7 อาชีพในตำนานแห่งภาคอีสาน ที่ปัจจุบันกลายเป็นตำนานไปแล้ว
อีสานบ้านเฮาในอดีตเต็มไปด้วยวิถีชีวิตและความเป็นอยู่พึ่งพาธรรมชาติที่เรียบง่าย ท่ามกลางความแห้งแล้งและความท้าทาย ผู้คนต่างคิดค้นอาชีพทำมาหากินแปลกๆ เพื่อความอยู่รอด แต่วันเวลาผ่านไป ความเจริญ เทคโนโลยี และสังคมที่เปลี่ยนไป ได้ทำให้หลายอาชีพกลายเป็นเพียงความทรงจำ วันนี้เราเลยขอพาทุกคนไปย้อนรอย 7 อาชีพแปลกในตำนานของภาคอีสานที่ปัจจุบันไม่มีให้เห็นอีกแล้ว จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!
1. หมอลำขอข้าว
ย้อนกลับไปในอดีต “หมอลำขอข้าว” คือคณะหมอลำขนาดเล็กที่มีสมาชิกไม่กี่คน เดินสายเปิดการแสดงตามลานวัดหรือลานบ้านในหมู่บ้านชนบทอีสาน เพื่อสร้างความบันเทิงให้ชาวบ้านในช่วงงานบุญหรือยามว่างเว้นจากการทำนา การแสดงจะเน้นความสนุกสนานและสอดแทรกคติสอนใจ โดยไม่มีการเก็บค่าเข้าชมเป็นเงินสดแต่อย่างใด
เมื่อการแสดงจบลงในยามค่ำคืน รุ่งเช้าวันต่อมาสมาชิกในคณะจะถือกระสอบเดินสายไปตามบ้านเรือนเพื่อ “ขอข้าวสาร” จากชาวบ้านคนละกำมือเป็นการตอบแทน อาชีพนี้เลือนหายไปเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน สังคมเปลี่ยนมาใช้เงินตราเป็นหลัก รวมถึงความบันเทิงสมัยใหม่และระบบวงดนตรีหมอลำซิ่งขนาดใหญ่เข้ามาแทนที่ ทำให้คณะหมอลำเร่แบบนี้ไม่มีให้อเห็นอีกแล้ว
2. ช่างปะหม้อเร่
ในยุคที่เครื่องครัวอลูมิเนียมหรือสเตนเลสยังเป็นของหายากและมีราคาแพง หม้อดินเผาหรือหม้อเหล็กโบราณคือหัวใจของทุกครัวเรือนอีสาน เมื่อหม้อเกิดรอยร้าวหรือรั่ว ชาวบ้านจึงต้องพึ่งพา “ช่างปะหม้อเร่” ที่จะแบกเครื่องมือเดินทางไปตามหมู่บ้านเพื่อซ่อมแซมหม้อเก่าให้กลับมาใช้งานได้ต่อ เหมือนเป็นการชุบชีวิตเครื่องครัวให้คุ้มค่าที่สุด
สาเหตุที่อาชีพนี้สูญพันธุ์ไปเพราะปัจจุบันหม้อและกระทะอลูมิเนียมมีราคาถูกมาก หาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไปแถมทนทานกว่า ทำให้ไม่มีใครเอาหม้อเก่ามารีดหรือปะแผลอีกต่อไป ช่างปะหม้อจึงกลายเป็นภาพจำในอดีตที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยเห็นหน้าค่าตา
3. คนทำเชือกจากต้นปอธรรมชาติ
ก่อนที่โลกเราจะมีเชือกไนลอนหรือเชือกพลาสติกเหนียวๆ ขายตามร้านฮาร์ดแวร์ วิถีชีวิตคนอีสานต้องพึ่งพา “คนทำเชือกจากต้นปอ” โดยจะไปตัดต้นปอแก้วหรือปอกระเจาตามธรรมชาติ นำมาหมักน้ำ ลอกเปลือก ตากแห้ง แล้วนำมาตีปั่นเกลียวจนได้เชือกเส้นหนาที่เหนียวและทนทานสำหรับใช้ผูกวัวควาย ลากไม้ หรือใช้ในงานเกษตรกรรม
เมื่ออุตสาหกรรมพลาสติกเข้ามาตีตลาด เชือกไนลอนราคาถูกที่มีความทนทานต่อความชื้นได้ดีกว่าเข้ามาแทนที่ ทำให้กระบวนการทำเชือกจากเส้นใยธรรมชาติที่ใช้แรงงานคนเยอะและใช้เวลานานกลายเป็นเรื่องไม่คุ้มทุน อาชีพนี้จึงค่อยๆ หายสาบสูญไปจากวิถีชีวิตประจำวัน
4. ช่างวาดโปสเตอร์หนังกลางแปลง
สมัยที่หนังกลางแปลงและโรงหนังภูธรเฟื่องฟูสุดๆ ในภาคอีสาน “ช่างวาดโปสเตอร์หนัง” ถือเป็นเบื้องหลังคนสำคัญที่คอยสร้างสีสันและความตื่นตาตื่นใจ ช่างเหล่านี้จะใช้ฝีมือวาดภาพดารานักแสดงชื่อดังลงบนผ้าใบหรือแผ่นไม้ขนาดมหึมาเพื่อใช้โปรโมทหนังที่จะฉายตามงานวัด งานศพ หรือตลาดประจำอำเภอ
ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลและป้ายไวนิลที่รวดเร็วและคมชัดกว่า รวมถึงยุคสมัยของหนังกลางแปลงที่ซบเซาลง ทำให้ทักษะการวาดภาพมืออันทรงคุณค่านี้ไม่มีพื้นที่ยืนในเชิงพาณิชย์อีกต่อไป ปัจจุบันช่างวาดกลุ่มนี้เหลือเพียงน้อยนิดและกลายเป็นศิลปินพื้นบ้านที่ถูกพูดถึงในเชิงอนุรักษ์เท่านั้น
5. พ่อค้าเร่ "หมาแลกถัง"
นี่คืออาชีพเฉพาะถิ่นในอดีตที่สะท้อนภาพสังคมชนบทอีสานได้อย่างชัดเจน โดยพ่อค้าเร่จะขับรถกระบะหรือรถบรรทุกตระเวนไปตามหมู่บ้าน พร้อมกับขนสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น ถังพลาสติก (ที่คนอีสานเรียกว่าคุถัง) กะละมัง หรือปีบ มาแลกเปลี่ยนกับสุนัขของชาวบ้านเพื่อนำไปส่งต่อในเครือข่ายการค้าเวลานั้น
เมื่อกาลเวลาผ่านไป ทัศนคติของสังคมต่อสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ การควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า และการปราบปรามการค้าสุนัขอย่างเข้มงวด ทำให้ธุรกิจแปลกๆ อย่างหมาแลกคุถังนี้ถูกยกเลิกและหายสาบสูญไปจากสารบบอย่างถาวร
6. ช่างทำและขับเกวียนเทียมวัวควาย
ก่อนที่ถนนลาดยางและรถยนต์กระบะจะเข้าถึงทุกหมู่บ้านในอีสาน “เกวียนไม้” คือยานพาหนะหลักในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรและเดินทางข้ามหมู่บ้าน อาชีพ “ช่างทำเกวียน” จึงมีความสำคัญมากในการคัดเลือกไม้เนื้อแข็งมาเหลาประกอบเป็นล้อและตัวถังอย่างประณีต ควบคู่ไปกับอาชีพคนขับเกวียนรับจ้าง
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมพัฒนาขึ้น มีการตัดถนนเข้าถึงทุกพื้นที่ และรถอีแต๋นกับรถกระบะเข้ามาแทนที่การขนส่งด้วยสัตว์ สภาพการใช้งานเกวียนจึงหมดไป อาชีพช่างทำเกวียนฝีมือดีและคนขับเกวียนจึงกลายเป็นตำนานที่เหลือเพียงซากไม้เก่าตามใต้ถุนบ้าน
7. หมอชาวบ้านเร่รักษาโรคโบราณ
ในยุคที่สุขอนามัยและการแพทย์แผนปัจจุบันยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ห่างไกลในชนบทอีสาน “หมอชาวบ้านเร่” หรือหมอพื้นบ้านที่เดินทางรอนแรมไปรักษาโรคตามหมู่บ้านต่างๆ คือที่พึ่งทางใจและทางกายสำคัญ พวกเขามีความรู้เรื่องยาสมุนไพรป่า คาถาอาคมเป่าคาถาไล่โรค และการนวดจับเส้นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย
เมื่อระบบสาธารณสุขไทยขยายตัว มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และโรงพยาบาลชุมชนครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ที่เข้าถึงง่าย ทำให้ชาวบ้านหันไปหาหมอแผนปัจจุบันแทน อาชีพหมอเร่พเนจรจึงค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา
ทั้ง 7 อาชีพนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องราวการทำมาหากินในอดีตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการปรับตัวของคนอีสานในแต่ละยุคสมัยที่ต้องพึ่งพาทรัพยากร ภูมิปัญญา และความเกื้อกูลกันในชุมชน ก่อนที่ความเจริญทางเทคโนโลยี การคมนาคม และกฎหมายสมัยใหม่จะเข้ามาพลิกโฉมวิถีชีวิตจนทำให้พวกมันกลายเป็นตำนานที่หลงเหลือไว้แค่เพียงเรื่องเล่าให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหน
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
เปิดตำนาน "ทาร์ทาร์" (Steak Tartare): เนื้อดิบใต้บั้นท้ายอานม้า หรือมหากาพย์ความเข้าใจผิด 700 ปี
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
ทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!
ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"






