หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความจริงของการ "กลั้นปัสสาวะ" อันตรายถึงชีวิตที่มากกว่าแค่โรคไต?

เขียนโดย savia01

"เดี๋ยวค่อยไป ขอดูกระแสในโซเชียลแป๊บ" หรือ "งานกำลังติดพัน ขอปั่นต่ออีกครึ่งชั่วโมง" ความคิดที่ดูเหมือนไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างการ "อั้นเยี่ยว" กลายเป็นพฤติกรรมติดตัวของคนทำงานยุคปัจจุบัน แต่รู้หรือไม่ว่า การกักเก็บน้ำเสียไว้ในร่างกายเกินความจำเป็น ไม่ได้จบลงแค่โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือแค่ความเสี่ยงเป็นนิ่วในไต แต่ในทางสรีรวิทยา มันคือการตั้งเวลาถอยหลังเพื่อ "ทำลายระบบการทำงานของร่างกาย" และสามารถนำไปสู่ภาวะอันตรายถึงชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

กระเพาะปัสสาวะของมนุษย์ปกติสามารถเก็บน้ำได้ประมาณ 400-500 มิลลิลิตร เมื่อมีน้ำเต็มครึ่งหนึ่ง ประสาทจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนไปที่สมองเบาๆ แต่ถ้าเราเลือกที่จะ "กดข่ม" สัญญาณนั้นไว้และกลั้นต่อ สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือ **หูรูดกระเพาะปัสสาวะ (Urinary Sphincters)** ต้องทำงานหนักเกินขีดจำกัด การเกร็งกล้ามเนื้อส่วนนี้ไว้นานๆ จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เสียการควบคุม และนำไปสู่โรคปัสสาวะเล็ด หรือกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปในอนาคต

 

 

ความน่ากลัวที่แท้จริงของการกลั้นปัสสาวะระยะยาวคือ ภาวะปัสสาวะไหลย้อนกลับ (Vesicoureteral Reflux) เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มจนขยายตัวสุดขีด แต่น้ำไม่มีทางออก ความดันภายในจะพุ่งสูงขึ้นจนดันให้น้ำปัสสาวะที่เต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรีย ย้อนกลับขึ้นไปตามท่อไตจนถึงเนื้อไตโดยตรง นำไปสู่การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะอย่างรุนแรง กรวยไตอักเสบ และหากเชื้อโรคหลุดเข้าสู่กระแสเลือด ก็จะเกิดภาวะ **ติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)** ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

นอกจากนี้ การกลั้นปัสสาวะจนปวดเกร็งรุนแรง ยังกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติให้ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้มีโรคประจำตัว เพราะอาจส่งผลให้เส้นเลือดในสมองแตกหรือหัวใจวายได้ และในกรณีที่แย่ที่สุด แม้จะพบได้ยาก แต่การกลั้นปัสสาวะจนถึงขีดสุดเมื่อเกิดการกระแทกเพียงเบาๆ ก็สามารถทำให้ กระเพาะปัสสาวะแตก (Bladder Rupture) จนน้ำเสียไหลทะลักเข้าสู่ช่องท้อง ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนเพื่อเอาชีวิตรอด

 

ดังนั้น สัญญาณเตือนจากร่างกายเรื่องการขับถ่ายจึงไม่ใช่สิ่งที่ควรผลัดวันประกันพรุ่ง การลุกไปห้องน้ำทันทีที่ปวด จึงไม่ใช่แค่การผ่อนคลายความทุกข์ แต่มันคือการปกป้องระบบภายในร่างกายของคุณจากการถูกทำลายโดยไม่รู้ตัว

เนื้อหาโดย: savia01
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
savia01's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 70 ครั้ง
เขียนโดย savia01
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยเปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่เปิดตำนาน "ทาร์ทาร์" (Steak Tartare): เนื้อดิบใต้บั้นท้ายอานม้า หรือมหากาพย์ความเข้าใจผิด 700 ปีมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?สแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพงทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"
ตั้งกระทู้ใหม่