4 เรื่องแปลกในต่างประเทศที่มีอยู่จริง เปิดโลกเทศกาลและธรรมเนียมไม่เหมือนใคร
เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ สิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจอาจไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นเทศกาล ความเชื่อ และพิธีกรรมที่คนท้องถิ่นมองว่าเป็นเรื่องปกติ บทความนี้ชวนทำความรู้จักเรื่องแปลกในต่างประเทศที่มีอยู่จริง พร้อมมองให้ลึกกว่าความน่าตกใจว่าแต่ละประเพณีสะท้อนประวัติศาสตร์และตัวตนองชุมชนอย่างไร
ทำไมเรื่องแปลกในต่างประเทศจึงน่าสนใจ
คำว่า “แปลก” ในบทความนี้ไม่ได้หมายถึงผิดหรือด้อยกว่า แต่หมายถึงสิ่งที่แตกต่างจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวันองคนไทย ประเพณีหนึ่งอาจดูเหลือเชื่อเมื่อมองจากภายนอก ทว่าเมื่อพิจารณาที่มาอย่างละเอียด เรามักพบว่ามีความทรงจำร่วม ความเชื่อทางศาสนา หรือความสัมพันธ์องคนในชุมชนซ่อนอยู่ การเปิดใจมองบริบทจึงสำคัญกว่าการตัดสินจากภาพแรกเห็น
หลายกิจกรรมที่กำลังจะกล่าวถึงยังเป็นเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่ผู้มาเยือนควรเคารพกติกาองพื้นที่ ไม่เ้าไปัดวางพิธีกรรม และไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เพราะความแปลกใหม่องเราอาจเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความหมายอย่างลึกซึ้งสำหรับคนท้องถิ่น
1. La Tomatina เทศกาลปามะเือเทศในสเปน
ที่เมืองบูญอล แคว้นบาเลนเซีย ประเทศสเปน มีเทศกาลที่ผู้คนออกมาปามะเือเทศใส่กันจนถนนทั้งสายกลายเป็นสีแดง เทศกาลนี้ชื่อว่า La Tomatina จัดึ้นในวันพุธสุดท้ายองเดือนสิงหาคม และได้รับการจัดให้เป็นงานเทศกาลที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวองสเปน [1]
้อมูลจาก Spain.info ระบุว่า จุดเริ่มต้นองเทศกาลย้อนกลับไปถึงเหตุทะเลาะกันองเด็ก ๆ ในปี ค.ศ. 1945 ก่อนจะพัฒนากลายเป็นงานประจำปีที่ผู้คนมาร่วมสนุกกัน การปามะเือเทศจึงไม่ใช่การแ่งันที่ต้องมีผู้ชนะหรือผู้แพ้ แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างบรรยากาศสนุกสนานและเปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลายประเทศได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
ภาพองผู้เ้าร่วมที่เปื้อนน้ำมะเือเทศตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอาจดูวุ่นวายมาก แต่ภายในงานมีการควบคุมพื้นที่และกำหนดเวลาที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่สนใจควรตรวจสอบกฎองงานและการจำหน่ายบัตรจากช่องทางทางการก่อนเดินทาง เพราะวันจัดงานและเงื่อนไอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี
2. El Colacho ชายแต่งเป็นปีศาจกระโดด้ามทารกในสเปน
อีกหนึ่งเรื่องแปลกในต่างประเทศที่หลายคนเห็นแล้วต้องหยุดดู คือเทศกาล El Colacho ในหมู่บ้าน Castrillo de Murcia ประเทศสเปน ในพิธีนี้ชายที่รับบทเป็นปีศาจจะกระโดด้ามทารกที่นอนอยู่บนฟูกกลางถนน ฟังดูน่าหวาดเสียว แต่สำหรับชุมชนแล้วพิธีดังกล่าวมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการับไล่สิ่งชั่วร้ายและการคุ้มครองเด็ก
National Geographic รายงานว่าเทศกาลนี้มีหลักฐานย้อนไปถึงช่วงทศวรรษ 1620 และจัดึ้นในวันอาทิตย์หลังเทศกาล Corpus Christi พิธีผสมผสานความเชื่อคาทอลิกกับรากประเพณีพื้นบ้าน ชายที่แต่งกายเป็นปีศาจจะวิ่งไปตามถนน ณะที่ผู้เ้าร่วมพิธีสวมหน้ากากสีแดงและสีเหลือง ก่อนจะมีช่วงสำคัญที่เรียกว่า “การกระโดดองโคลาโช” [2]
