หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จากครูอีสานสู่การเป็นสส.หญิงคนแรกของประเทศไทย

เขียนโดย เด็กประวัติ

1. สตรีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นางอรพิน ไชยกาล เป็นสตรีคนแรกของประเทศไทยที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยได้รับเลือกตั้งจากจังหวัดอุบลราชธานีในการเลือกตั้งเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2492 ในขณะนั้นเธอเป็นผู้แทนราษฎรสตรีเพียงคนเดียวของสภา และได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะแม้รัฐธรรมนูญหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จะเปิดโอกาสให้สตรีมีสิทธิทางการเมืองเท่าเทียมกับบุรุษแล้ว แต่ต้องใช้เวลาถึง 17 ปีกว่าที่สตรีจะได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก

อรพินเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 นามสกุลเดิมคือ “คุณิตะสิน” เธอเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและมีผลการเรียนดี จนได้รับทุนของมณฑลอุบลราชธานีไปศึกษาวิชาครูที่โรงเรียนเบญจมราชาลัยในพระนคร เมื่อสำเร็จการศึกษาจึงกลับมารับราชการครูที่โรงเรียนนารีนุกูล จังหวัดอุบลราชธานี และต่อมาได้รับตำแหน่งครูใหญ่

เส้นทางชีวิตของอรพินจึงแตกต่างจากการเข้าสู่การเมืองโดยตรง เพราะเธอสร้างบทบาทและชื่อเสียงจากการทำงานด้านการศึกษามาก่อน เมื่อได้รับความเคารพจากลูกศิษย์และประชาชนในท้องถิ่น จึงได้รับการสนับสนุนให้เข้าสู่การเมืองในเวลาต่อมา 

การเข้าสู่สภาของอรพินมีความสำคัญมากกว่าการเป็น “ผู้หญิงคนแรก” เพราะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสถานะสตรีไทยจากการมีบทบาทอยู่ในครอบครัวและสังคมท้องถิ่น ไปสู่การมีส่วนร่วมโดยตรงในพื้นที่ทางการเมืองและการตัดสินใจเกี่ยวกับกิจการของประเทศ

 

นางอรพิน ไชยกาล

 

ผลงานและบทบาทหน้าที่ทางการเมือง

เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อรพิน ไชยกาล ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนจังหวัดอุบลราชธานีในสภา โดยมีบทบาทในการเข้าร่วมกิจการของสภาและทำงานทางการเมืองร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่น ๆ ในช่วงแรกของระบอบประชาธิปไตยไทย

อรพินได้รับเลือกตั้งเข้าสภาครั้งแรกใน พ.ศ. 2492 และพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับสมาชิกสภาฯ จำนวนมากภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 เธอได้รับเลือกตั้งกลับเข้าสู่สภาอีกครั้งพร้อมกับนายเลียง ไชยกาล ผู้เป็นสามี และดำรงตำแหน่งจนครบวาระ หลังจากนั้นจึงไม่ได้กลับเข้าสู่การเมืองอีก 

บทบาททางการเมืองของอรพินจึงควรพิจารณาในบริบทของสังคมไทยในช่วงหลัง พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นระยะที่สตรีเริ่มได้รับการรับรองสิทธิทางการเมืองอย่างเป็นทางการ การปรากฏตัวของเธอในรัฐสภาจึงมีความหมายในฐานะตัวแทนของสตรีที่สามารถก้าวจากบทบาทด้านการศึกษาและงานชุมชนเข้าสู่พื้นที่ทางการเมืองระดับชาติได้

นอกจากนี้ การที่อรพินได้รับเลือกตั้งจากจังหวัดอุบลราชธานี ยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสตรีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในเวลานั้นสตรีไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนกิจกรรมของครอบครัวหรือชุมชนเท่านั้น แต่ยังสามารถได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนทางการเมืองได้อีกด้วย

 

บทบาทด้านสาธารณประโยชน์ การศึกษา

นอกจากบทบาทด้านการศึกษาและการเมืองแล้ว อรพิน ไชยกาล ยังมีบทบาทด้านสาธารณประโยชน์และการสงเคราะห์ประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการใช้ความรู้ ความสามารถ และสถานะทางสังคมของตนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ขาดโอกาสในท้องถิ่น

บทบาทสำคัญประการหนึ่งคือ การมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานมูลนิธิที่ดำเนินการช่วยเหลือเด็กกำพร้า ซึ่งนับเป็นงานสงเคราะห์เด็กที่มีความสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวมีความหมายอย่างมากต่อสังคมในเวลานั้น เนื่องจากเด็กที่สูญเสียบิดามารดาหรือขาดผู้ดูแลยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษา ที่อยู่อาศัย และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต การจัดตั้งหรือสนับสนุนองค์กรเพื่อดูแลเด็กกลุ่มนี้จึงเป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างสวัสดิการทางสังคมในระดับท้องถิ่น

งานด้านการสงเคราะห์เด็กของอรพินสามารถพิจารณาควบคู่กับบทบาทด้านการศึกษาของเธอได้ เนื่องจากทั้งสองด้านมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน คือ การสร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชน อรพินไม่ได้มองการศึกษาเพียงในฐานะการถ่ายทอดความรู้ในห้องเรียน แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กที่มีข้อจำกัดทางครอบครัวและเศรษฐกิจ การทำงานดังกล่าวจึงสะท้อนแนวคิดเรื่องการศึกษาและการสงเคราะห์ในฐานะเครื่องมือในการยกระดับชีวิตของประชาชน

ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง อรพินมีประสบการณ์ทำงานด้านการศึกษาที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเคยดำรงตำแหน่งครูและครูใหญ่โรงเรียนนารีนุกูล และมีบทบาทในการจัดการศึกษาสำหรับสตรี รวมถึงการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูสตรีอุบลราชธานีและดำรงตำแหน่งครูใหญ่คนแรก ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เธอมีความใกล้ชิดกับเด็ก เยาวชน ครู และประชาชนในท้องถิ่น และเป็นพื้นฐานสำคัญในการขยายบทบาทไปสู่งานสาธารณประโยชน์ในด้านอื่น ๆ

เมื่อพิจารณางานด้านการศึกษาและการสงเคราะห์เด็กกำพร้าร่วมกัน จะเห็นได้ว่า อรพิน ไชยกาล มีบทบาทในการพัฒนาคนทั้งในด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนในจังหวัดอุบลราชธานี งานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าสตรีสามารถเข้ามามีบทบาทในพื้นที่สาธารณะผ่านกิจกรรมด้านการศึกษา การสงเคราะห์ และการพัฒนาชุมชนได้ แม้ในช่วงเวลาดังกล่าวพื้นที่สาธารณะและการเมืองยังเป็นพื้นที่ที่ผู้ชายมีบทบาทเป็นส่วนใหญ่

 
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เด็กประวัติ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย เด็กประวัติ
เด็กประวัติ(นามปากกา) เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้รอบตัวทั่วไป สามารถติดตามเนื้อได้ที่โปรไฟล์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/9/69ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทยงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์เคล็ดลับทอดปลาไม่ให้น้ำมันกระเด็นเต็มครัวเลขเด็ด แม่ตุ๊กตา งวด 1 ก.ย. 69ทำไมยิ่งดึก ยิ่งรู้สึกอยากกินของหวาน?ธุรกิจให้เช่าต้นไม้ สำหรับคนอยากมีธรรมชาติแต่ไม่อยากซื้อ5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟปิดแฟ้มคดี“ฮลุน โซโล่”เมื่อหลักฐานล่าสุดมาถึงแล้ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ม้วนหนังสือที่ถูกเผาจนคลี่ไม่ได้ กลับถูกอ่านได้โดยไม่ต้องเปิด — เสียงจากเกือบ 2,000 ปีก่อนกำลังกลับมารถผ้าป่า จากรถบัสกลับบ้าน สู่ความทรงจำของคนที่เคยเดินทางไกลทำไมเราได้ยินเนื้อเพลงผิดอย่างมั่นใจ? สมองไม่ได้มั่ว แต่มันกำลัง “เติมคำ” ให้เสียงที่กำกวมย้อนอดีต “บางนา” จากทุ่งนา สู่ประตูเชื่อม EEC ของกรุงเทพฯ
ตั้งกระทู้ใหม่