หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Made in PRC ไม่ใช่ประเทศใหม่ ที่แท้คือ?

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับคำว่า “Made in PRC” แล้วอดไม่ได้ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง เพราะเชื่อว่าหลายท่านคงเคยหยิบสินค้าออกมาดูฉลาก แล้วพบข้อความสั้น ๆ ว่า “Made in PRC” ก่อนจะเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า “PRC คือประเทศอะไร?” “ทำไมไม่เขียน Made in China ไปเลย?” หรือบางคนอาจเข้าใจไปว่าเป็นชื่อประเทศหรือแหล่งผลิตแห่งใหม่ที่ไม่คุ้นหู

ความจริงแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด และที่สำคัญคือ Made in PRC ก็คือสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือประเทศจีนที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง

คำว่า PRC ย่อมาจาก People’s Republic of China ซึ่งเป็นชื่อทางการของประเทศจีน ดังนั้นในความหมายทั่วไป “Made in PRC” จึงสื่อถึง “ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีน” และมีความหมายในเรื่องประเทศผู้ผลิตเช่นเดียวกับ “Made in China” ไม่ได้หมายถึงประเทศใหม่ ไม่ได้หมายถึงเขตปกครองพิเศษ และไม่ได้หมายถึงโรงงานประเภทพิเศษแต่อย่างใด

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคำแปลตรงตัวก็คือ ทำไมสินค้าบางชิ้นจึงเลือกใช้คำว่า Made in PRC ทั้งที่คำว่า Made in China คนทั่วโลกก็เข้าใจอยู่แล้ว

และตรงนี้เองที่ต้องแยก “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “ข้อสันนิษฐานทางการตลาด” ให้ชัดเจน เพราะมีข้อมูลจำนวนไม่น้อยที่อธิบายว่า การใช้คำว่า PRC มีจุดประสงค์เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าดูแตกต่างจากคำว่า Made in China แต่เราไม่ควรเหมารวมว่าสินค้าทุกแบรนด์ที่ใช้คำว่า PRC กำลังพยายามปกปิดประเทศผู้ผลิต หรือกำลังหลอกผู้บริโภค

PRC คืออะไร แล้วเกี่ยวอะไรกับประเทศจีน?

ถ้าแปลแบบตรงไปตรงมา People’s Republic of China หมายถึง “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ซึ่งเป็นชื่อทางการของประเทศจีน

ดังนั้น ถ้าบนกล่องสินค้าเขียนว่า

Made in PRC

ก็สามารถเข้าใจง่าย ๆ ว่า

ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีน

หรือในภาษาที่คนทั่วไปคุ้นเคยก็คือ

ผลิตในประเทศจีน

นั่นเอง

จึงไม่มีประเทศชื่อ PRC แยกออกมาต่างหาก และไม่มีประเทศใดที่ชื่อ “พีอาร์ซี” ตามที่บางคนอาจเข้าใจเมื่อเห็นข้อความนี้เป็นครั้งแรก

ในทางการค้าระหว่างประเทศ เรื่อง “ประเทศต้นกำเนิดสินค้า” เป็นเรื่องที่มีหลักเกณฑ์อยู่ ไม่ได้ตัดสินจากคำที่ผู้ขายอยากเขียนบนกล่องเพียงอย่างเดียว กรมศุลกากรจีนเองอธิบายว่าประเทศหรือภูมิภาคต้นกำเนิดหมายถึงประเทศหรือภูมิภาคที่สินค้านั้นถูกผลิต แปรรูป หรือผลิตขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

เพราะฉะนั้น เวลาพบคำว่า Made in PRC สิ่งแรกที่ควรเข้าใจก็คือ มันเป็นการเรียกประเทศจีนด้วยชื่อทางการ ไม่ใช่การเปลี่ยนประเทศต้นทาง

แล้ว Made in PRC กับ Made in China ต่างกันตรงไหน?