ตามความเชื่อดั้งเดิม การกระโดด้ามเด็กเป็นเหมือนการับไล่บาป โรคภัย และโชคร้ายออกไปจากชีวิตองทารก หลังพิธี เด็ก ๆ จะได้รับการโปรยกลีบกุหลาบแล้วส่งคืนให้ผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม ประเพณีนี้ยังเป็นหัว้อถกเถียงเรื่องความปลอดภัยและความเหมาะสม การนำเสนอเรื่องนี้จึงควรแยก “ความหมายทางวัฒนธรรม” ออกจาก “ความเสี่ยงองกิจกรรม” และไม่ควรเลียนแบบโดยเด็ดาด
3. Up Helly Aa เทศกาลไฟกลิ่นอายไวกิงในหมู่เกาะเชตแลนด์
ในพื้นที่เชตแลนด์ทางตอนเหนือองสกอตแลนด์ ชุมชนต่าง ๆ จัดเทศกาลไฟ Up Helly Aa ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ผู้คนแต่งกายอำพรางตัว ถือคบเพลิงเดินบวนผ่านถนน และร่วมร้องเพลงหรือเต้นรำตลอดคืน เทศกาลนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกไวกิงองหมู่เกาะ และถือเป็นหนึ่งในงานเฉลิมฉลองประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดองเชตแลนด์ [3]
เว็บไซต์ Shetland.org ระบุว่าในแต่ละปีมีงาน Up Helly Aa ราว 11 แห่งกระจายอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ โดยงานใหญ่ที่สุดคือ Lerwick Up Helly Aa ซึ่งจัดในวันอังคารสุดท้ายองเดือนมกราคม สิ่งที่ทำให้งานนี้โดดเด่นไม่ใช่แค่เปลวไฟ แต่คือการที่คนในท้องถิ่นร่วมกันเตรียมบวน เครื่องแต่งกาย ดนตรี และพิธีกรรมเป็นเวลานาน งานจึงทำหน้าที่เชื่อมคนหลายรุ่นเ้าด้วยกัน
สำหรับนักท่องเที่ยว ภาพคบเพลิงจำนวนมากท่ามกลางความมืดดูอลังการและแปลกตา แต่ไฟก็มีความเสี่ยง ผู้เ้าชมควรยืนในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่เ้าใกล้บวนโดยพลการ และติดตามประกาศองผู้จัดงาน เนื่องจากสภาพอากาศองเกาะในช่วงฤดูหนาวอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
4. โลงศพแฟนซีองชาวกานา: จากอาชีพสู่ผลงานศิลปะชิ้นสุดท้าย
เรื่องแปลกในต่างประเทศบางอย่างไม่ได้เกิดึ้นในเทศกาล แต่ปรากฏในช่วงเวลาที่เกี่ยว้องกับความตาย หนึ่งในตัวอย่างที่มีชื่อเสียงคือ โลงศพแฟนซีองชาว Ga ในกรุงอักกรา ประเทศกานา โลงศพเหล่านี้อาจทำเป็นรูปปลา รถยนต์ เครื่องดนตรี เครื่องมืออาชีพ หรือวัตถุที่สะท้อนชีวิตองผู้เสียชีวิต
Associated Press อธิบายว่าโลงศพประเภทนี้เป็นศิลปะแบบดั้งเดิมองกานาที่เรียกว่า Abebuo ซึ่งแปลได้ว่า “สุภาษิต” เพราะรูปทรงองโลงทำหน้าที่เป็นคำเปรียบเปรยหรือ้อความสุดท้ายเกี่ยวกับตัวตนองผู้จากไป [4] หากผู้เสียชีวิตเคยเป็นคนายปลา โลงอาจถูกสร้างเป็นรูปปลาชนิดที่เกี่ยว้องกับอาชีพองเา ส่วนรูปสิงโตมีความหมายเชื่อมโยงกับอำนาจและใช้กับผู้นำบางกลุ่ม ณะที่บางตระกูลมีสัญลักษณ์เฉพาะองตนเอง
ครอบครัวจะร่วมพูดคุยกับช่างไม้เพื่อเลือกแบบ บางบ้านมีภาพในใจอยู่แล้ว ณะที่บางบ้านอให้ช่างช่วยแนะนำรูปทรงที่เหมาะสม การทำโลงจึงเป็นทั้งงานช่าง งานศิลปะ และการบอกเล่าเรื่องราวองคนคนหนึ่ง แตกต่างจากภาพจำองโลงศพที่มักสื่อถึงความเศร้าเพียงอย่างเดียว ประเพณีนี้สะท้อนแนวคิดว่าพิธีศพสามารถเป็นการเฉลิมฉลองชีวิตและมรดกองผู้เสียชีวิตได้ด้วย
5. ความแปลกที่ควรมองด้วยความเ้าใจ ไม่ใช่การล้อเลียน
เมื่อเห็นภาพผู้คนปามะเือเทศ ชายแต่งเป็นปีศาจกระโดด้ามทารก บวนคบเพลิง หรือโลงศพรูปปลา ปฏิกิริยาแรกองเราอาจเป็นความรู้สึกว่า “แปลกมาก” แต่เรื่องราวเหล่านี้มีสิ่งหนึ่งร่วมกัน นั่นคือการใช้กิจกรรมที่เป็นรูปธรรมเพื่อสื่อความหมายที่จับต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความสนุก ความหวัง การปกป้อง ความทรงจำ หรือความภาคภูมิใจในรากเหง้าองชุมชน
การเดินทางที่ดีจึงไม่ใช่การสะสมภาพแปลก ๆ เพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่คือการเรียนรู้ว่าผู้คนในสถานที่นั้นให้คุณค่ากับอะไร หากมีโอกาสไปเยือน ควรศึกษากฎองงานล่วงหน้า แต่งกายเหมาะสม ออนุญาตก่อนถ่ายภาพ และหลีกเลี่ยงการเรียกประเพณีท้องถิ่นด้วยคำที่ทำให้เจ้าองวัฒนธรรมรู้สึกถูกดูหมิ่น
