งูกัดต้องทำอย่างไร? สิ่งที่ควรทำทันที และสิ่งที่ห้ามทำ
หากถูกงูกัด สิ่งแรกที่หลายคนมักคิดเป็นอันดับแรก คือ “งูตัวนั้นมีพิษหรือเปล่า?” แต่ในสถานการณ์จริง อย่าเสียเวลาเข้าไปจับงูหรือพยายามดูให้แน่ชัด เพราะอาจถูกกัดซ้ำได้
ให้ทำตามขั้นตอนนี้
1. ถอยออกจากงูก่อน
พาตัวเองออกจากบริเวณนั้นและอย่าเข้าไปจับหรือไล่งู เพราะงูอาจกัดซ้ำได้ หากถ่ายรูปงูได้โดยไม่ต้องเข้าใกล้ สามารถเก็บไว้ให้แพทย์ช่วยระบุชนิดได้ แต่ถ้าหางูไม่เจอก็ไม่ควรเสี่ยงกลับไปถ่ายรูป
2. อยู่นิ่งและลดการเคลื่อนไหว
ให้นั่งหรือนอนพัก และพยายามขยับบริเวณที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะถ้าสงสัยว่าเป็นงูพิษ เพราะการเคลื่อนไหวมากอาจช่วยให้พิษกระจายเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้น
3. ถอดแหวน นาฬิกา หรือของรัดออก
หากถูกกัดที่มือ แขน เท้า หรือขา ควรถอดสิ่งของที่รัดบริเวณนั้นออกตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะแผลอาจบวมขึ้นภายหลัง
4. รีบไปโรงพยาบาล
อย่ารอดูว่าเดี๋ยวจะมีอาการหรือเปล่า โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบว่างูชนิดใดกัด เพราะงูพิษบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการสำคัญภายหลังได้ การรักษาที่โรงพยาบาลจะช่วยประเมินว่าจำเป็นต้องได้รับเซรุ่มต้านพิษหรือการรักษาอื่นหรือไม่
หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น หายใจลำบาก อ่อนแรง หมดสติ เลือดออกผิดปกติ หรืออาการรุนแรงขึ้น ให้โทร 1669
5. ทำความสะอาดแผลอย่างเหมาะสม
หากเป็นแผลจากงูไม่มีพิษหรือยังไม่ทราบชนิด ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและให้แพทย์ประเมิน เพราะแผลจากสัตว์กัดมีความเสี่ยงติดเชื้อได้
6. เช็กเรื่องวัคซีนบาดทะยัก
นี่เป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยมาก
งูไม่มีพิษก็ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องฉีดบาดทะยัก
การจะฉีดวัคซีนบาดทะยักกระตุ้นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะบาดแผลและประวัติการได้รับวัคซีน หากเป็นแผลจากสัตว์กัดซึ่งถือเป็นแผลที่มีความเสี่ยง และเข็มล่าสุดผ่านมานาน แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดกระตุ้น
ถ้าจำไม่ได้ว่าเคยฉีดครบหรือไม่ ก็ควรบอกแพทย์ตามจริงเพื่อให้ประเมินว่าต้องได้รับวัคซีนหรือภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมหรือไม่
7. สิ่งที่ห้ามทำ
อย่ากรีดแผล
อย่าดูดพิษด้วยปาก
อย่าใช้ไฟจี้แผล
อย่าพอกสมุนไพรหรือสารต่าง ๆ
อย่าประคบน้ำแข็งโดยตรง
และ อย่าขันชะเนาะแน่น ๆ เอง
วิธีเหล่านี้ไม่ได้ช่วยเอาพิษออกจากร่างกาย และบางอย่างอาจทำให้เนื้อเยื่อภายในเสียหายเพิ่มขึ้น
แล้วถ้าเป็นงูไม่มีพิษ?
ก็ยังควรให้แพทย์ประเมิน โดยเฉพาะถ้าแผลลึก เลือดออกมาก บวมแดง ปวดมาก หรือไม่แน่ใจว่างูชนิดนั้นไม่มีพิษจริงหรือไม่
เพราะงูไม่มีพิษก็ไม่ได้แปลว่าแผลไม่มีความเสี่ยง
ส่วนเรื่องบาดทะยัก แพทย์จะดูทั้งชนิดของแผลและประวัติวัคซีน ไม่ใช่ตัดสินจากการที่งูไม่มีพิษเพียงอย่างเดียว
จำง่าย ๆ ว่า
เห็นงู → ให้ถอยออกมา
ถูกกัด → พาตัวเองอยู่ห่างจากงูแล้วอยู่นิ่ง
ถอดของที่รัดบริเวณที่ถูกกัด → ให้รีบทำ
อย่ากรีด อย่าดูด อย่าขันชะเนาะ
รีบไปโรงพยาบาล → ให้แพทย์ประเมิน
เรื่องงูกัดไม่ใช่เวลาที่เราต้องมาลองเป็นหมองูจำเป็น เพราะยิ่งพยายามพิสูจน์ด้วยตัวเองมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต
เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาท
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหน
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
ทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!
ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"