ถ้ามองเฉพาะความหมายของประเทศต้นกำเนิด ทั้งสองคำชี้ไปที่ประเทศเดียวกัน

Made in China = ผลิตในจีน

Made in PRC = ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีน

พูดง่าย ๆ ก็คือ เปลี่ยนคำเรียก แต่ไม่ได้เปลี่ยนประเทศ

มีแหล่งข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศที่อธิบายตรงกันว่า Made in PRC และ Made in China หมายถึงประเทศเดียวกัน และไม่ได้มีความแตกต่างโดยตัวมันเองในเรื่องโรงงานหรือมาตรฐานคุณภาพของสินค้า

ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะบางครั้งผู้บริโภคเห็นคำว่า Made in PRC แล้วอาจรู้สึกว่า “ดูเป็นสากลกว่า” หรือคิดว่าอาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้ผลิตในจีนแบบที่เคยเข้าใจ

แต่ความจริง ตัวอักษร PRC ไม่ได้เป็นใบรับประกันว่าสินค้าจะดีหรือไม่ดี

เช่นเดียวกับคำว่า Made in China เอง

สินค้าที่ผลิตในจีนมีตั้งแต่สินค้าราคาประหยัด สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ไปจนถึงชิ้นส่วนอุตสาหกรรม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และสินค้าที่ผลิตตามมาตรฐานเฉพาะของแบรนด์ระดับโลก

ดังนั้นจะตัดสินคุณภาพจากคำว่า PRC เพียงอย่างเดียวไม่ได้

ที่หลายคนเข้าใจว่า “PRC” คือการซ่อนคำว่า China จริงหรือไม่?

คำตอบที่ถูกต้องคือ ต้องระวังการสรุปเกินข้อมูล

มีการอธิบายกันอย่างแพร่หลายว่า ผู้ผลิตหรือผู้ขายบางรายเลือกใช้คำว่า PRC เพราะต้องการให้ฉลากดูเป็นทางการและเป็นสากลมากขึ้น ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า China แบบตรง ๆ ซึ่งในบางตลาดอาจมีภาพจำเกี่ยวกับสินค้าจีนอยู่แล้ว

ประเด็นเรื่องภาพลักษณ์ดังกล่าวมีอยู่จริงในวงการสื่อสารแบรนด์ และมีงานด้านการสร้างภาพลักษณ์ “Brand China” ที่กล่าวถึงการรับรู้ของผู้บริโภคต่อสินค้าจีนในตลาดต่างประเทศ รวมถึงความแตกต่างของทัศนคติในแต่ละประเทศ

แต่ถ้าจะเขียนว่า “ทุกแบรนด์ใช้ Made in PRC เพื่อหลอกผู้บริโภคและซ่อนว่าเป็นสินค้าจีน” แบบนั้นถือว่าแรงเกินหลักฐาน

เพราะการใช้คำย่อ PRC อาจเกิดจากหลายเหตุผล ทั้งรูปแบบการติดฉลาก การใช้ชื่อทางการของประเทศ ความต้องการให้ข้อความมีความเป็นสากล หรือข้อกำหนดเฉพาะของตลาดที่สินค้าไปจำหน่าย

ดังนั้น ผู้บริโภคควรมองเรื่องนี้อย่างมีเหตุผล ไม่ควรเห็นคำว่า PRC แล้วสรุปทันทีว่าสินค้ากำลังพยายามปิดบังอะไรบางอย่าง

ที่สำคัญกว่านั้น “Made in PRC” ไม่ได้บอกว่าสินค้าคุณภาพดีหรือแย่

นี่เป็นอีกเรื่องที่ผู้เขียนอยากเน้นเป็นพิเศษ

หลายคนอาจมีความเข้าใจว่า ถ้าสินค้าติดคำว่า Made in China หรือ Made in PRC ก็คงเป็นของราคาถูก หรือคุณภาพไม่ดี

แต่ในโลกการผลิตสมัยใหม่ การใช้ประเทศใดเป็นฐานการผลิตไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว

โรงงานหนึ่งในจีนอาจผลิตสินค้าราคาประหยัด ขณะที่อีกโรงงานหนึ่งอาจผลิตสินค้าตามข้อกำหนดที่เข้มงวดของบริษัทระดับโลก

สิ่งที่แตกต่างกันอาจเป็น

วัตถุดิบ

มาตรฐานโรงงาน

การควบคุมคุณภาพ

กระบวนการผลิต

การตรวจสอบสินค้า

มาตรฐานความปลอดภัย

การออกแบบ

ข้อกำหนดของเจ้าของแบรนด์

รวมถึงราคาที่บริษัทเจ้าของสินค้าเลือกกำหนด

ดังนั้น การเห็นคำว่า Made in PRC จึงควรทำให้เรารู้ว่า สินค้ามีความเกี่ยวข้องกับจีนในฐานะประเทศต้นกำเนิดตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับสินค้านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าของชิ้นนั้นดีหรือแย่โดยอัตโนมัติ

พูดอีกอย่างหนึ่งคือ

ประเทศผู้ผลิตกับคุณภาพสินค้าเป็นคนละเรื่องกัน

แล้วทำไมแบรนด์ต่างประเทศจำนวนมากจึงผลิตสินค้าในจีน?

คำตอบส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของโลก

จีนเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่มีระบบโรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน แรงงาน ผู้รับเหมาช่วง ระบบขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันเป็นจำนวนมาก

ในทางธุรกิจ บริษัทหนึ่งจึงอาจออกแบบสินค้าในประเทศหนึ่ง จัดหาชิ้นส่วนจากหลายประเทศ แล้วส่งไปผลิตหรือประกอบในอีกประเทศหนึ่ง ก่อนจะส่งสินค้าไปขายทั่วโลก

นี่คือเหตุผลว่าทำไมข้อความบนกล่องอย่าง “Made in...” จึงไม่ควรถูกตีความว่า ทุกชิ้นส่วนของสินค้าต้องมาจากประเทศนั้นทั้งหมด

หลักเกณฑ์เรื่องถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับหลายประเทศอาจพิจารณาจากกระบวนการผลิตและการแปรรูปตามกฎที่ใช้กับสินค้านั้น ๆ

ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกามีหลักเกณฑ์เรื่องประเทศต้นกำเนิดที่พิจารณาว่าการผลิตหรือการแปรรูปในประเทศอื่นทำให้เกิด “substantial transformation” หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

ดังนั้น คำว่า Made in PRC ไม่ควรถูกตีความแบบง่ายเกินไปว่า “วัตถุดิบทุกชิ้นมาจากจีนทั้งหมด”

มันเป็นเรื่องของ ถิ่นกำเนิดตามกฎที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น

แล้วคำว่า “Designed in” กับ “Made in” เหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน

นี่เป็นจุดที่ผู้บริโภคควรระวังอย่างมาก

ถ้ากล่องเขียนว่า

Designed in Japan

ความหมายโดยทั่วไปคือการออกแบบมีความเกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่น

แต่ไม่ได้แปลว่าสินค้านั้นผลิตในประเทศญี่ปุ่น

ในทางกลับกัน

Made in China

คือการระบุประเทศต้นกำเนิดตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับสินค้านั้น

ดังนั้น ถ้าเราเห็นข้อความประมาณว่า

“Designed in...”

“Engineered in...”

“Developed in...”

แล้วตามด้วยชื่อประเทศหนึ่ง

อย่าเพิ่งเข้าใจว่าสินค้าถูกผลิตในประเทศนั้น

เพราะคำว่า “ออกแบบ” กับ “ผลิต” เป็นคนละเรื่องกัน

บางบริษัทอาจมีทีมออกแบบอยู่ประเทศหนึ่ง แต่ใช้โรงงานในอีกประเทศหนึ่งผลิตสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่

แล้ว “Assembled in China” หมายถึงอะไร?

คำว่า Assembled แปลว่า “ประกอบ”

ดังนั้นถ้าสินค้าระบุว่า

Assembled in China

โดยทั่วไปต้องเข้าใจว่าเป็นการระบุว่ามีการประกอบสินค้าในจีน แต่เรื่อง “ประเทศต้นกำเนิด” ที่ใช้ในทางกฎหมายอาจต้องพิจารณาตามกฎของประเทศปลายทางและประเภทสินค้านั้น ๆ ไม่ควรเหมารวมจากคำว่า assembled เพียงคำเดียว

เรื่องนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ฉลากสินค้าหนึ่งชิ้นอาจมีข้อความหลายอย่าง และแต่ละข้อความมีความหมายไม่เหมือนกัน

เพราะฉะนั้น การอ่านฉลากจึงควรอ่านให้ครบ ไม่ใช่เห็นชื่อประเทศเพียงคำเดียวแล้วตัดสินทันที

ที่น่าสนใจคือ แม้แต่ “PRC” ก็ไม่ได้ใช้แทน “China” ได้ทุกประเทศ

นี่เป็นข้อมูลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สหรัฐอเมริกา

สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ หรือ CBP เคยมีคำวินิจฉัยหลายครั้งเกี่ยวกับการระบุประเทศต้นกำเนิดของสินค้าจากจีน โดยระบุว่า “PRC” เพียงอย่างเดียวไม่ใช่รูปแบบที่ยอมรับสำหรับการทำเครื่องหมายประเทศต้นกำเนิดในกรณีดังกล่าว ขณะที่ “China” หรือ “P.R. China” เป็นรูปแบบที่ยอมรับได้ตามแนวทางที่อ้างถึงในคำวินิจฉัยเหล่านั้น