สรุป
เรื่องแปลกในต่างประเทศที่มีอยู่จริงมักไม่ได้แปลกเพราะไร้เหตุผล แต่แปลกเพราะเราไม่คุ้นเคยกับประวัติศาสตร์และระบบความเชื่อองพื้นที่นั้น ตั้งแต่เทศกาลปามะเือเทศในบูญอล พิธี El Colacho ในสเปน เทศกาลไฟ Up Helly Aa ในเชตแลนด์ ไปจนถึงโลงศพแฟนซีองกานา ทุกตัวอย่างแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ใช้พิธีกรรมเพื่อสร้างความสนุก ส่งต่อความทรงจำ และยืนยันความเป็นชุมชน
หากบทความนี้ทำให้คุณอยากเปิดโลกมากึ้น ลองเริ่มจากการค้นคว้า้อมูลองสถานที่ที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการ และจำไว้ว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมควรนำไปสู่ความเ้าใจ ไม่ใช่การตัดสิน เพราะนั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงองการเดินทาง
แหล่งที่มา
[1] Spain.info — La Tomatina tomato festival: https://www.spain.info/en/calendar/la-tomatina/
[2] National Geographic — Look Inside Spain’s Unusual Baby Jumping Festival: https://www.nationalgeographic.com/culture/article/el-colacho-baby-jumping-festival-murcia-spain
[3] Shetland.org — Up Helly Aa Fire Festivals: https://www.shetland.org/visit/do/up-helly-aa-fire-festivals
[4] AP News — Ghana’s fantasy coffins are a colorful celebration of life and legacy: https://apnews.com/article/ghana-fantasy-coffins-funerals-accra-tradition-01220db5b2e240a12ae8e4ba8820f993
เรียบเรียงโดย Manus AI เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2026
อ้างอิง:
https://www.spain.info/en/calendar/la-tomatina/
https://www.nationalgeographic.com/culture/article/el-colacho-baby-jumping-festival-murcia-spain
https://www.shetland.org/visit/do/up-helly-aa-fire-festivals
https://apnews.com/article/ghana-fantasy-coffins-funerals-accra-tradition-01220db5b2e240a12ae8e4ba8820f993
เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
เจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 2569
ความจริงของการ "พูดคนเดียว" ที่จริงๆ แล้วเป็นสัญญาณของคนฉลาด?
ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
แกะเลขเด็ด ท้าวเวสสุวรรณ–ไอ้ไข่ งวด 1 ก.ย. 69
สีอุจจาระเปลี่ยนแบบไหนและเมื่อไรควรรีบไปพบแพทย์ทันที?
AI วิเคราะห์สถิติย้อนหลัง เปิดเลขท้าย 2 ตัว “ซ้ำบ่อยสุด” ก่อนหวยงวด 1 กันยายน 2569
สาวสุดทน! โพสต์ระบายชีวิตคู่ 5 ปี อยากเลิกเหตุแฟนติดเซ็กส์หนัก-ตื๊อทุกวันจนเหนื่อยล้า
ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 กันยายน
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่คนกัมพูชานิยมเข้ามาทำงานอยู่มากที่สุด
เครื่องปรุงบนโต๊ะก๋วยเตี๋ยวเสี่ยงแค่ไหน?
สีอุจจาระเปลี่ยนแบบไหนและเมื่อไรควรรีบไปพบแพทย์ทันที?
สาวสุดทน! โพสต์ระบายชีวิตคู่ 5 ปี อยากเลิกเหตุแฟนติดเซ็กส์หนัก-ตื๊อทุกวันจนเหนื่อยล้า
ความจริงของการ "พูดคนเดียว" ที่จริงๆ แล้วเป็นสัญญาณของคนฉลาด?
จากเปลือกหอยสัจธรรม สู่มรดกพันปี: เรื่องราวของช่างฝีมือไทยผู้ชุบชีวิต “งานประดับมุก” ให้มีมูลค่าหลักแสน
เผยความลับใต้ทะเลลึก! สแกนเจอ "จานบินเอเลี่ยน" แต่ความจริงกลับพลิกประวัติศาสตร์มนุษยชาติ!?
ความจริงของการ "พูดคนเดียว" ที่จริงๆ แล้วเป็นสัญญาณของคนฉลาด?
ประวัติศาสตร์หนังกลางแปลง