอยเล็ก ๆ ที่ทำให้คนในเมืองสมัยใหม่ยังสามารถมองย้อนกลับไปเห็นว่า กรุงเทพฯ เคยหน้าตาเป็นอย่างไรในวันที่เมืองเพิ่งเริ่มต้น 

กรมศิลปากร, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, กรุงเทพมหานคร, ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีไทย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขที่ไม่เคยออก 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี มีตัวไหนบ้างไข่มดแดงกับวิถีอาหารตามฤดูกาลของคนอีสานนอนห้องคนตายแลกเงินสดมีอาชีพแบบนี้จริงหรือ"ฮาวี แมนเดล" ยกให้ "เนเน่ รอยัล" เป็นร็อกสตาร์ระดับโลก ขณะที่ America's Got Talent ซีซัน 21 เดินเข้าสู่รอบไลฟ์โชว์9 จักรยานมือสอง ที่บางรุ่นราคาปัจจุบันแพงกว่าตอนออกใหม่7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่งอาหาร ภาษา วัฒนธรรมและประเพณี เมื่อแต่งงานกับคนต่างชาติถ้ำแม่อุสุ ธรรมชาติใต้ภูเขาที่ซ่อนอยู่ในจังหวัดตากอาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกหมอที่รักษาตุ๊กตาเก่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งรวมเทรนด์เลขยอดนิยม หน้าปกนิตยสาร 1 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
คนตรวจลูกเต๋าคาสิโนต้องเช็กอะไรบ้างก่อนส่งลงโต๊ะพนันนักดมกลิ่นกระดาษทิชชูต้องใช้จมูกตรวจอะไรบ้างก่อนวางขายจริงอุโมงค์ขุนตาน ทำไมจึงเป็นหนึ่งในงานวิศวกรรมสำคัญของรถไฟไทยครูฝึกสอนน้องหมาโต้คลื่นหาเงินได้จริง
ตั้งกระทู้ใหม่