หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

งานของเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหนเมื่อ AI เข้ามา?

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ประเด็นเศรษฐกิจไทยที่กำลังถูกจับตาไม่ได้มีแค่ตัวเลขการเติบโตหรือราคาสินค้า แต่มีเรื่องหนึ่งที่แทรกอยู่ในชีวิตการทำงานแทบทุกโต๊ะ นั่นคือ AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่บริษัทมองคนทำงาน และกำลังแยกให้เห็นชัดขึ้นว่า งานแบบไหนยังต้องใช้มนุษย์ งานแบบไหนให้เครื่องมือช่วยได้ และงานแบบไหนอาจหายไปทีละส่วน

รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกของปี 2569 ระบุว่า แรงงานไทยราว 8.7 ล้านคน หรือมากกว่าหนึ่งในห้าของแรงงานทั้งหมด มีโอกาสได้รับผลกระทบจาก Generative AI ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าคนทั้ง 8.7 ล้านคนจะตกงานพร้อมกัน แต่หมายถึงลักษณะงานในแต่ละวันอาจเปลี่ยนไปจนคนทำงานต้องปรับตัวตาม

ในกลุ่มนี้มีประมาณ 2.2 ล้านคนที่ทำงานบางส่วนซ้ำกับสิ่งที่ AI ทำได้ เช่น พิมพ์เอกสาร สรุปข้อมูล จัดตาราง ตรวจตัวเลข ร่างข้อความ ตอบคำถามพื้นฐาน หรือค้นข้อมูลจากเอกสารจำนวนมาก งานเหล่านี้เคยกินเวลาหลายชั่วโมงของคนทำงาน แต่ตอนนี้เครื่องมือสามารถจัดการขั้นต้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

สิ่งที่เปลี่ยนจึงอาจไม่ใช่การปิดโต๊ะทำงานทันที แต่เป็นการลดจำนวนคนที่ต้องทำงานแบบเดิม บริษัทหนึ่งเคยใช้พนักงานหลายคนเพื่อรวบรวมข้อมูลจากไฟล์ต่าง ๆ อาจเหลือคนจำนวนน้อยลง แล้วให้คนที่เหลือทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ตัดสินใจ และแก้ปัญหาที่เครื่องมือยังจัดการไม่ได้

งานเสมียน เลขานุการ บัญชี การเงิน ประชาสัมพันธ์ งานวิเคราะห์ข้อมูล และงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นกลุ่มที่ต้องจับตา เพราะมีขั้นตอนซ้ำและมีข้อมูลให้ประมวลผลจำนวนมาก หากทักษะของคนทำงานหยุดอยู่แค่การทำตามคำสั่งเดิม ความได้เปรียบจะลดลงเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

แต่อีกด้านหนึ่ง แรงงานประมาณ 6.5 ล้านคนอาจใช้ AI เป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ งานขายอาจใช้ระบบช่วยดูประวัติลูกค้าและเตรียมข้อเสนอ งานขนส่งอาจใช้ระบบวางเส้นทาง งานบริหารอาจใช้เครื่องมือช่วยอ่านตัวเลขและจำลองทางเลือก ส่วนช่าง แพทย์ ครู นักออกแบบ หรือเจ้าของกิจการ อาจทำงานได้เร็วขึ้นเมื่อมีผู้ช่วยดิจิทัลอยู่ข้างตัว

ความแตกต่างระหว่างสองกลุ่มไม่ได้อยู่ที่ชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่สัดส่วนของงานประจำกับงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ งานที่ต้องเข้าใจอารมณ์คน งานที่ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ และงานที่ต้องตัดสินใจจากสถานการณ์จริงยังต้องอาศัยมนุษย์มาก เพราะข้อมูลที่ดีไม่ได้แปลว่าจะนำไปใช้ได้ถูกต้องทุกครั้ง

คนทำงานจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอาชีพไปเป็นโปรแกรมเมอร์ทั้งหมด การเริ่มต้นที่เหมาะกว่า คือเลือกเครื่องมือให้ตรงกับงานของตัวเอง แล้วดูว่าส่วนไหนเสียเวลาเป็นประจำ เช่น การทำรายงาน การตอบข้อความ การค้นเอกสาร การสรุปประชุม หรือการจัดข้อมูล จากนั้นฝึกให้ AI ช่วยงานส่วนนั้น พร้อมตรวจคำตอบทุกครั้งก่อนนำไปใช้

