หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บองหลา งูจงอางของคนใต้

เขียนโดย thoughtloop

ถ้าได้ยินคำว่า “บองหลา” ในภาคใต้ หลายคนคงนึกถึงงูจงอางตัวใหญ่ที่ชูคอ แผ่แม่เบี้ย และมีชื่อเสียงเรื่องความน่าเกรงขาม แต่เรื่องของงูบองหลามีรายละเอียดมากกว่านั้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ทบทวนการจำแนกงูจงอางครั้งใหญ่ และพบว่างูที่เคยถูกมองว่าเป็นงูจงอางชนิดเดียวกันทั่วเอเชีย แท้จริงแล้วมีความแตกต่างกันมากกว่าที่เคยคิด

ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย คือ งูจงอางทางภาคใต้ถูกแยกออกจากงูจงอางทางภาคเหนือและภาคกลาง ในการจำแนกทางวิทยาศาสตร์แบบใหม่ โดยประชากรงูทางใต้ของคอคอดกระ ถูกจัดอยู่ในชื่อ Ophiophagus bungarus ขณะที่งูจงอางทางภาคเหนือและภาคกลางยังใช้ชื่อ Ophiophagus hannah การศึกษานี้ตีพิมพ์ในปี 2024 และใช้ทั้งลักษณะทางกายภาพ จำนวนเกล็ด สัณฐานวิทยา และข้อมูลพันธุกรรมประกอบกัน

ดังนั้น “บองหลา” ที่คนใต้รู้จัก จึงไม่ใช่แค่เรื่องของชื่อเรียก แต่มีความแตกต่างทางชีววิทยาที่น่าสนใจอยู่เบื้องหลังด้วย

บองหลาเป็นงูขนาดใหญ่ ลำตัวแข็งแรง

บองหลาอยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้าเดียวกันกับงูเห่าและงูสามเหลี่ยม ลำตัวค่อนข้างใหญ่และแข็งแรง หัวแยกจากคอชัดเจน ดวงตาค่อนข้างใหญ่ และมีเกล็ดบริเวณศีรษะที่เป็นลักษณะเฉพาะของกลุ่มงูจงอาง

เมื่อถูกคุกคาม มันสามารถยกลำตัวส่วนหน้าให้สูงขึ้นและแผ่ผิวหนังบริเวณคอออกเป็นแม่เบี้ยได้ พฤติกรรมนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนจดจำงูจงอางได้ง่าย แต่แม่เบี้ยของมันมีรูปทรงและสัดส่วนแตกต่างจากงูเห่าหลายชนิด

ส่วนลำตัวของบองหลาตัวเต็มวัยมีสีออกไปทาง น้ำตาล เหลืองน้ำตาล ไปจนถึงน้ำตาลแดงหรือสีมะฮอกกานี และมักไม่มีแถบสีเด่นชัดตลอดลำตัวเหมือนงูจงอางบางกลุ่มทางภาคเหนือ โดยข้อมูลการจำแนกชนิดใหม่ระบุว่า ตัวเต็มวัยของ Ophiophagus bungarus ส่วนใหญ่มักไม่มีแถบ หรือมีเพียงแถบสีอ่อนที่แคบและไม่เด่นมากนัก

แต่ถ้าเป็นลูกงู ภาพจะเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ เพราะลูกบองหลามีแถบสีอ่อนจำนวนมากและเห็นชัดกว่าตัวเต็มวัยมาก

ความแตกต่างระหว่างบองหลากับงูจงอางทางภาคเหนือและภาคกลาง

เดิมทีงูจงอางในเอเชียถูกจัดอยู่ในชนิดเดียวกันเป็นหลัก แต่การศึกษาครั้งใหม่พบว่ากลุ่มงูจงอางที่กระจายอยู่ในเอเชียมีสายวิวัฒนาการแยกจากกัน และได้รับการยอมรับเป็น 4 ชนิด ได้แก่ งูจงอางทางเหนือ Ophiophagus hannah งูจงอางซุนดา Ophiophagus bungarus และอีกสองชนิดที่พบในอินเดียตะวันตกกับเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์

สำหรับไทย จุดแบ่งที่สำคัญอยู่บริเวณ คอคอดกระ

ประชากรทางเหนือของคอคอดกระลงมาถึงภาคกลางอยู่ในกลุ่ม Ophiophagus hannah ส่วนประชากรทางใต้ของคอคอดกระถูกจัดอยู่ใน Ophiophagus bungarus ซึ่งมีถิ่นกระจายต่อเนื่องลงไปตามคาบสมุทรมลายูและหมู่เกาะซุนดา

ความแตกต่างที่สังเกตได้อย่างหนึ่งคือลวดลายของลำตัว ตัวเต็มวัย Ophiophagus bungarus มักมีลำตัวสีพื้นค่อนข้างชัดและแถบสีอ่อนค่อนข้างจาง ขณะที่ Ophiophagus hannah มีลักษณะแถบสีอ่อนที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ลูกของ Ophiophagus bungarus ยังมีจำนวนแถบตามลำตัวมากกว่าอีกกลุ่มอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การแยกชนิดงูจากสีหรือลวดลายด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียวทำได้ยาก จึงไม่ควรใช้ลักษณะภายนอกอย่างเดียวเพื่อยืนยันชนิดของงูที่พบในธรรมชาติ

ถิ่นอาศัยของบองหลาอยู่ในภาคใต้

บองหลามีการกระจายอยู่ในพื้นที่ทางใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่บริเวณคาบสมุทรลงไป และต่อเนื่องไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และบางพื้นที่ของฟิลิปปินส์

ในประเทศไทยมีรายงานพื้นที่พบหลายจังหวัด เช่น กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส รวมถึงพื้นที่ป่าอนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง

สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับงูจงอางโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ที่มีป่าและแหล่งอาหารเพียงพอ รวมถึงป่าดิบและพื้นที่ธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับพื้นที่เกษตรบางประเภท

จึงไม่ใช่งูที่ต้องอยู่ในป่าลึกเท่านั้น หากบริเวณใดมีแหล่งอาหารและสภาพแวดล้อมเหมาะสม ก็มีโอกาสพบได้

แหล่งอาหารหลักคือ “งู”

ชื่อสกุล Ophiophagus มีความหมายเกี่ยวข้องกับการกินงู และนี่สะท้อนพฤติกรรมของมันได้ตรงตัว เพราะอาหารหลักของงูจงอาง คือ งูชนิดอื่น

มันสามารถล่างูไม่มีพิษ รวมถึงงูพิษชนิดอื่นได้ และมีรายงานการกินงูจงอางด้วยกันเองในบางสถานการณ์ นอกจากงูแล้ว ยังมีหลักฐานว่าจงอางสามารถกินสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่น เช่น ตะกวดได้ด้วย

ดังนั้น บองหลาจึงไม่ได้เป็นเพียงงูตัวใหญ่ที่มีพิษร้ายแรง แต่ยังเป็น ผู้ล่าที่อยู่ค่อนข้างสูงในห่วงโซ่อาหาร และช่วยควบคุมประชากรงูและสัตว์เลื้อยคลานบางชนิดในธรรมชาติ

พฤติกรรมการล่าของบองหลา

บองหลาใช้ลิ้นรับข้อมูลทางเคมีจากสภาพแวดล้อม แล้วส่งข้อมูลไปยังอวัยวะรับกลิ่นพิเศษภายในปาก ช่วยให้มันตรวจจับร่องรอยของเหยื่อและติดตามทิศทางได้

เมื่อพบเหยื่อ มันสามารถเคลื่อนที่เข้าหาอย่างรวดเร็วและใช้พิษจัดการกับเหยื่อ ก่อนกลืนลงไป

ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่และการกินงูเป็นอาหาร บองหลาจึงมีบทบาทแตกต่างจากงูหลายชนิดที่พบในพื้นที่เดียวกัน

บองหลาสร้างรังวางไข่

อีกเรื่องที่ทำให้งูจงอางโดดเด่นคือ การสร้างรังสำหรับวางไข่

ตัวเมียสามารถรวบรวมใบไม้และเศษวัสดุบนพื้นป่ามากองเป็นรัง แล้ววางไข่ไว้ภายใน ที่น่าสนใจคือมีการปกป้องรังและไข่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบได้ไม่บ่อยในงูเมื่อเทียบกับสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่น ๆ

นี่ทำให้ช่วงที่มีการวางไข้เป็นช่วงที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะการเข้าใกล้รังอาจทำให้งูรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม

พิษของบองหลามีผลต่อระบบประสาท

บองหลาเป็นงูพิษที่มีความสำคัญทางการแพทย์ พิษมีองค์ประกอบที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท และการถูกกัดสามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงชีวิตได้

แต่การมีพิษไม่ได้หมายความว่ามันจะออกตามหาคนเพื่อกัด

โดยธรรมชาติ งูมักพยายามรักษาระยะห่างจากสิ่งที่มันมองว่าเป็นภัย หากถูกต้อน ไล่ จับ หรือเข้าใกล้มากเกินไป ความเสี่ยงที่จะเกิดการป้องกันตัวก็เพิ่มขึ้น

เพราะฉะนั้น ถ้าเจอบองหลาในธรรมชาติ อย่าเข้าใกล้ อย่าพยายามจับ และอย่าพยายามไล่เอง

“บองหลา” จึงมากกว่าชื่อพื้นบ้านของงูจงอาง

สำหรับคนใต้ บองหลา คือ งูจงอางที่รู้จักกันมานาน

แต่ในมุมของวิทยาศาสตร์ การศึกษาใหม่ทำให้เห็นว่ากลุ่มงูจงอางไม่ได้มีเพียงชนิดเดียวอย่างที่เคยเข้าใจกัน และงูจงอางทางภาคใต้ของไทยมีลักษณะและสายวิวัฒนาการที่แตกต่างจากกลุ่มทางภาคเหนือและภาคกลาง จนได้รับการจัดเป็น Ophiophagus bungarus ในการทบทวนอนุกรมวิธานปี 2024

ดังนั้น ครั้งหน้าถ้าได้ยินคำว่า “บองหลา” อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพียงชื่ออีกชื่อของงูจงอางธรรมดา

เพราะเบื้องหลังชื่อสั้น ๆ จากภาษาถิ่นใต้ มีทั้งเรื่อง วิวัฒนาการ รูปร่าง ถิ่นอาศัย อาหาร พฤติกรรมการสร้างรัง และความแตกต่างของงูจงอางแต่ละกลุ่ม ซ่อนอยู่เต็มไปหมด

และนั่นทำให้บองหลาเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าของภาคใต้ที่น่าทำความรู้จักมากกว่าที่คิด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 19 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามเงินประชาชนไม่ใช่กระปุกออมสินของอดีต สส.-สว.ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกเปิดราคาล่าสุด "เหรียญ 10 บาท ปี 2533" ทุบสถิติ 2.54 ล้านบาท ตำนานเหรียญกษาปณ์ไทยแดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?เปรตในพระพุทธศาสนา คือใคร และทำไมจึงเกิดเป็นเปรตAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัว หวยออกวันอังคาร โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี..งวด 1 กันยายน 69 นี้ หวยออกเลขอะไร ?พับเก็บปฏิทินสากล! ไขลับ "ปฏิทินจีน" กระดาษแผ่นเดียวทำไมบอกได้ครบทั้งวันมงคล ฤกษ์ดี และวันรวย"ดุ่ย ภรัญฯ" งวด 1 กันยายน 2569 ส่องเลขวิน ชนสถิติ 20 ปีส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69แนวทางเลขสูตรลับ เสือตกถัง อาจารย์พล ขอนเเก่น 1/9/69ศาสตร์แห่งการสาปของญี่ปุ่นที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปรตในพระพุทธศาสนา คือใคร และทำไมจึงเกิดเป็นเปรตเปิดราคาล่าสุด "เหรียญ 10 บาท ปี 2533" ทุบสถิติ 2.54 ล้านบาท ตำนานเหรียญกษาปณ์ไทย“วง พิเสน” กล่าวหาไทยไม่เคารพ MOU 2543 อ้างนานาชาติเห็นว่าใครรุกรานไม่เข็ดหลาบ!ฝ่ายปกครองอำเภอท่าศาลา บุกจับ"กอเซ็ม บ้านแหลม" พ้นโทษไม่ถึงปีขายย้าบ้าอีกส่อง 7 ลุคแฟชั่น "ริว วชิรวิชญ์" พระเอกละคร "อุบัติรักเกาะสวรรค์" ทางช่อง 3เล่าก์ก่ายกลายเป็นเมืองแบบไหนกันแน่?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปรตในพระพุทธศาสนา คือใคร และทำไมจึงเกิดเป็นเปรตเปิดราคาล่าสุด "เหรียญ 10 บาท ปี 2533" ทุบสถิติ 2.54 ล้านบาท ตำนานเหรียญกษาปณ์ไทยระกำกับสละ ต่างกันอย่างไรร่องรอยฝรั่งเศสในจันทบุรีที่ยังเห็นได้จนถึงวันนี้
ตั้งกระทู้ใหม่