หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความลับของ "ภาพถ่ายหลอนๆ" ทำไมคนโบราณต้องถ่ายรูปคู่กับศพ?


เขียนโดย savia01

 

ยามเปิดกรุรูปภาพโบราณในยุควิกตอเรีย (ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19) หลายคนอาจเคยสะดุ้งกับภาพถ่ายขาวดำของคนสมัยก่อนที่ยืนนิ่งแววตาสูญเสียความรู้สึก หรือภาพเด็กน้อยนอนหลับอยู่บนเบาะที่ดูงดงามราวกับเทพนิยาย แต่เมื่อเพ่งมองอย่างละเอียด กลับพบความลับอันชวนขนลุกว่า บุคคลในภาพเหล่านั้น "ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว" ปรากฏการณ์นี้คือธรรมเนียมการถ่ายภาพคนตายที่เรียกว่า Post-Mortem Photography (หรือ Memento Mori) ซึ่งฟังดูสยดสยองในสายตาคนยุคปัจจุบัน แต่กลับเป็นประเพณีอันลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความรักของคนในยุคนั้น

 

ในยุควิกตอเรีย เทคโนโลยีการถ่ายภาพเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นและมีราคาแพงมหาศาล ภาพถ่ายหนึ่งภาพคือสิ่งหรูหราที่ชนชั้นกลางหรือคนธรรมดาทั่วไปไม่อาจไขว่คว้าได้ตลอดช่วงชีวิต ประกอบกับวิทยาการทางการแพทย์ในยุคนั้นยังไม่เจริญ อัตราการเสียชีวิตของเด็กเล็กจากโรคระบาดจึงสูงลิ่ว ครอบครัวส่วนใหญ่จึงไม่เคยมีโอกาสได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำเลยแม้แต่ภาพเดียว ยามเมื่อบุคคลอันเป็นที่รัก ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อยหรือคู่ชีวิต ต้องมาจากไปอย่างกะทันหัน ช่วงเวลาก่อนการนำร่างไปฝังใต้ผืนดิน จึงเป็น "โอกาสเดียวและโอกาสสุดท้าย" ที่ครอบครัวจะได้บันทึกเงาร่างและใบหน้าของคนที่รักเอาไว้ตลอดกาล

การถ่ายภาพคนตายในยุคนั้นถูกจัดฉากอย่างประดิดประดอย ช่างภาพจะใช้เทคนิคพิเศษเพื่อทำให้ร่างไร้วิญญาณดูเหมือนยังมีชีวิตมากที่สุด ตั้งแต่การจัดท่าทางให้เหมือนกำลังนอนหลับอย่างสงบ การใช้อุปกรณ์เหล็กยึดหลังและคอเพื่อดึงร่างให้ยืนขึ้น แต่งแต่งแต้มสีแดงลงบนพวงแก้มของภาพขาวดำ หรือแม้กระทั่งการเขียนสีลงบนเปลือกตาของศพเพื่อให้ดูเหมือนตากำลังเปิดอยู่ ครอบครัวจะแต่งตัวด้วยชุดที่ดีที่สุด และมายืนโพสท่าถ่ายรูปเคียงข้างศพของลูกหรือญาติพี่น้องอย่างแนบชิด โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัว

ภาพถ่าย Memento Mori จึงไม่ใช่เรื่องของความพิเรนทร์หรือความหลงใหลในความตาย แต่คือสัญลักษณ์แห่งความอาลัยอาวรณ์ขั้นสุด เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจชิ้นสุดท้ายที่ช่วยยืนยันว่า บุคคลอันเป็นที่รักเคยมีตัวตนอยู่จริงบนโลกใบนี้ ก่อนที่กาลเวลาและร่างในตลับภาพจะถูกกลืนหายไปตลอดกาล

เนื้อหาโดย: savia01
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
savia01's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 98 ครั้ง
เขียนโดย savia01
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยโรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนหมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนมะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนเปิดเงินเดือนตำรวจและทหารแต่ละระดับชั้น ได้รับค่าตอบแทนอะไรเพิ่มเติมบ้างใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพงทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"
ตั้งกระทู้ใหม่