ทักษะที่มีค่าขึ้นเรื่อย ๆ คือการตั้งคำถามให้ชัด การตรวจความผิดพลาด การอธิบายงานให้คนอื่นเข้าใจ และการรู้ว่าเมื่อไรควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อผลลัพธ์จากเครื่องมือ คนที่ใช้ AI ได้ดีไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่รู้คำสั่งซับซ้อนที่สุด แต่ต้องเข้าใจงานของตัวเองมากพอจะเห็นว่า ผลลัพธ์แบบไหนใช้ได้ ผลลัพธ์แบบไหนเสี่ยงสร้างความเสียหาย

สำหรับคนที่ยังหางานอยู่ เรื่องนี้ยิ่งควรใส่ใจ เพราะใบสมัครที่บอกเพียงว่าใช้โปรแกรมพื้นฐานได้ อาจไม่สะท้อนความสามารถในตลาดงานที่กำลังเปลี่ยน นายจ้างเริ่มมองหาคนที่ทำงานได้ครบตั้งแต่เข้าใจปัญหา ใช้เครื่องมือช่วยค้นทางเลือก ตรวจสอบข้อมูล และรับผิดชอบผลงานจนจบ

สำหรับคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว การรอให้บริษัทประกาศอบรมอาจช้าเกินไป ลองเริ่มจากงานหนึ่งอย่างที่ทำซ้ำทุกสัปดาห์ แล้วทดลองลดเวลาทำงานด้วย AI อย่างปลอดภัย เก็บผลลัพธ์ไว้เปรียบเทียบ และเรียนรู้ข้อจำกัดไปพร้อมกัน เพราะวันที่เครื่องมือใหม่เข้ามาถึงโต๊ะทำงาน ความคุ้นเคยที่สะสมไว้จะช่วยให้ปรับตัวได้ทันกว่าการเริ่มจากศูนย์

AI จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนทำงานสายเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของพนักงานออฟฟิศ คนขายของ คนขับรถ เจ้าของร้าน นักเรียนจบใหม่ และคนที่กำลังวางแผนอาชีพ ทุกคนอาจไม่ได้ใช้เครื่องมือแบบเดียวกัน แต่ทุกคนกำลังอยู่ในตลาดแรงงานเดียวกัน และตลาดนั้นกำลังให้รางวัลกับคนที่เรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569จูบแรกทำไมถึงทำให้เราชอบหรือถอยห่าง?ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกแดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำใช้มือถือกลางฝนเสี่ยงฟ้าผ่าหรือไม่? ความจริงที่ควรรู้ก่อนพายุมาแม่เดือด! ลูกสาวถูกพี่ในโรงเรียนด่าทอ-ตามรังแก ก่อนเรื่องลามถึงผู้ปกครองอาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามเปิดสถิติเลขท้าย 3 ตัว งวด 1 กันยายน ย้อนหลัง 10 ปีส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทยทำไมบางคนร้องไห้หลังมีเซ็กซ์ทั้งที่ไม่ได้เสียใจ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ใช้มือถือกลางฝนเสี่ยงฟ้าผ่าหรือไม่? ความจริงที่ควรรู้ก่อนพายุมาเปิดสำรับเขมร 6 เมนูดัง ตั้งแต่อาม็อกปลาถึงซัมลอร์กอร์กอร์แม่เดือด! ลูกสาวถูกพี่ในโรงเรียนด่าทอ-ตามรังแก ก่อนเรื่องลามถึงผู้ปกครองอาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามอำพล–มาช่า คู่รักในตำนาน แม้เส้นทางรักจบลง แต่ความผูกพันยังคงอยู่ช่วงไข่ตกทำให้ผู้หญิงเปลี่ยนสเปกจริงไหม?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ช็อกวงการแฟชั่น! กระเป๋าใบละแสน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก "ถุงกระสอบไทย"8 อาหารที่ช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มความจำให้คนทำงานหนัก3 เหตุผลทางใจ ทำไมเราถึงจำเรื่องของ 'รักแรก' ได้ดีกว่าแฟนคนปัจจุบัน?ทำไมเรื่องอันตรายถึงดึงสายตาเราได้เสมอ?
ตั้งกระทู้ใหม่