เก็บของเก่าวันละ 1,000 บาท ทำได้จริงไหม? เปิดเบื้องหลังรายได้ของอาชีพซาเล้ง
เก็บของเก่าวันละ 1,000 บาท ทำได้จริงไหม? เปิดเบื้องหลังรายได้ของอาชีพซาเล้ง

อาชีพ “ซาเล้ง” หรือผู้เก็บรวบรวมของเก่า เป็นส่วนหนึ่งของระบบรีไซเคิลที่หลายคนพบเห็นอยู่เป็นประจำ แต่เบื้องหลังอาชีพนี้มีความน่าสนใจมากกว่าที่คิด เพราะของที่คนทั่วไปทิ้ง เช่น กระดาษ ขวดพลาสติก กระป๋อง เหล็ก และอะลูมิเนียม สามารถนำกลับไปขายและเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ กรมควบคุมมลพิษจัดให้ซาเล้งเป็นส่วนหนึ่งของ “ขยะนอกระบบ” หรือ informal sector ซึ่งมีบทบาทในการรวบรวมวัสดุรีไซเคิลจากผู้บริโภคและส่งต่อให้ร้านรับซื้อของเก่าและโรงงานรีไซเคิล
เก็บของเก่าวันละ 1,000 บาท ทำได้จริงหรือไม่?
ทำได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่รายได้ที่รับประกันว่าจะได้ทุกวัน ข้อมูลจาก Thai PBS เคยรายงานกรณีชาวบ้านในจังหวัดปทุมธานีที่เก็บเศษพลาสติก เหล็ก และอะลูมิเนียมจากพื้นที่ที่มีขยะจำนวนมากหลังน้ำท่วม สามารถสร้างรายได้ประมาณ 500–1,000 บาทต่อวัน แต่สถานการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ เพราะมีวัสดุรีไซเคิลจำนวนมากผิดปกติ จึงไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปสรุปว่า “ซาเล้งทั่วไปได้เงินวันละ 1,000 บาท”
ในอีกด้านหนึ่ง รายได้สามารถลดลงอย่างมากเมื่อราคาของเก่าตกต่ำ Thai PBS เคยติดตามคนขับซาเล้งในกรุงเทพฯ ซึ่งระบุว่าในช่วงที่ราคาของเก่าดี เคยขายได้ประมาณ 500–700 บาทต่อวัน แต่เมื่อราคาตกต่ำ รายได้เหลือไม่ถึง 100 บาทต่อวัน จนบางคนต้องหยุดเก็บของเก่าและไปทำงานก่อสร้างแทน ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือ วันละ 1,000 บาทเป็นรายได้ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในบางช่วงหรือบางกรณี แต่ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของอาชีพซาเล้งทั้งประเทศ
อะไรเป็นตัวกำหนดรายได้ของซาเล้ง?
ปัจจัยแรกคือ ปริมาณของเก่าที่เก็บได้ หากมีของจำนวนมากและสามารถบรรทุกกลับไปขายได้หลายกิโลกรัม รายรับก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยต่อมาคือประเภทของวัสดุ เพราะของเก่าแต่ละชนิดมีราคาต่างกัน คนที่สามารถคัดแยกวัสดุได้ดีและเลือกเก็บสิ่งที่มีมูลค่ามากกว่า ก็มีโอกาสทำรายรับได้ดีกว่าการเก็บทุกอย่างโดยไม่แยกประเภท
ทำเลก็มีความสำคัญมาก เพราะพื้นที่ที่มีร้านค้า ตลาด ชุมชน หรือสถานประกอบการจำนวนมากอาจมีวัสดุรีไซเคิลให้รวบรวมมากกว่า อย่างไรก็ตาม ราคาที่ร้านรับซื้อให้ในวันนั้นก็มีผลโดยตรงเช่นกัน กรมควบคุมมลพิษระบุว่าซาเล้งเป็นกลุ่มที่รวบรวมวัสดุรีไซเคิลจากผู้บริโภค ก่อนส่งต่อไปยังร้านรับซื้อของเก่าและผู้รวบรวมรายใหญ่ ดังนั้นรายได้จึงเชื่อมโยงกับทั้งปริมาณวัสดุและราคาตลาด
ของเก่าราคาขึ้นลง รายได้ก็ขึ้นลงตาม
หัวใจสำคัญของอาชีพนี้คือ ราคาวัสดุรีไซเคิลไม่ได้คงที่ หากราคากระดาษ พลาสติก หรือโลหะลดลง แม้ซาเล้งจะเก็บของได้เท่าเดิม แต่เงินที่ได้รับเมื่อขายก็ลดลงตามไปด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Thai PBS เคยรายงานช่วงราคาของเก่าตกต่ำว่า กระดาษบางประเภทที่เคยขายได้ประมาณ 3 บาทต่อกิโลกรัม เหลือเพียงประมาณ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ส่งผลให้กำไรจากการออกเก็บของแต่ละเที่ยวเหลือน้อยมาก
ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเฉพาะคนเก็บของเก่า แต่กระทบทั้งระบบ เพราะเมื่อราคาต่ำ ซาเล้งบางรายไม่ต้องการเก็บวัสดุบางประเภท ทำให้ร้านรับซื้อของเก่ามีวัสดุเข้าสู่ระบบลดลงด้วย กรมโรงงานอุตสาหกรรมเองเคยมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานรัฐและสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อหารือปัญหาราคากระดาษในประเทศตกต่ำและผลกระทบต่อการรับซื้อเศษกระดาษ
แล้วมีคนที่ทำรายได้หลักพันจริงหรือไม่?
