หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“การทาหน้าขาว” เสน่ห์ความงามของนางรำในโลกโบราณ สู่ภาพจำแห่งราชสำนักกรุงศรีอยุธยา

เขียนโดย dukedick

 

“การทาหน้าขาว” เสน่ห์ความงามของนางรำในโลกโบราณ สู่ภาพจำแห่งราชสำนักกรุงศรีอยุธยา

หากย้อนเวลากลับไปยังสังคมไทยในอดีต แล้วบังเอิญได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งมีใบหน้าขาวจนแทบกลืนไปกับแสงเทียน คิ้วโก่งดำเข้ม ดวงตาคมกริบ และริมฝีปากแดงสดราวกับสีชาด หลายคนในยุคปัจจุบันอาจรู้สึกว่าภาพเช่นนี้ชวนให้นึกถึงตัวละครในภาพยนตร์สยองขวัญมากกว่าจะเป็น “ความงาม” แต่สำหรับผู้คนในอดีต โดยเฉพาะในโลกของการแสดงและวัฒนธรรมราชสำนัก ภาพใบหน้าขาวผ่อง ปากแดง และคิ้วโก่ง กลับเป็นหนึ่งในรูปแบบความงามที่มีความหมายมากกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว

“นางรำหน้าขาว” จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพจำแปลกตาของคนรุ่นใหม่ หากแต่สะท้อนให้เห็นทั้งค่านิยมเรื่องความงาม ความเชื่อเกี่ยวกับโลกของเทพยดา ตลอดจนข้อจำกัดด้านแสงสว่างและการแสดงในยุคที่ยังไม่มีหลอดไฟฟ้า

แนวคิดเรื่องความงามของหญิงสาวในวรรณคดีและศิลปกรรมไทยโบราณ มักเชื่อมโยงกับภาพของนางฟ้าและเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ ผิวพรรณถูกพรรณนาให้ผ่องนวล คิ้วโก่งงดงาม ผมดำขลับ และริมฝีปากมีสีแดงสด ลักษณะเหล่านี้ปรากฏอยู่ในขนบการพรรณนาความงามของวรรณคดีและงานศิลปกรรมไทยมาเป็นเวลานาน จึงไม่น่าแปลกที่เมื่อเข้าสู่โลกของนาฏศิลป์ การแต่งหน้าของผู้แสดงหญิงจะถูกทำให้มีลักษณะ “เกินจริง” กว่าความงามในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ใกล้เคียงกับตัวละครชั้นสูงหรือตัวละครเหนือมนุษย์

โดยเฉพาะนางรำหลวง ซึ่งเป็นผู้แสดงในพื้นที่ของราชสำนัก การแต่งกายและการแต่งหน้าจึงไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงทำให้ผู้แสดงสวยงามเท่านั้น แต่ยังต้องช่วยสร้างบุคลิกของตัวละครและทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นใบหน้าของผู้แสดงได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล

นี่เองที่ทำให้ “หน้าขาว” กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของภาพลักษณ์นางรำในขนบการแสดงแบบดั้งเดิม

ข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งหน้าตัวละครหญิงในนาฏศิลป์ไทยระบุถึงการใช้แป้งจีนสำหรับทำให้ใบหน้าและผิวบริเวณที่อยู่นอกเครื่องแต่งกายดูขาวผ่อง ขณะที่รายละเอียดของการแต่งหน้ามีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคและประเภทการแสดง

ในขนบที่เล่าถึงการแต่งหน้าแบบเก่า มีการกล่าวถึงการใช้น้ำมันมะพร้าวทาบริเวณใบหน้าก่อน จากนั้นจึงนำแป้งฝุ่นจีนซึ่งเดิมเป็นก้อนมาโขลกหรือขูดให้เป็นผง ผสมกับน้ำ แล้วเกลี่ยลงบนใบหน้าและบริเวณผิวที่เปิดออกจากเครื่องแต่งกาย เพื่อให้เกิดสีขาวสม่ำเสมอ เมื่อพื้นหน้าขาวแล้วจึงเติมองค์ประกอบที่มีสีสันเข้มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีแดงบริเวณริมฝีปากและแก้ม รวมถึงการวาดคิ้วให้มีรูปทรงโก่งชัดเจน

เมื่อมองด้วยสายตาคนในยุคปัจจุบัน วิธีแต่งหน้าเช่นนี้อาจดูรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะสีขาวไม่ได้ถูกใช้เพียงเล็กน้อยเหมือนรองพื้นสมัยใหม่ แต่ต้องสร้างความแตกต่างให้เห็นได้ชัดบนเวที ใบหน้าจึงอาจมีลักษณะขาวจัด ขณะที่คิ้ว ดวงตา และริมฝีปากถูกเน้นให้เข้ม เพื่อให้สีหน้าและอารมณ์ของตัวละครสามารถส่งไปถึงผู้ชมได้

เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ “แสง”

โรงละครหรือพื้นที่แสดงในอดีตไม่ได้มีระบบไฟฟ้าส่องสว่างเหมือนในปัจจุบัน แสงจากเทียน ตะเกียง หรือคบไฟมีความสว่างจำกัดและแตกต่างจากไฟเวทีสมัยใหม่อย่างมาก การทำให้ใบหน้าขาวและเพิ่มความเข้มของคิ้ว ดวงตา และริมฝีปากจึงช่วยเพิ่มความชัดเจนของใบหน้าผู้แสดงเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงสลัว

ลองจินตนาการถึงฉากการแสดงในยามค่ำคืน เมื่อแสงเทียนส่องกระทบเครื่องแต่งกายสีทอง เครื่องประดับระยิบระยับ และใบหน้าสีขาวที่ตัดกับคิ้วดำและริมฝีปากสีแดง ภาพของนางรำในเวลานั้นย่อมแตกต่างจากหญิงสาวธรรมดาอย่างชัดเจน และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ผู้ชมในอดีตต้องการเห็น นั่นคือ “ความงามที่ไม่ใช่ความงามในชีวิตประจำวัน” แต่เป็นความงามของโลกแห่งละครและเทพนิยาย

ด้วยเหตุนี้ การแต่งหน้าขาวของนางรำจึงควรมองในบริบทของ “ศิลปะการแสดง” มากกว่าจะตีความว่าเป็นเพียงแฟชั่นของผู้หญิงในอดีต

อย่างไรก็ตาม เรื่องเล่าที่ว่า “หญิงสาวทุกคนที่ถวายตัวเข้ารับราชการฝ่ายในจะต้องทาหน้าขาวตามราชประเพณี” ควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะหลักฐานที่อธิบายรายละเอียดดังกล่าวโดยตรงไม่ได้ชัดเจนเพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นกฎบังคับทั่วไปของสตรีทุกคนในราชสำนักอยุธยา ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับ “นางรำหน้าขาว” มีความสัมพันธ์กับขนบการแสดงและการแต่งหน้าตัวละครอย่างชัดเจนกว่า

 

สิ่งที่น่าสนใจคือภาพความงามแบบนี้ยังคงหลงเหลืออยู่ในนาฏศิลป์ไทยมาจนถึงปัจจุบัน แม้เครื่องสำอางและเทคนิคการแต่งหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วก็ตาม ภาพของนางรำที่มีใบหน้าขาว คิ้วดำโก่ง ดวงตาคม และริมฝีปากแดง จึงยังคงทำหน้าที่เป็น “ภาษาทางภาพ” ที่ทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ทันทีว่าบุคคลตรงหน้ากำลังอยู่ในโลกของนาฏศิลป์และเรื่องราวแบบไทยโบราณ

หากย้อนกลับไปในยุคที่แสงเทียนเป็นสิ่งสำคัญ การแต่งหน้าที่ดูจัดจ้านในสายตาคนสมัยใหม่อาจไม่ได้ดูแปลกประหลาดเลย ตรงกันข้าม ใบหน้าที่ขาวจัดและสีสันที่เข้มอาจเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการทำให้ตัวละครโดดเด่นท่ามกลางความมืด และช่วยให้ผู้ชมที่อยู่ห่างออกไปสามารถมองเห็นสีหน้าและลักษณะของตัวละครได้

แต่หากนำรูปแบบดังกล่าวมาใช้ในปัจจุบันแล้วเดินออกไปกลางถนนในยามค่ำคืน ภายใต้แสงไฟสีขาวสว่างจ้า ก็อาจให้ผลตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

จาก “นางฟ้าแห่งราชสำนัก” อาจกลายเป็น “ผีสาวในหนังสยองขวัญ” ได้ในพริบตา

และนี่เองคือเสน่ห์ของ “หน้าขาว” ในโลกโบราณ เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นจากความคิดว่า “ยิ่งขาวยิ่งสวย” เพียงอย่างเดียว หากยังเป็นผลลัพธ์ของความเชื่อ ศิลปะการแสดง เทคโนโลยีด้านแสงสว่าง และจินตนาการเกี่ยวกับความงามของผู้คนในแต่ละยุคสมัยที่หลอมรวมกัน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่เมื่อมองย้อนกลับไปในวันนี้ ก็ยังคงเป็นหนึ่งในภาพที่น่าจดจำที่สุดของนาฏศิลป์ไทย

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 87 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยโรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนเปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.510 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569เปิดตำนาน "ทาร์ทาร์" (Steak Tartare): เนื้อดิบใต้บั้นท้ายอานม้า หรือมหากาพย์ความเข้าใจผิด 700 ปีย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพงทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"
ตั้งกระทู้ใหม่