เปิดข้อมูล คนเกาหลีอยู่จังหวัดไหนในไทยมากที่สุด
เวลาเราพูดถึง “คนเกาหลีในประเทศไทย” ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นร้านอาหารเกาหลี ย่านสุขุมวิท หรือแหล่งท่องเที่ยวในเชียงใหม่และภูเก็ต
แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามจาก “มาเที่ยวที่ไหน” เป็น “เลือกมาอยู่อาศัยที่ไหน” คำตอบกลับน่าสนใจกว่านั้นมาก
เพราะคนเกาหลีใต้ที่เข้ามาอยู่ในไทยไม่ได้กระจายตัวเท่า ๆ กันทุกจังหวัด และมีทั้งกลุ่มนักธุรกิจ คนทำงาน นักเรียน ครอบครัว ผู้เกษียณ รวมถึงผู้ที่เข้ามาพำนักระยะยาวด้วยเหตุผลด้านคุณภาพชีวิต
ข้อมูลที่เผยแพร่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้ภาพตรงกันว่า กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางสำคัญที่สุดของชุมชนเกาหลีในไทย ขณะที่เมื่อพูดเฉพาะ “จังหวัด” เชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่มีชุมชนเกาหลีโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง
หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลขชาวเกาหลีใต้ที่พำนักในไทยมีหลายชุดและมาจากคนละช่วงเวลา ดังนั้นบทความนี้จะไม่จัดอันดับแบบ “ตัวเลขล่าสุดปี 2569” หากไม่มีข้อมูลรายจังหวัดที่ตรวจสอบได้ครบทุกพื้นที่
กรุงเทพฯ ยังเป็นศูนย์กลางใหญ่ของชาวเกาหลี
ข้อมูลย้อนหลังที่มีการอ้างถึงจากกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า ในช่วงหนึ่งมีชาวเกาหลีใต้หรืออดีตพลเมืองเกาหลีอยู่ในประเทศไทยประมาณ 20,000 คน และมีประมาณ 14,900 คนอยู่ในกรุงเทพฯ ตามข้อมูลปี 2011 ที่ถูกรวบรวมไว้ในฐานข้อมูลเกี่ยวกับชาวเกาหลีในประเทศไทย
อีกชุดข้อมูลที่เผยแพร่ในงานวิชาการระบุว่า ในปี 2562 มีชาวเกาหลีใต้พำนักในประเทศไทยประมาณ 20,200 คน โดยกรุงเทพมหานครมีประมาณ 12,126 คน และเชียงใหม่ประมาณ 4,000 คน
ตัวเลขสองชุดนี้ไม่ควรถูกนำมาบวกหรือลบเปรียบเทียบกันตรง ๆ เพราะเป็นคนละปีและอาจใช้ขอบเขตการนับแตกต่างกัน
แต่สิ่งที่เห็นได้ค่อนข้างชัดคือ กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางหลักของชุมชนเกาหลีใต้ในประเทศไทย
และเหตุผลก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
กรุงเทพฯ เป็นทั้งศูนย์กลางธุรกิจ การศึกษา การแพทย์ การเดินทาง และเป็นที่ตั้งขององค์กรและเครือข่ายชุมชนเกาหลีจำนวนมาก
ปัจจุบันยังมีความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ สมาคมเกาหลีแห่งประเทศไทย และภาคธุรกิจไทยเพื่อให้บริการแก่ชาวเกาหลีใต้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนว่าชุมชนดังกล่าวมีขนาดและความต้องการบริการเฉพาะทางมากพอที่จะเกิดระบบรองรับขึ้นมา
แล้วถ้านับเฉพาะ “จังหวัด” จังหวัดไหนโดดเด่นที่สุด
คำตอบที่น่าสนใจคือ เชียงใหม่
งานวิจัยเกี่ยวกับการย้ายถิ่นของชาวเกาหลีในเชียงใหม่ศึกษากลุ่มสมาชิกสมาคมเกาหลีในจังหวัดที่พำนักมากกว่า 90 วัน และพบว่าปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกเชียงใหม่ ได้แก่ ความแตกต่างด้านค่าครองชีพ คุณภาพชีวิต และสภาพแวดล้อม
อีกข้อมูลหนึ่งที่เผยแพร่ในปี 2563 ระบุว่า ชาวเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในเวลานั้นมีประมาณ 20,500 คน โดยประมาณ 15,700 คนอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่เชียงใหม่มีประมาณ 3,500 คน และภูเก็ตประมาณ 1,300 คน
จึงพอเห็นภาพได้ว่า เชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวของคนเกาหลี แต่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการพำนักระยะยาวของชาวเกาหลีอย่างมีนัยสำคัญ
4 พื้นที่ที่มักปรากฏในข้อมูลชุมชนเกาหลี
| พื้นที่ | ภาพรวม |
|---|---|
| กรุงเทพมหานคร | ศูนย์กลางธุรกิจ การศึกษา การแพทย์ และชุมชนเกาหลีขนาดใหญ่ |
| เชียงใหม่ | เด่นด้านการใช้ชีวิตระยะยาว คุณภาพชีวิต และค่าครองชีพ |
| ภูเก็ต | เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ และกลุ่มผู้พำนักระยะยาวบางส่วน |
| ชลบุรี | มีทั้งภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ |
ตัวเลขย้อนหลังที่มีการเผยแพร่ยังพบกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และชลบุรีอยู่ในกลุ่มพื้นที่สำคัญของชุมชนเกาหลีใต้ในไทย
ดังนั้น ถ้าถามว่า “คนเกาหลีอยู่ที่ไหนในไทย?” คำตอบไม่ใช่จังหวัดเดียว แต่มีศูนย์กลางหลายแบบตามลักษณะชีวิตและงาน
ทำไมเชียงใหม่ถึงดึงดูดคนเกาหลีที่มาอยู่ระยะยาว
ตรงนี้เป็นส่วนที่น่าสนใจกว่าการดูตัวเลขเสียอีก
งานวิจัยเกี่ยวกับชาวเกาหลีในเชียงใหม่พบว่า คนกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากเคยเดินทางมาไทยเพื่อการท่องเที่ยวก่อน จากนั้นจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่เชียงใหม่ โดย ค่าครองชีพเป็นหนึ่งในปัจจัยดึงดูดสำคัญ และผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากมีความพึงพอใจกับสภาพความเป็นอยู่ในเชียงใหม่
พูดง่าย ๆ คือเส้นทางของบางคนอาจเริ่มจาก
มาเที่ยว → ชอบเมือง → ทดลองอยู่ระยะยาว → กลายเป็นที่พักอาศัย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “เมืองท่องเที่ยว” บางแห่งจึงสามารถพัฒนาไปเป็น “เมืองที่มีชุมชนชาวต่างชาติอาศัยอยู่จริง” ได้
เชียงใหม่กับคนเกาหลีไม่ได้มีแค่เรื่องที่อยู่อาศัย
ความสัมพันธ์ระหว่างเชียงใหม่กับเกาหลีใต้ยังเชื่อมโยงกับการเดินทางและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากหน่วยงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า ในปี 2568 นักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ยังเป็นตลาดสำคัญของเชียงใหม่ และสนามบินเชียงใหม่มีเที่ยวบินตรงจากอินชอนและปูซาน รวมถึงสายการบินของเกาหลีหลายแห่งให้บริการ
ส่วนข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ในปี 2024 ก็พบว่า เชียงใหม่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี และภูเก็ต เป็นเมือง/พื้นที่ที่ปรากฏอยู่ในเส้นทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้
จุดนี้สำคัญ เพราะเมืองที่มีเที่ยวบิน การท่องเที่ยว และเครือข่ายธุรกิจเชื่อมโยงกัน ย่อมมีโอกาสสร้างชุมชนผู้พำนักระยะยาวได้ง่ายขึ้น
แต่ “คนเกาหลีมาเที่ยว” ไม่เท่ากับ “คนเกาหลีมาอยู่”
นี่เป็นจุดที่ควรแยกให้ชัด
นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้หลายล้านคนสามารถเดินทางเข้าไทยในแต่ละปี แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดเป็นผู้พำนักในประเทศไทย
ข้อมูลจากจังหวัดเชียงใหม่ เช่น ตัวเลขนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ เป็น สถิติการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ไม่ใช่จำนวนชาวเกาหลีที่มีบ้านหรือพำนักระยะยาวในจังหวัด
ดังนั้น หากเจอพาดหัวว่า
“จังหวัดนี้มีคนเกาหลีมากที่สุด”
ควรถามต่อเสมอว่า “มากที่สุดในความหมายไหน?”
-
นักท่องเที่ยว
-
ผู้ถือวีซ่าพำนัก
-
คนทำงาน
-
นักเรียน
-
สมาชิกสมาคม
-
หรือชาวเกาหลีทั้งหมดที่มีถิ่นพำนัก
เพราะคำตอบสามารถเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อเปลี่ยนวิธีนับ
แล้วจังหวัดอื่นมีชาวเกาหลีไหม
มีแน่นอน
นอกจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ตแล้ว ชลบุรี ก็เป็นอีกพื้นที่ที่ปรากฏในข้อมูลชุมชนเกาหลี และมีความเกี่ยวข้องทั้งกับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ยังพบชาวเกาหลีในจังหวัดอื่น ๆ ด้วย เพียงแต่การกระจายตัวอาจมีลักษณะเฉพาะ เช่น อยู่ตามนิคมอุตสาหกรรม ทำงานกับบริษัท หรือประกอบธุรกิจในพื้นที่
ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนยังพบโครงการธุรกิจที่มีผู้ลงทุนสัญชาติเกาหลีใต้ในพื้นที่ต่าง ๆ ของไทย รวมถึงเชียงใหม่และพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออก
จึงไม่ควรมองชุมชนเกาหลีในไทยเป็นเพียง “ย่านร้านอาหารเกาหลี” เพราะเบื้องหลังยังมีทั้งธุรกิจ การศึกษา การลงทุน และการใช้ชีวิตระยะยาว
สรุป: ถ้าถามว่า “จังหวัดไหนมีคนเกาหลีอยู่เยอะ”
คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้คือ
กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางใหญ่ที่สุดของชุมชนชาวเกาหลีใต้ในไทยในข้อมูลย้อนหลังที่พบ
แต่ถ้าคำถามเจาะจงว่า “จังหวัดไหนนอกกรุงเทพฯ ที่มีชุมชนเกาหลีโดดเด่น?”
เชียงใหม่เป็นคำตอบที่ชัดเจนมากจากข้อมูลย้อนหลังและงานวิจัยที่มีอยู่
ขณะที่ ภูเก็ตและชลบุรี ก็เป็นพื้นที่สำคัญอีกสองแห่ง แต่ลักษณะของชุมชนแตกต่างกัน ทั้งจากการท่องเที่ยว ธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจึงไม่ใช่แค่การจัดอันดับว่าใครเป็นอันดับ 1 แต่คือเหตุผลที่คนเกาหลีแต่ละกลุ่มเลือกพื้นที่ไม่เหมือนกัน
บางคนต้องการ ธุรกิจและความสะดวกของเมืองใหญ่
บางคนต้องการ คุณภาพชีวิตและค่าครองชีพ
บางคนเชื่อมโยงกับ ทะเลและการท่องเที่ยว
และบางคนเข้ามาเพราะ งานและธุรกิจ
นี่ทำให้แผนที่ชุมชนเกาหลีในประเทศไทยไม่ได้มีจุดเดียว แต่กระจายไปตาม “วิถีชีวิต” ของคนที่เลือกเข้ามาอยู่ในไทย
ข้อควรระวังด้านข้อมูล: จากการค้นข้อมูล ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ยังไม่พบฐานข้อมูลสาธารณะของไทยที่สามารถยืนยัน อันดับจำนวนชาวเกาหลีใต้รายจังหวัดแบบครบทุกจังหวัดและเป็นปี 2569 ได้โดยตรง จึงไม่ควรนำตัวเลขย้อนหลังมาเขียนเป็น “อันดับล่าสุดปี 2569” โดยไม่มีการระบุปีของข้อมูล
รายงานธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ในปี 2024
ข้อมูลรัฐบาลไทยเกี่ยวกับชุดข้อมูลประชากรระดับจังหวัด ซึ่งยืนยันว่ามีข้อมูลประชากรระดับจังหวัด แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขชาวเกาหลีใต้รายจังหวัดแบบพร้อมใช้ในหน้าข้อมูลดังกล่าว
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
สีทาบ้านระบายความร้อนคายความร้อนออกสู่อวกาศ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
กาแฟแก้วแรกควรดื่มตอนไหน?
กระจกใสผลิตไฟฟ้าได้จริงไหม?
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
ลิปมันที่ทาทุกวันมีต้นกำเนิดจากอะไร?
นั่งส้วมนานทำไมริดสีดวงถึงกำเริบ?
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
ถุงบรรจุภัณฑ์จากราและสาหร่ายกินได้จริงไหม?
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
กาวไฟฟ้าช่วยเปลี่ยนแบตมือถือได้ง่ายขึ้นจริงหรือ?
เปิด 5 มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษา กัมพูชาเรียนมากที่สุดในไทย