มีกรณีที่มีการรายงานอย่างชัดเจน เช่น Thai PBS เคยนำเสนอผู้ประกอบอาชีพขับรถเร่รับซื้อและแลกของเก่า โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตเก่า ซึ่งมีรายได้ประมาณ 1,000 บาทต่อวัน และมีการรวบรวมโทรศัพท์เก่าจำนวนมากเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิล กรณีนี้แสดงให้เห็นว่ารายได้ระดับหลักพันสามารถเกิดขึ้นได้จริง แต่เป็น กรณีของวัสดุเฉพาะและรูปแบบการรับซื้อที่มีตลาดรองรับ ไม่ควรนำไปใช้เป็นค่าเฉลี่ยของซาเล้งทุกคน
นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับซาเล้งที่สามารถบรรทุกของเต็มรถแล้วนำไปขายได้มูลค่าประมาณ 1,300–1,700 บาทต่อเที่ยว ในช่วงหนึ่ง แต่หลังหักค่าใช้จ่ายและต้นทุนแล้วเหลือประมาณ 300 บาท กรณีนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ยอดเงินที่ขายได้ไม่เท่ากับกำไร
รายได้ 1,000 บาท ไม่ได้หมายถึงกำไร 1,000 บาท
เรื่องนี้เป็นจุดที่ควรทำความเข้าใจมากที่สุด หากซาเล้งขายของเก่าได้ 1,000 บาท ตัวเลขดังกล่าวคือเงินที่ได้รับจากการขาย ไม่ได้หมายความว่าเป็นเงินที่เหลือเข้ากระเป๋าทั้งหมด เพราะยังอาจมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าซ่อมรถ ค่าแรงคนช่วย และค่าใช้จ่ายในการคัดแยกหรือจัดเก็บวัสดุ
ดังนั้นเวลาพูดว่า “เก็บของเก่าวันละ 1,000 บาท” ควรหมายถึงรายรับจากการขายในกรณีที่มีข้อมูลรองรับ ไม่ควรเรียกว่า “กำไรวันละ 1,000 บาท” หากยังไม่มีข้อมูลต้นทุนที่ชัดเจน การแยกคำว่า รายรับกับกำไร จะช่วยให้เนื้อหามีความถูกต้องและไม่สร้างภาพว่าอาชีพนี้หาเงินง่าย
นอกจากสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบอาชีพแล้ว ซาเล้งยังมีบทบาทในการนำวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้กลับเข้าสู่ระบบ กรมควบคุมมลพิษระบุถึงความสำคัญของกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าในการคัดแยกและนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ พร้อมมีโครงการพัฒนาความรู้ด้านการคัดแยกและเก็บรวบรวมวัสดุรีไซเคิลอย่างปลอดภัย
กรมควบคุมมลพิษยังมีแนวทางให้ขยะรีไซเคิลถูกคัดแยกและรวบรวม ก่อนส่งต่อให้ร้านรับซื้อของเก่าหรือซาเล้ง ซึ่งสะท้อนว่าอาชีพนี้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การจัดการขยะและการรีไซเคิล ไม่ใช่เพียงการนำขยะไปขายเพื่อหารายได้เท่านั้น
เก็บของเก่าวันละ 1,000 บาท “ทำได้จริง” แต่ไม่ใช่รายได้ประจำที่ทุกคนจะทำได้ทุกวัน หลักฐานจากข่าวและกรณีศึกษาพบทั้งรายได้ประมาณ 500–1,000 บาทต่อวัน และช่วงที่รายได้ลดลงเหลือไม่ถึงหลักร้อย ขึ้นอยู่กับราคาวัสดุ ปริมาณของเก่า ประเภทวัสดุ ทำเล และต้นทุนในการทำงาน
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
เคล็ดลับทอดปลาไม่ให้น้ำมันกระเด็นเต็มครัว
นามสกุล “แม็คโดนัลด์” มีความพิเศษอย่างไร?
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
เลขทะเบียนรถ 4 ตัว ดูความหมายกันอย่างไร?
เลขเด็ด แม่ตุ๊กตา งวด 1 ก.ย. 69
ทำไมยิ่งดึก ยิ่งรู้สึกอยากกินของหวาน?
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ







