รู้ยัง “อำเภอ” ในไทยที่มีชื่อเป็น “สัตว์” ชนิดต่างๆ
ในประเทศไทยมีอำเภอหลายแห่งที่มีชื่อเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ ชื่ออำเภอที่เป็นสัตว์มักมีที่มาหลากหลาย ทั้งมาจากลักษณะภูมิประเทศที่คล้ายสัตว์ชนิดนั้นๆ มาจากการเคยมีสัตว์ชนิดนั้นอาศัยอยู่ชุกชุม หรือมาจากตำนานและเรื่องเล่าพื้นบ้านที่สืบทอดกันมายาวนาน หากจะไล่เรียงอำเภอที่มีชื่อเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ จะพบว่ามีทั้งชื่อที่ตรงไปตรงมาและชื่อที่มีคำว่าเป็นสัตว์ประกอบอยู่ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีประวัติความเป็นมาและจุดเด่นของท้องถิ่นที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
อำเภอที่มีชื่อเป็นช้าง
อำเภอที่มีชื่อเป็นช้างนั้นมีอยู่หลายแห่งในไทย เริ่มจากอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่บนเกาะในอ่าวไทย เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลตะวันออกของประเทศไทย เดิมพื้นที่ทั้งหมดบนเกาะเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอแหลมงอบ ต่อมาทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกมาตั้งเป็นกิ่งอำเภอเกาะช้าง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) และมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ปีเดียวกัน ก่อนจะยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเกาะช้าง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) และมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน
เกาะช้างมีชื่อเสียงด้านชายหาดที่สวยงามและน้ำทะเลใสสะอาด โดยเฉพาะหาดทรายขาวและหาดคลองพร้าว ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว เกาะช้างยังเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เนื่องจากเคยเกิดยุทธนาวีเกาะช้างระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองเรือฝรั่งเศสในช่วงสงครามอินโดจีน เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) ซึ่งเป็นการรบทางเรือที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย และยังคงถูกกล่าวถึงในคำขวัญประจำจังหวัดตราดว่า "เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา"
อีกแห่งหนึ่งคืออำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดน่าน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 90 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม อำเภอทุ่งช้างมีประวัติศาสตร์การสู้รบที่ยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงสงครามอันเนื่องมาจากความแตกต่างทางความคิด อุดมการณ์ และการปกครอง ระหว่างปี พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) ถึง พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นฐานที่มั่นของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ก่อนจะพัฒนาจนมาเป็นอำเภอที่มีความสงบสุขในปัจจุบัน
อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกแห่งที่มีชื่อเป็นช้าง เดิมเป็นเขตท้องที่ของอำเภอฉวางทั้งหมด ก่อนที่จะได้รับการจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอในวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) และยกฐานะเป็นอำเภอในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) ชื่อ "ช้างกลาง" มีประวัติยาวนานตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2023 (ค.ศ. 1480) ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานและเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับช้าง พื้นที่อำเภอช้างกลางมีทางรถไฟสายใต้ผ่าน มีสถานีรถไฟหลักช้าง เป็นสถานีรถไฟย่อยประจำอำเภอ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว
อำเภอที่มีชื่อเป็นเสือ
อำเภอที่มีชื่อเป็นเสือมีอยู่ 2 แห่งที่น่าสนใจ เริ่มจากอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เดิมพื้นที่เป็นป่าดง มีเสือช้างที่ดุร้ายลงมาจากภูเขาทางจังหวัดสระบุรีบ้าง จังหวัดนครนายกบ้าง มาอาศัยกินในหนองน้ำเป็นที่หวาดกลัวของคนทั่วไป หนองน้ำแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า "หนองเสือ" ตามชื่อสัตว์ดุร้าย ครั้นตั้งเป็นอำเภอจึงได้นามว่า "อำเภอหนองเสือ" อำเภอหนองเสือมีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1915) ที่มีการย้ายที่ว่าการกิ่งอำเภอเมือง ตำบลหนองเสือ เมืองธัญบุรี จากตำบลคลองซอยที่ 10 สกัดหกวาสายบน ไปตั้งที่ตำบลกลางคลองซอยที่ 10 ฝั่งเหนือคลองรังสิต และในปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) ได้มีการยุบจังหวัดธัญบุรี รวมเข้ากับจังหวัดปทุมธานี ทำให้ท้องที่อำเภอหนองเสือโอนมาขึ้นกับจังหวัดปทุมธานี
ปัจจุบันอำเภอหนองเสือเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ รวมถึงการเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กบ และปลาน้ำจืด ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ อำเภอหนองเสือยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เช่น วัดและศูนย์เรียนรู้ต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน
อีกแห่งหนึ่งคืออำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีชื่อที่มาจากตำนานพื้นบ้านที่น่าสนใจ ตามตำนานเล่าว่า พื้นที่ชาวบ้านมาตั้งรกรากทำมาหากินครั้งแรกนั้นมีสภาพเป็น "เหล่า" (ไร่ร้าง) ชื่อเดิมว่า "บ้านเหล่านาชี" อุดมไปด้วยแหล่งน้ำและป่าไม้ เสือเป็นสัตว์ป่าชนิดหนึ่งที่มีอยู่อย่างชุกชุมและมักจะเข้ามาลักจับสัตว์เลี้ยงกินเป็นอาหารอยู่เสมอ เช้ามืดวันหนึ่งคนกับเสือเดินมาประจันหน้ากันโดยบังเอิญ เสือร้อง "โฮก" (โก้ก) ด้วยความตกใจและวิ่งหนีไป นับเป็นนิมิตรหมายที่ดี ชาวบ้านจึงได้พากันตั้งชื่อบ้านเสียใหม่ว่า "บ้านเหล่าเสือโก้ก"
อำเภอเหล่าเสือโก้ก เดิมคือตำบลแพงใหญ่ ตำบลโพนเมือง ตำบลหนองบก และตำบลเหล่าเสือโก้ก ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเมืองอุบลราชธานี ต่อมาเมื่อประชากรมากขึ้นจึงได้ขอแยกออกมาตั้งเป็นอำเภอเหล่าเสือโก้ก เมื่อปี พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเหล่าเสือโก้ก เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครบ 80 พรรษา ปัจจุบันอำเภอเหล่าเสือโก้กมีชื่อเสียงด้านเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ รวมถึงกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน
อำเภอที่มีชื่อเป็นปลา
อำเภอที่มีชื่อเป็นปลานั้นมีอยู่หลายแห่งในไทย เริ่มจากอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงด้านเขื่อนสิริกิติ์ หรือที่เรียกกันว่า "เขื่อนท่าปลา" ซึ่งเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อกั้นแม่น้ำน่านและผลิตกระแสไฟฟ้า อำเภอท่าปลาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะการล่องแพและตกปลาในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว
สำหรับชื่อที่เกี่ยวข้องกับปลาบึกนั้น แม้จะไม่มีอำเภอที่ชื่อว่า "อำเภอปลาบึก" หรือ "อำเภอแม่ปลาบึก" โดยตรง แต่ปลาบึกซึ่งเป็นปลาน้ำจืดไร้เกล็ดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจับปลาบึกในแม่น้ำโขงมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะที่หมู่บ้านหาดไคร้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงของ ที่มีการจัดพิธีบวงสรวงปลาบึกก่อนการจับปลา ถือเป็นประเพณีที่ชาวอำเภอเชียงของได้ถือปฏิบัติกันมายาวนาน
ปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดที่อพยพว่ายน้ำจากแม่น้ำโขงในเขตประเทศจีน เพื่อที่จะไปผสมพันธุ์และวางไข่ที่ทะเลสาบเขมร โดยฤดูกาลที่ปลาอพยพมานั้น ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย จะถือว่าเป็นประเพณีจับปลาบึก โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมของทุกปี ปลาบึกได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของอำเภอเชียงของในการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยว และมีการนำชื่อปลาบึกไปตั้งเป็นชื่อสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ เช่น สวนสาธารณะปลาบึก 7 สี ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวและพักผ่อนของชาวบ้าน
อำเภอที่มีชื่อเป็นสัตว์อื่นๆ
นอกจากอำเภอที่มีชื่อเป็นช้าง เสือ และปลาแล้ว ยังมีอำเภออื่นๆ ที่มีชื่อเป็นสัตว์หรือมีคำว่าเป็นสัตว์ประกอบอยู่ เช่น อำเภอหนองปลาไหล จังหวัดสระแก้ว ก็เป็นอีกแห่งที่มีชื่อเป็นปลา ชื่อ "หนองปลาไหล" มาจากลักษณะของหนองน้ำที่มีปลาไหลชุกชุม ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอหนองปลาไหลเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ
อำเภอศีรษะกระบือ จังหวัดนครนายก ก็เป็นอีกแห่งที่มีชื่อเป็นสัตว์ ชื่อ "ศีรษะกระบือ" มาจากตำนานและเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับหัวควาย (กระบือ) ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอศีรษะกระบือเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัดนครนายก โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ
อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ก็เป็นอีกแห่งที่มีชื่อเป็นช้าง ชื่อ "ท่าช้าง" มาจากลักษณะของท่าเรือที่เคยมีช้างลงมาอาบน้ำหรือข้ามแม่น้ำ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอท่าช้างเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัดสิงห์บุรี โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ
อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ก็เป็นอีกแห่งที่มีชื่อเป็นช้าง ชื่อ "ทุ่งหัวช้าง" มาจากลักษณะของทุ่งนาที่มีรูปร่างคล้ายหัวช้าง หรืออาจมาจากตำนานและเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอทุ่งหัวช้างเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัดลำพูน โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ
อำเภอคลองเขียด จังหวัดชุมพร ก็เป็นอีกแห่งที่มีชื่อเป็นสัตว์ ชื่อ "คลองเขียด" มาจากลักษณะของคลองที่มีเขียด (ลูกกบ) ชุกชุม ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอคลองเขียดเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ รวมถึงการเลี้ยงสัตว์น้ำ
จุดเด่นของท้องถิ่น
อำเภอที่มีชื่อเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ในไทยล้วนมีจุดเด่นของท้องถิ่นที่น่าสนใจแตกต่างกันไป บางแห่งมีชื่อเสียงด้านธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ เช่น อำเภอเกาะช้าง ที่มีชายหาดที่สวยงามและน้ำทะเลใสสะอาด หรืออำเภอแม่วงก์ ที่มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าชนิดต่างๆ บางแห่งมีชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น อำเภอทุ่งช้าง ที่มีประวัติศาสตร์การสู้รบที่ยาวนาน หรืออำเภอเหล่าเสือโก้ก ที่มีตำนานและเรื่องเล่าพื้นบ้านที่น่าสนใจ
บางแห่งมีชื่อเสียงด้านเกษตรกรรมและการประมง เช่น อำเภอหนองเสือ ที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์น้ำ หรืออำเภอท่าปลา ที่มีชื่อเสียงด้านเขื่อนสิริกิติ์และการล่องแพตกปลา บางแห่งมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น อำเภอช้างกลาง ที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว หรืออำเภอหัวหิน ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่เก่าแก่และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน
ชื่ออำเภอที่เป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ในไทยจึงไม่เพียงแต่เป็นชื่อที่สะท้อนถึงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ แต่ยังบ่งบอกถึงจุดเด่นของท้องถิ่นที่น่าสนใจและมีความหลากหลาย ซึ่งทำให้แต่ละอำเภอมีเอกลักษณ์และความเป็นตัวตนที่แตกต่างกันไป
ทำไมเราถึงจำความฝันตัวเองไม่ได้?
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
5 ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ: อันดับ 1 ใหญ่กว่าดาวพุธ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
มหาวิทยาลัยไทยที่มีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
10 ความแตกต่างเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างไทยกับมาเลเซียที่นักเดินทางควรรู้
เปิดความจริง 'เมียให้เช่า' ในลาว เรื่องจริงหรือคำเรียกที่คนบนอินเทอร์เน็ตเข้าใจผิด
พึ่ง กับ เพิ่ง ต่างกันอย่างไร? คำไหนถูก ใช้แทนกันได้หรือไม่
เปิด 5 มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษา กัมพูชาเรียนมากที่สุดในไทย
5 ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ: อันดับ 1 ใหญ่กว่าดาวพุธ
10 ประโยคขอเป็นแฟนสไตล์วัยรุ่นยุคนี้ จากคนคุยให้กลายเป็นคนรัก
ปังไม่ไหว! ส่องชุดพิธีการทัพนักกีฬาไทยใน Asian Games 2026 ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI