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้บริโภคไม่ควรเชื่อคำอธิบายแบบเหมารวมว่า

“แบรนด์ใช้ PRC เพราะเป็นคำสากลที่ทุกประเทศยอมรับแทน China”

เพราะไม่จริงเสมอไป

กฎการติดฉลากของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน และการใช้คำย่อในเอกสารการค้ากับการใช้คำบนฉลากเพื่อผู้บริโภคก็อาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน

ในอดีต CBP ของสหรัฐฯ ก็มีคำวินิจฉัยชัดเจนว่าสินค้าที่ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถระบุ “China” หรือ “The People's Republic of China” ได้ แต่ “PRC” ไม่เป็นรูปแบบที่ยอมรับสำหรับการระบุถิ่นกำเนิดในกรณีที่พิจารณา

เรื่องนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า คำบนฉลากไม่ได้มีความหมายทางกฎหมายเหมือนกันทั่วโลก

แล้วถ้าเจอ Made in PRC บนสินค้าที่ซื้อในประเทศไทย ควรกังวลหรือไม่?

โดยตัวคำว่า Made in PRC เอง ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องกังวล

สิ่งที่ควรทำคือดูรายละเอียดอื่นประกอบ

เช่น

สินค้าเป็นของแบรนด์อะไร

มีผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่

มีข้อมูลผู้ผลิตชัดเจนหรือไม่

มีคำเตือนหรือข้อควรระวังครบหรือไม่

เป็นสินค้าประเภทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเฉพาะหรือไม่

มีมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

มีฉลากภาษาไทยตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ในกรณีที่สินค้าประเภทนั้นต้องมี

และที่สำคัญคือ ซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือหรือไม่

เพราะคำว่า Made in PRC บอกเพียงเรื่องประเทศต้นกำเนิด ไม่ได้บอกว่า “ผู้ขายรายนี้น่าเชื่อถือ” และไม่ได้รับรองว่าสินค้าปลอดภัยหรือมีคุณภาพสูง

อย่าเข้าใจผิดว่า Made in PRC = ของปลอม

เรื่องนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้เช่นกัน

สินค้าของแท้จากแบรนด์ต่างประเทศจำนวนมากสามารถผลิตในจีนได้

การผลิตในจีนไม่ได้ทำให้สินค้านั้นกลายเป็นของปลอม

ของปลอมหรือของแท้ต้องพิจารณาจากเรื่องสิทธิของเจ้าของแบรนด์ แหล่งจำหน่าย หมายเลขผลิตภัณฑ์ ระบบตรวจสอบสินค้า เอกสาร และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น หากมีคนพูดว่า

“เห็น Made in PRC ก็รู้แล้วว่าเป็นของปลอม”

ผู้เขียนขอให้ใจเย็นไว้ก่อน

เพราะเป็นการสรุปที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ

เช่นเดียวกับการพูดว่า

“Made in China แปลว่าของไม่ดี”

ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน

สิ่งที่ควรระวังคือ “ถิ่นกำเนิดสินค้า” กับ “แบรนด์” อาจเป็นคนละประเทศ

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า บริษัทหนึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่น มีสำนักงานออกแบบอยู่ญี่ปุ่น แต่ส่งสินค้าบางรุ่นไปผลิตในจีน

บนสินค้าอาจพบชื่อแบรนด์ญี่ปุ่น ขณะที่ฉลากระบุ Made in China หรือ Made in PRC

สองข้อความนี้ไม่ได้ขัดแย้งกัน

เพราะชื่อแบรนด์บอกว่า ใครเป็นเจ้าของหรือทำตลาดสินค้า

ขณะที่ Made in... ใช้บอก ประเทศต้นกำเนิดตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาซื้อสินค้า ผู้บริโภคไม่ควรใช้ “ประเทศผลิต” เป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสิน

แล้วการใช้ PRC เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดจริงหรือไม่?

ผู้เขียนมองว่า อาจมีส่วนในบางกรณี แต่ไม่ควรพูดว่าเป็นเหตุผลเดียว

เพราะในโลกการตลาด คำที่ใช้บนบรรจุภัณฑ์สามารถส่งผลต่อความรู้สึกของผู้บริโภคได้จริง

คำว่า “PRC” เป็นชื่อย่อที่มีความเป็นทางการมากกว่าในความรู้สึกของคนทั่วไป เมื่อเทียบกับคำว่า “China” ซึ่งเป็นชื่อประเทศที่ทุกคนคุ้นเคย

ผู้ผลิตบางรายจึงอาจมองว่าการใช้คำว่า People’s Republic of China หรือ PRC สอดคล้องกับรูปแบบการสื่อสารของบริษัทและตลาดที่ต้องการขาย

แต่เราไม่สามารถเอาเหตุผลนี้ไปเหมารวมกับสินค้าทุกชิ้น

เพราะ ไม่มีหลักฐานทั่วไปเพียงพอที่จะยืนยันว่าแบรนด์ทุกแบรนด์ที่ใช้ Made in PRC ตั้งใจใช้เพื่อหลบภาพลักษณ์ของคำว่า Made in China

เรื่องนี้จึงควรเขียนอย่างระมัดระวัง

หากเจอข้อความว่า “แบรนด์ดังทั้งหมดใช้ PRC เพื่อซ่อนว่าผลิตในจีน” ผู้เขียนเห็นว่าควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน เพราะคำกล่าวเช่นนั้นกว้างเกินไป

อีกเรื่องที่สำคัญมาก คือ “Made in PRC” ไม่ได้แปลว่าสินค้าผ่านมาตรฐานทุกอย่าง

นี่เป็นจุดที่ผู้บริโภคควรจำให้ขึ้นใจ

ประเทศต้นกำเนิดกับมาตรฐานสินค้าเป็นคนละเรื่อง

สมมุติว่ามีสินค้าสองชิ้น

ชิ้นแรกผลิตในจีนและผ่านข้อกำหนดของตลาดปลายทาง

อีกชิ้นผลิตในจีนเหมือนกัน แต่ไม่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของสินค้าประเภทนั้น

ทั้งสองชิ้นอาจมีคำว่า Made in China หรือ Made in PRC เหมือนกัน

ดังนั้น ตัวอักษรบนฉลากจึงไม่ใช่เครื่องหมายรับรองคุณภาพ

โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้สำหรับเด็ก อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย อาหาร เครื่องสำอาง หรือสินค้าเฉพาะทาง ผู้ซื้อควรตรวจสอบมาตรฐานและข้อมูลตามประเภทสินค้าเพิ่มเติม

อย่าดูเพียงคำว่า “Made in...” ให้ดูทั้งฉลาก

ในความเห็นของผู้เขียน นี่คือบทเรียนสำคัญที่สุดจากเรื่อง Made in PRC

ทุกวันนี้สินค้าหนึ่งชิ้นเดินทางผ่านหลายประเทศก่อนจะมาถึงมือผู้บริโภค

ประเทศหนึ่งอาจออกแบบ

อีกประเทศหนึ่งผลิตชิ้นส่วน

อีกประเทศหนึ่งประกอบ

แล้วส่งไปขายทั่วโลก

ดังนั้นการเห็นคำว่า Made in PRC ไม่ควรทำให้เราตกใจ และก็ไม่ควรทำให้เราหลงเชื่อว่าสินค้าดีหรือไม่ดีเพียงเพราะคำดังกล่าว

สิ่งที่ควรทำคือ อ่านฉลากให้ครบและพิจารณาข้อมูลทั้งหมด

เรื่อง “Made in Thailand” ก็ต้องระวังไม่แพ้กัน

ประเด็นนี้ยิ่งเห็นชัดจากข่าวของไทยในปี 2569

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากรร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศแถลงผลการตรวจสอบสินค้าที่มีการแสดงประเทศกำเนิดเป็นเท็จ โดยพบสินค้าที่นำเข้าจากจีนแต่ระบุบนผลิตภัณฑ์ว่า Made in Thailand รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท

กรณีดังกล่าวทำให้เห็นอย่างหนึ่งว่า

“ข้อความ Made in...” ไม่ใช่เรื่องเล็ก

เพราะประเทศต้นกำเนิดมีความสำคัญทั้งต่อการค้า ภาษี สิทธิประโยชน์ทางการค้า และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

หากมีการแสดงประเทศกำเนิดเป็นเท็จ ย่อมมีผลทางกฎหมายและทางเศรษฐกิจตามมา

เพราะฉะนั้น เมื่อเราพบคำว่า Made in PRC สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การตกใจว่ามันคือประเทศอะไร แต่ควรเข้าใจให้ถูกต้องว่า นี่คือการระบุประเทศจีนด้วยชื่อทางการ

แล้วทำไมบางครั้งเราไม่เห็นคำว่า China เลย?

เหตุผลหนึ่งก็คือผู้ผลิตแต่ละรายอาจเลือกใช้รูปแบบข้อความแตกต่างกันตามตลาดและรูปแบบฉลาก

บางผลิตภัณฑ์อาจเขียนว่า

Made in China

บางผลิตภัณฑ์เขียนว่า

Made in PRC

บางรายการอาจมีข้อความอื่นเกี่ยวกับการออกแบบหรือการประกอบเพิ่มเติม

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคสับสนได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นกับคำย่อภาษาอังกฤษ

แต่เมื่อรู้แล้วว่า PRC ย่อมาจาก People’s Republic of China เรื่องก็ไม่ได้ลึกลับอีกต่อไป

สรุปสั้น ๆ สำหรับคนที่เพิ่งรู้วันนี้

ถ้าพบคำว่า

Made in PRC

ให้จำง่าย ๆ ว่า

PRC = People’s Republic of China

และ

Made in PRC = ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือประเทศจีน

ไม่ได้หมายถึงประเทศใหม่

ไม่ได้หมายถึงฮ่องกง

ไม่ได้หมายถึงไต้หวัน

ไม่ได้หมายถึงประเทศอื่น

และไม่ได้เป็นเครื่องหมายรับรองว่าสินค้าคุณภาพดีหรือไม่ดี

ส่วนเหตุผลที่ผู้ผลิตเลือกใช้คำว่า PRC แทน China อาจเกี่ยวข้องกับรูปแบบการสื่อสาร ภาพลักษณ์ หรือความเหมาะสมกับตลาดในบางกรณี แต่ไม่ควรเหมารวมว่าทุกบริษัทใช้คำนี้เพื่อปกปิดประเทศจีน

ที่สำคัญกว่านั้นคือ กฎเรื่องการระบุประเทศต้นกำเนิดแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยของ CBP ที่ระบุว่า “PRC” เพียงอย่างเดียวไม่ใช่รูปแบบที่ยอมรับสำหรับการทำเครื่องหมายประเทศต้นกำเนิดในบางกรณี ขณะที่ “China” หรือ “P.R. China” เป็นรูปแบบที่ยอมรับได้

จึงไม่ควรเชื่อว่า Made in PRC เป็นคำที่ใช้แทน Made in China ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในทุกประเทศและทุกกรณี

 

ในมุมมองของผู้เขียน เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า บางครั้งตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัวบนฉลากก็ทำให้คนเข้าใจผิดได้

โดยเฉพาะคนรุ่นเรา เมื่อเห็นคำว่า Made in China ก็มักจะรู้ทันทีว่า “ผลิตจากจีน” แต่พอเปลี่ยนเป็น Made in PRC กลับต้องหยุดคิดว่า “PRC นี่ประเทศอะไร?”

ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นประเทศเดียวกัน

ผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่คำว่า PRC แต่คือการที่ผู้บริโภคบางคนเอาคำดังกล่าวไปผูกกับคุณภาพของสินค้าโดยอัตโนมัติ

ถ้าเห็น Made in PRC แล้วคิดว่า “ของจีนแน่ ๆ ต้องไม่ดี” ก็อาจตัดสินเร็วเกินไป

แต่ถ้าเห็น Made in PRC แล้วคิดว่า “ดูเป็นทางการ แสดงว่าต้องเป็นของคุณภาพสูง” ก็ผิดอีกเช่นกัน

ตัวอักษรบนฉลากไม่ได้เป็นคนบอกคุณภาพของสินค้า

สิ่งที่บอกคุณภาพจริง ๆ ต้องดูตั้งแต่ผู้ผลิต มาตรฐาน กระบวนการผลิต วัสดุ การควบคุมคุณภาพ การรับประกัน ตลอดจนความน่าเชื่อถือของผู้ขาย

และหากเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ยิ่งไม่ควรใช้ประเทศต้นกำเนิดเพียงอย่างเดียวเป็นตัวตัดสิน

อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนอยากฝากไว้ก็คือ ในยุคที่สินค้าจากทั่วโลกเข้ามาอยู่ในบ้านเรา การอ่านฉลากให้เป็นถือเป็นเรื่องสำคัญ

อย่าเห็นคำว่า Designed in Japan แล้วคิดว่าผลิตญี่ปุ่น

อย่าเห็นชื่อแบรนด์ฝรั่งแล้วคิดว่าผลิตในประเทศเจ้าของแบรนด์

และอย่าเห็น Made in PRC แล้วคิดว่าเป็นประเทศอื่น

เพียงจำไว้ว่า PRC คือชื่อย่อของ People’s Republic of China หรือสาธารณรัฐประชาชนจีน

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือ

Made in PRC ก็คือ Made in China ในแง่ที่หมายถึงประเทศจีน

เพียงแต่รายละเอียดทางกฎหมายของการใช้ข้อความดังกล่าวบนฉลากอาจแตกต่างกันตามประเทศปลายทางและประเภทสินค้า

ดังนั้น คราวหน้าหากหยิบสินค้าแล้วเห็นตัวอักษร Made in PRC ก็ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นประเทศใหม่ และไม่ต้องรีบตัดสินว่าสินค้าดีหรือไม่ดี

อ่านฉลากให้ครบ ตรวจสอบผู้ผลิต ดูมาตรฐาน และพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ขายก่อนตัดสินใจซื้อ

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว “ผลิตที่ไหน” เป็นเพียงข้อมูลหนึ่งของสินค้า แต่ “ผลิตอย่างไร และผ่านมาตรฐานอะไร” ต่างหากที่ควรนำมาพิจารณาควบคู่กัน

หมายเหตุสำคัญ: ข้อความ “Made in PRC” ไม่ควรถูกนำไปตีความว่าเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพ และเหตุผลด้าน “กลยุทธ์ทางการตลาด” ควรใช้คำว่า “อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลของผู้ผลิตบางราย” มากกว่าจะกล่าวเหมารวมว่าเป็นเหตุผลของทุกแบรนด์ เพราะหลักฐานเกี่ยวกับเจตนาของผู้ผลิตแต่ละรายแตกต่างกัน

แหล่งที่มาของข้อมูล:

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 25 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569เปิดตำนาน “เหรียญ 10 บาท ปี 33” ธนารักษ์ประเดิมระบบประมูลดิจิทัล เคาะสนั่น 52 ครั้ง จบที่ 2.54 ล้านบาทชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก"เกแว็ง กัสโตร" ล้มลงคาสนามแดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?จากมัมมี่โบราณถึงสุสานวาฬ 5 ร่องรอยลึกลับแห่งอาตากามา5 ต้นไม้ ปลูกครั้งเดียว เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานหลายสิบปี9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามมีคนนำเหรียญจำนวนมากไปใส่ในตู้เอทีเอ็มของธนาคารจนเครื่องติดขัดฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?เปิดศึก “ดาต้าเซ็นเตอร์” ไทย! เงินสะพัด 5 โมเดล ใครชิงตลาด AI
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตำรวจคลองท่อมลุดกวาดล้างอาชญากรรม จับ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้าเปิดตำนาน “เหรียญ 10 บาท ปี 33” ธนารักษ์ประเดิมระบบประมูลดิจิทัล เคาะสนั่น 52 ครั้ง จบที่ 2.54 ล้านบาทจากมัมมี่โบราณถึงสุสานวาฬ 5 ร่องรอยลึกลับแห่งอาตากามามีคนนำเหรียญจำนวนมากไปใส่ในตู้เอทีเอ็มของธนาคารจนเครื่องติดขัด5 ต้นไม้ ปลูกครั้งเดียว เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานหลายสิบปีเปิดศึก “ดาต้าเซ็นเตอร์” ไทย! เงินสะพัด 5 โมเดล ใครชิงตลาด AI
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
เปิดศึก “ดาต้าเซ็นเตอร์” ไทย! เงินสะพัด 5 โมเดล ใครชิงตลาด AIแมลงสาบเยอรมัน มาจากไหน ทำไมบ้านสะอาดยังเจอ พร้อมวิธีตัดวงจรให้หายขาดน้ำส้มสายชูไม่ได้มีดีแค่ปรุงอาหาร !ทำไมพวกเขาจึงหนีออกจากเต็นท์กลางหิมะ?
ตั้งกระทู้ใหม่