เรือด่วนเจ้าพระยาขึ้น 1 บาท: เช็กอัตราใหม่ 6 เส้นทางและเหตุผลที่ค่าโดยสารขยับ
ใครที่ใช้เรือด่วนเจ้าพระยาเป็นประจำควรเช็กค่าโดยสารก่อนเดินทาง เพราะตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ประกาศปรับค่าโดยสารเรือทุกประเภทเพิ่มขึ้น 1 บาท โดยให้เหตุผลว่าราคาน้ำมันดีเซลขยับสูงขึ้น
ภาพเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา: Ilya Plekhanov/Wikimedia Commons, CC BY-SA 3.0
ขึ้น 1 บาท แต่แต่ละธงราคาใหม่ไม่เท่ากัน
การประกาศครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเรือทุกเส้นทางจะมีราคาเท่ากันทั้งหมด แต่เป็นการขยับจากอัตราเดิมของเรือแต่ละประเภทขึ้นอีก 1 บาท ผู้โดยสารจึงควรดูทั้ง “สีธง” และ “เส้นทาง” ก่อนเตรียมเงิน โดยข้อมูลอัตราที่รายงานมีดังนี้
ภาพประกอบเชิงอธิบายจากข้อมูลข่าว ไม่ใช่ภาพประกาศทางการ และไม่ได้จัดทำตามสเกล
ตารางค่าโดยสารที่เปลี่ยนแปลง
| ประเภทเรือ/เส้นทาง | อัตราเดิม | อัตราใหม่ |
|---|---|---|
| ธงส้ม นนทบุรี–วัดราชสิงขร ตลอดสาย | 17 บาท | 18 บาท |
| ธงเหลือง นนทบุรี–สาทร ตลอดสาย | 22 บาท | 23 บาท |
| ธงเขียวเหลือง ปากเกร็ด–นนทบุรี | 15 บาท | 16 บาท |
| ธงเขียวเหลือง นนทบุรี–สาทร | 22 บาท | 23 บาท |
| ธงเขียวเหลือง ปากเกร็ด–สาทร | 34 บาท | 35 บาท |
| ธงแดงปรับอากาศ นนทบุรี–สาทร | 31 บาท | 32 บาท |
เหตุผลที่บริษัทใช้ประกอบการปรับราคา
ตามรายงานข่าว MGR Online บริษัทระบุว่าราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 37.59 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จึงปรับอัตราค่าโดยสารจากราคาเดิมขึ้น 1 บาท โดยมีผลกับเรือทุกประเภทที่ให้บริการในเส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขร
ประเด็นสำคัญสำหรับผู้โดยสารคือ การเพิ่มขึ้นครั้งนี้เป็น “จำนวนเงินคงที่ 1 บาทต่อเที่ยวตามอัตราเดิมของแต่ละประเภท” ไม่ใช่การปรับเป็นเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเรือที่เดิมมีราคาสูงกว่าจะยังมีค่าโดยสารสูงกว่าเดิมตามลำดับ เช่น ธงเขียวเหลืองเส้นทางปากเกร็ด–สาทรปรับจาก 34 เป็น 35 บาท ขณะที่ธงส้มตลอดสายปรับจาก 17 เป็น 18 บาท
ก่อนขึ้นเรือควรเช็กอะไรบ้าง?
ผู้โดยสารควรตรวจสีธงของเรือ ปลายทาง และประกาศอัตราค่าโดยสารล่าสุดที่ท่าเรืออีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่ต่อเรือหลายช่วงหรือใช้เรือด่วนในช่วงเช้า เพราะค่าใช้จ่ายรวมต่อวันจะขึ้นอยู่กับจำนวนเที่ยวและประเภทเรือที่เลือกใช้ ข่าวนี้เป็นข้อมูลอัตราที่ประกาศเริ่มใช้วันที่ 21 สิงหาคม 2569 หากมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังควรยึดประกาศล่าสุดของผู้ให้บริการเป็นหลัก
สำหรับคุณ การขึ้นค่าโดยสารครั้งละ 1 บาทมีผลต่อการเดินทางประจำวันมากน้อยแค่ไหน และคุณใช้เรือธงสีใดเป็นประจำ?
แหล่งข้อมูล
[1] MGR Online: เรือด่วนเจ้าพระยา ขึ้นค่าโดยสารอีก 1 บาทเริ่ม 21 ส.ค. 69 — https://mgronline.com/business/detail/9690000081845
[2] Thai PBS World: Chao Phraya express boat fares to rise by 1 baht from Aug 21 — https://world.thaipbs.or.th/detail/62439
[3] สยามรัฐ: ประเด็นร้อนโลกออนไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 — https://siamrath.co.th/quality-of-life/social-media/169031
[4] Wikimedia Commons: File:Bangkok river taxi.JPG — https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bangkok_river_taxi.JPG
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
หอพักอ่างแก้ว มช. กำลังจะหายไป
สาวดวงซวย อยากได้ไฟสวยๆ แต่จบด้วยมือไหม้เละ!!
“ก็” อ่านว่า “ก้อ” หรือ “เก้าะ” กันแน่ คำสั้น ๆ ที่คนไทยใช้ทุกวัน แต่เบื้องหลังไม่ธรรมดา
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
จีนปลูกทุเรียนเองได้แล้ว ทำไมยังต้องนำเข้าทุเรียนไทย
โรยเกลือบนเขียงแล้วช่วยฆ่าเชื้อได้จริงหรือ?
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
จีนปลูกทุเรียนเองได้แล้ว ทำไมยังต้องนำเข้าทุเรียนไทย
“ก็” อ่านว่า “ก้อ” หรือ “เก้าะ” กันแน่ คำสั้น ๆ ที่คนไทยใช้ทุกวัน แต่เบื้องหลังไม่ธรรมดา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นายกฯ คนไหนสร้างผลงานให้ประเทศไทยมากที่สุด?
สาวดวงซวย อยากได้ไฟสวยๆ แต่จบด้วยมือไหม้เละ!!
โรยเกลือบนเขียงแล้วช่วยฆ่าเชื้อได้จริงหรือ?
หวงเหยียน แนวปะการังสีฟ้าครามแห่งทะเลจีนใต้ กับธรรมชาติที่อยู่ท่ามกลางข้อพิพาท
จากวัชพืชแม่น้ำสู่ผลิตภัณฑ์ครบวงจร: รู้จัก “ตบนะ” และเส้นทางใช้ประโยชน์จากผักตบชวาแบบไม่เหลือทิ้ง
จีนปลูกทุเรียนเองได้แล้ว ทำไมยังต้องนำเข้าทุเรียนไทย
สิ้นสุดการรอคอย! Blue Bottle Coffee สาขาแรกในไทยเปิดแล้ววันนี้ที่ Dusit Central Park: ทำไมคอกาแฟทั่วโลกถึงหลงรัก?
จากวัชพืชแม่น้ำสู่ผลิตภัณฑ์ครบวงจร: รู้จัก “ตบนะ” และเส้นทางใช้ประโยชน์จากผักตบชวาแบบไม่เหลือทิ้ง

