หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตึกเก่าภูเก็ตหน้ากว้างนิดเดียว แต่ลึกเป็นสิบเมตร: ช่องเปิดกลางบ้านมีไว้ทำอะไร?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

 

ช่วงนี้ถ้าเดินย่านเมืองเก่าภูเก็ตตอนค่ำ จะเห็นอาคารประวัติศาสตร์ถูกใช้เป็นฉากของงาน Feel All the Feelings @ Phuket: Illuminating Peranakan ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 23–29 สิงหาคม 2569 บริเวณสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์แบงก์ ใช้ Projection Mapping เปลี่ยนอาคารให้เป็นพื้นที่เล่าเรื่องผ่านแสง สี เสียง และวัฒนธรรมบาบ๋า–เพอรานากัน

แต่ถ้าลองมองอาคารเก่าของภูเก็ตตอนกลางวัน จะมีรายละเอียดหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ลวดลายด้านหน้าเลย

ตึกแถวเก่าหลายหลังดูจากถนนเหมือนหน้ากว้างไม่มาก แต่พอเดินเข้าไปข้างในกลับทอดยาวเข้าไปลึกหลายสิบเมตร

คำถามคือ ถ้าสร้างเป็นอาคารแคบและลึกขนาดนั้น แสงกับอากาศจะเข้าไปถึงกลางบ้านได้อย่างไร?

คำตอบของอาคารลักษณะนี้ซ่อนอยู่ตรงพื้นที่ที่บางคนเห็นแล้วอาจคิดว่าเป็นเพียง “ลานเล็ก ๆ กลางบ้าน”

แต่จริง ๆ แล้วช่องเปิดนี้มีหน้าที่มากกว่าความสวยงามครับ

พื้นที่เปิดกลางบ้านชินประชา (Chinpracha House) จังหวัดภูเก็ต ตัวอย่างการเปิดพื้นที่ภายในอาคารให้รับแสงและอากาศจากด้านบน

หน้าตาแคบ แต่ข้างในอาจลึกกว่า 50 เมตร

ย่านเมืองเก่าภูเก็ตเติบโตขึ้นท่ามกลางการค้าและอุตสาหกรรมเหมืองดีบุก โดยมีทั้งชุมชนจีนฮกเกี้ยน ผู้คนจากคาบสมุทรมลายู และอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมจากโลกตะวันตกเข้ามาผสมกัน

หนึ่งในรูปแบบอาคารที่เห็นเด่นชัดคือ ตึกแถวเก่า หรือ shophouse ที่ด้านหน้าใช้สำหรับค้าขาย ส่วนพื้นที่ด้านในและด้านหลังเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของครอบครัว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า ตึกแถวเก่าของภูเก็ตแม้จะมีด้านหน้าค่อนข้างแคบ แต่บางหลังสามารถทอดลึกเข้าไปได้ มากกว่า 50 เมตร

และยังมีตัวอย่างอาคารเก่าในเมืองภูเก็ตที่ยาวกว่านั้นอีก เช่น บ้านเก่าบริเวณย่านเมืองเก่าที่ ททท. ระบุว่าจากหน้าร้านไปถึงหลังบ้านยาวประมาณ 86 เมตร

รูปทรงแบบนี้ใช้พื้นที่ได้มาก แต่ก็สร้างโจทย์ตามมาเหมือนกัน

ถ้าอาคารมีช่องเปิดรับแสงและอากาศเฉพาะด้านหน้าและด้านหลัง พื้นที่ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปตรงกลางก็มีโอกาสมืดและอับกว่าส่วนอื่น

ตรงกลางบ้านจึงถูก “เปิดท้องฟ้า” ลงมา

วิธีหนึ่งที่พบในอาคารลักษณะนี้คือการเว้นพื้นที่เปิดไว้ภายในตัวบ้าน โดยไม่ปิดหลังคาทั้งหมด

พื้นที่ประเภทนี้เรียกได้ว่า airwell หรือ courtyard ภายในอาคาร และในบ้านจีนทางใต้ยังพบคำเรียกอย่าง ฉิ่มแจ้ สำหรับลานเปิดรับฟ้าภายในบ้าน

เมื่อมีช่องเปิดจากด้านบน แสงธรรมชาติก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางจากหน้าบ้านหรือหลังบ้านเพียงอย่างเดียว แต่สามารถส่องลงมาถึงพื้นที่ช่วงกลางของอาคารได้โดยตรง

ช่องเปิดยังช่วยเรื่องการถ่ายเทอากาศ เพราะอากาศร้อนภายในอาคารสามารถเคลื่อนตัวขึ้นด้านบน ขณะที่อากาศจากพื้นที่อื่นสามารถไหลเข้ามาทดแทนได้

เอกสารเกี่ยวกับพัฒนาการของตึกแถวแบบดั้งเดิมใน George Town ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางสถาปัตยกรรมกับเมืองท่าบนคาบสมุทรมลายู อธิบายไว้ว่า เมื่อตึกแถวจีนมีความยาวเพิ่มขึ้นจนบางหลังเกิน 100 ฟุต ก็จำเป็นต้องนำ airwell เข้ามาช่วยด้านการระบายอากาศและรับแสงแบบนุ่มนวล

พูดง่าย ๆ คือ มันทำหน้าที่คล้าย หน้าต่างที่หันขึ้นไปบนท้องฟ้า สำหรับส่วนของบ้านที่อยู่ไกลจากถนนมากเกินกว่าจะพึ่งช่องเปิดด้านหน้าเพียงอย่างเดียว

หมายเหตุ: ภาพถัดไปเป็นภาพจำลองเพื่ออธิบายแนวคิดของตึกแถวเก่าและช่องเปิดกลางอาคาร ไม่ใช่แปลน แบบก่อสร้าง หรือการจำลองอาคารจริงหลังใดหลังหนึ่ง

บ้านยิ่งลึก ช่องเปิดกลางบ้านก็ยิ่งมีประโยชน์

ลองคิดถึงบ้านที่ลึกกว่า 50 เมตร แต่มีช่องรับแสงเพียงหัวกับท้ายอาคาร

พื้นที่ตรงกลางก็คล้ายอยู่กลางอุโมงค์ยาว ๆ

ต่อให้ด้านนอกมีแดดจัด แต่แสงธรรมชาติก็เข้าไปถึงกลางอาคารได้จำกัด และถ้าอากาศหมุนเวียนไม่ดี พื้นที่ช่วงกลางก็ยิ่งใช้งานได้ไม่สบาย

แต่เมื่อหลังคาถูกเปิดออกบางช่วง ระยะที่แสงต้องเดินทางก็สั้นลงทันที

พื้นที่ที่อยู่ลึกจากถนนหลายสิบเมตรจึงมี “ท้องฟ้าของตัวเอง” อยู่ตรงกลางอาคาร

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม airwell จึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้โจทย์เรื่องแสงและอากาศของบ้านที่มีรูปทรงยาวและแคบ

แล้วเวลาฝนตก น้ำลงมากลางบ้านไม่เป็นปัญหาหรือ?

คำถามนี้น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับภูเก็ต เพราะเป็นพื้นที่ที่มีฝนมาก

คำตอบคือ พื้นที่เปิดลักษณะนี้ต้องถูกออกแบบร่วมกับการจัดการน้ำของอาคาร ไม่ใช่แค่เจาะหลังคาแล้วปล่อยให้น้ำไหลไปไหนก็ได้

รูปแบบบ้านเก่าแต่ละหลังอาจจัดการพื้นที่ดังกล่าวไม่เหมือนกัน บางแห่งสัมพันธ์กับลานใช้งาน พื้นที่ซักล้าง ทางระบายน้ำ หรือบ่อน้ำ

ตัวอย่างจากย่านเมืองเก่าภูเก็ตที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเสนอ ก็มีบ้านเก่าที่พบทั้ง บ่อน้ำกลางบ้านและช่องลมเพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเท อยู่ในบริเวณเดียวกัน

บ้านชินประชาเองก็เป็นอีกตัวอย่างที่เห็นแนวคิดนี้ได้ชัด โดยข้อมูลของจังหวัดภูเก็ตระบุว่าจุดเด่นของบ้านคือ หลังคาเปิดตรงกลางและมีบ่อน้ำขนาดเล็กอยู่ด้านล่าง

ดังนั้นพื้นที่เปิดกลางบ้านไม่ได้มีหน้าที่เดียว และรายละเอียดเรื่องน้ำต้องดูตามการออกแบบของอาคารแต่ละหลัง ไม่ควรเหมารวมว่าทุก airwell ใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด

ด้านหน้าสวย แต่ด้านในคือระบบที่ทำให้บ้านอยู่ได้

เวลาพูดถึงตึกเก่าภูเก็ต เรามักจำหน้าต่างโค้ง ปูนปั้น ประตูไม้ สีสัน และรายละเอียดด้านหน้าอาคาร

แต่เบื้องหลังความสวยนั้น ตัวอาคารยังต้องแก้ปัญหาการใช้งานจริงด้วย

ด้านหน้าใช้ค้าขาย

พื้นที่ด้านในใช้ชีวิต

แนวอาคารที่ทอดยาวช่วยใช้พื้นที่ได้มาก

ทางเดินด้านหน้าของตึกแถวช่วยให้คนเดินหลบแดดและฝน

ส่วน airwell ช่วยเปิดทางให้แสงและอากาศเข้าถึงพื้นที่ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปภายใน

สิ่งที่ดูเหมือนรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมจึงเป็นคำตอบของโจทย์ธรรมดามากว่า

“จะทำอย่างไรให้บ้านที่แคบและลึกมาก ยังมีแสงและอากาศอยู่ตรงกลาง?”

ครั้งหน้าเดินเมืองเก่าภูเก็ต ลองอย่ามองแค่ด้านหน้า

ตึกเก่าหลายหลังในย่านเมืองภูเก็ตยังคงเป็นบ้าน ร้านค้า ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ หรือพื้นที่กิจกรรมอยู่ในปัจจุบัน

และช่วงที่อาคารประวัติศาสตร์ของเมืองเก่ากำลังถูกฉายแสงด้วย Projection Mapping ก็อาจเป็นจังหวะพอดีที่จะลองมองสิ่งเหล่านี้อีกชั้นหนึ่ง

เพราะความน่าสนใจของสถาปัตยกรรมภูเก็ตไม่ได้มีแค่สิ่งที่อยู่บนผนังด้านหน้า

ถ้ามีโอกาสเข้าไปในอาคารเก่าที่เปิดให้ชม ลองสังเกตพื้นที่ที่เดินอยู่ในบ้านดี ๆ แล้วอยู่ ๆ หลังคาก็เปิดออก เห็นแสง เห็นฝน หรือเห็นท้องฟ้าอยู่ตรงกลางครับ

พื้นที่ตรงนั้นอาจดูเหมือนบ้านหายไปหนึ่งช่วง

แต่จริง ๆ แล้ว ช่องว่างนั้นต่างหากที่ช่วยทำให้ส่วนอื่นของบ้านใช้งานได้ดีขึ้น

เครดิตภาพ:

ภาพที่ 1: พื้นที่เปิดภายในบ้านเก่าในภูเก็ต ใช้ประกอบการอธิบายแนวคิด airwell
ภาพที่ 2: ภาพประกอบจำลองเพื่ออธิบายหลักการของ Airwell ไม่ใช่แปลนหรืออาคารจริงหลังใดหลังหนึ่ง

แหล่งที่มา:

1. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย — เดินเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต
https://thai.tourismthailand.org/Articles/phuket

2. TAT Newsroom — Old Phuket Town is a casserole of cultures with a very Thai taste
https://www.tatnews.org/2015/11/old-phuket-town-is-a-casserole-of-cultures-with-a-very-thai-taste/

3. UNESCO World Heritage Centre — เอกสารเกี่ยวกับ Traditional Shophouse และ Airwell
https://whc.unesco.org/document/103167

4. THAILAND.GO.TH — Feel All the Feelings @ Phuket: Illuminating Peranakan
https://www.thailand.go.th/event-detail/feel-all-the-feelings--phuket-illuminating-peranakan?hl=th

5. จังหวัดภูเก็ต — Chinpracha House
https://www.phuket.go.th/eng/Museums-Chinpracha House.php
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนสาระรอบตัว • ภาพยนตร์และวัฒนธรรมป๊อป • วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว | เล่าเรื่องที่คนคุ้นเคยให้เห็นมุมใหม่ อ่านง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?8 จุดลับในบ้านที่คนมักลืมทำความสะอาด และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก9 จังหวัดที่พบทองคํามากที่สุดในไทย8 นิสัยการใช้เงินที่ทำให้คุณไม่รวยสักที แม้จะทำงานหนักแค่ไหนซอสไทยไปไกล เปิด 5 ประเทศปลายทางส่งออกมูลค่าสูงสุดส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามเจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 2569เลข 4011 บนกล้วยไม่ใช่เลขสุ่ม: สติกเกอร์ผลไม้บอกอะไรจริง และเลข 8 ไม่ได้แปลว่า GMO4 คณะหมอลำไทยที่โด่งดังในต่างประเทศ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 จุดที่ไม่ควรจอดรถเมื่อไปเที่ยวทะเล8 แบรนด์ไทยที่คนต่างชาติคิดว่าเป็นแบรนด์นอก เพราะคุณภาพระดับโลก7 โรงแรมสุดพิศวงทั่วโลก ที่เต็มไปด้วยดีไซน์และแนวคิดสุดแปลก7 แอปพลิเคชันประหยัดเงิน ที่คนต่างชาตินิยมใช้เมื่อมาเที่ยวไทย
ตั้งกระทู้ใหม่