หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Steinway Tower มหัศจรรย์แห่งสถาปัตยกรรม ตึกระฟ้าที่เพรียวบางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เขียนโดย dukedicknarak

 

Steinway Tower มหัศจรรย์แห่งสถาปัตยกรรม ตึกระฟ้าที่เพรียวบางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 🏙️🇺🇸

เมื่อมองขึ้นไปบนเส้นขอบฟ้าของมหานครนิวยอร์ก อาคารสูงนับร้อยแห่งเรียงรายกันราวกับป่าเหล็กและคอนกรีต แต่ท่ามกลางตึกระฟ้าเหล่านั้น มีอาคารแห่งหนึ่งที่ไม่ได้พยายามเอาชนะคู่แข่งด้วยความกว้างใหญ่ หากกลับเลือกที่จะ “ผอมเพรียว” จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถยืนหยัดอยู่บนท้องฟ้าของแมนฮัตตันได้ นั่นคือ Steinway Tower หรืออาคารเลขที่ 111 West 57th Street หนึ่งในตึกระฟ้าที่มีสัดส่วนเพรียวบางที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของย่าน Billionaires’ Row

 

Steinway Tower ตั้งอยู่บนถนน West 57th Street ใกล้กับ Central Park ใจกลางแมนฮัตตัน ตัวอาคารสูงประมาณ 1,428 ฟุต หรือ 435 เมตร เมื่อวัดถึงยอดสถาปัตยกรรม ขณะที่ส่วนหอคอยมีความกว้างเพียงประมาณ 60 ฟุต หรือราว 18 เมตรเท่านั้น เมื่อนำตัวเลขทั้งสองมาเปรียบเทียบกัน จะได้สัดส่วนความสูงต่อความกว้างประมาณ 24 ต่อ 1 ทำให้มันมีรูปร่างเรียวยาวอย่างโดดเด่นเมื่อมองจากระยะไกล

ลักษณะดังกล่าวทำให้ Steinway Tower ถูกพูดถึงอย่างมากในแวดวงสถาปัตยกรรม เพราะการสร้างอาคารสูงมากแต่มีฐานและตัวอาคารที่แคบมากนั้น ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการออกแบบให้ดูสวยงาม แต่เป็นโจทย์ทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง

เหตุผลสำคัญอยู่ที่ แรงลม

ยิ่งอาคารสูงขึ้น แรงลมที่กระทำต่อโครงสร้างก็ยิ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในมหานครนิวยอร์กที่มีลมแรงและกระแสลมซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามอาคารจำนวนมหาศาล การทำให้อาคารสูง 435 เมตรตั้งอยู่บนโครงสร้างที่เพรียวบางจึงต้องอาศัยการออกแบบที่สามารถควบคุมทั้งการรับน้ำหนักและการเคลื่อนไหวของตัวอาคาร

หัวใจสำคัญของ Steinway Tower คือระบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งสูง โดยมี ผนังคอนกรีตรับแรงเฉือนขนาดใหญ่ หรือ shear walls เป็นองค์ประกอบหลักของอาคาร ผนังเหล่านี้ทำหน้าที่รับแรงด้านข้างที่เกิดจากลมและช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างโดยรวม ขณะเดียวกันยังมีระบบโครงสร้างที่ทำงานร่วมกับองค์ประกอบอย่าง outrigger เพื่อช่วยกระจายและควบคุมแรงที่เกิดขึ้นภายในอาคาร

การออกแบบเช่นนี้ทำให้วิศวกรสามารถสร้างอาคารที่มีพื้นที่ภายในเปิดกว้างมากขึ้น ลดความจำเป็นในการใช้เสาจำนวนมากในบางบริเวณ และช่วยให้ห้องพักสามารถรับชมวิวของมหานครนิวยอร์กได้อย่างเต็มที่

แต่การรับมือกับแรงลมไม่ได้จบเพียงแค่การทำให้อาคารแข็งแรง เพราะอาคารสูงสามารถ “ขยับ” ได้ตามแรงลมอยู่แล้ว หากการเคลื่อนไหวดังกล่าวมากเกินไป ผู้อยู่อาศัยอาจรู้สึกถึงการโยกตัวหรือเกิดอาการไม่สบายได้ ดังนั้นวิศวกรจึงต้องคิดถึงเรื่อง ความสบายของผู้ใช้อาคาร ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของโครงสร้าง

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้คือระบบ tuned mass damper ซึ่งเป็นมวลขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้บริเวณส่วนบนของอาคาร เพื่อช่วยลดการสั่นไหวของตัวตึกเมื่อถูกแรงลมกระทำ หลักการทำงานนั้นน่าสนใจ เพราะมวลดังกล่าวจะเคลื่อนที่ในลักษณะที่ช่วยต้านการเคลื่อนไหวของอาคาร ทำให้การแกว่งตัวลดลง

สำหรับอาคารที่มีความสูงและความเพรียวในระดับนี้ ระบบดังกล่าวเปรียบเสมือนการเพิ่ม “ตัวช่วยรักษาสมดุล” ให้กับตึกที่ต้องเผชิญกับลมอยู่ตลอดเวลา

นอกจากการรับแรงด้านบนแล้ว ฐานของอาคารก็เป็นอีกหนึ่งงานวิศวกรรมที่สำคัญ เพราะน้ำหนักมหาศาลของตึกจะต้องถูกถ่ายลงสู่พื้นดินอย่างมั่นคง โครงสร้างฐานรากของ Steinway Tower จึงได้รับการออกแบบให้ถ่ายน้ำหนักลงไปยังชั้นดินและชั้นหินที่เหมาะสม ผ่านระบบฐานรากและเสาเข็มจำนวนมาก เพื่อให้ตัวอาคารสามารถตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงท่ามกลางสภาพแวดล้อมของแมนฮัตตัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ Steinway Tower น่าสนใจไม่ได้มีเพียงความสูงหรือเทคโนโลยีทางวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ตรงฐานของตึกแห่งนี้ด้วย

เพราะบริเวณเดียวกันนี้เป็นที่ตั้งของ Steinway Hall อาคารเก่าแก่ที่มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์ของบริษัท Steinway & Sons ผู้ผลิตเปียโนชื่อดังระดับโลก Steinway Hall เปิดใช้งานในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และเคยเป็นทั้งสถานที่จัดแสดงเปียโน โชว์รูม และพื้นที่สำคัญของวงการดนตรีในนิวยอร์ก

อาคารเก่าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1925 ตามแนวทางสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ของนครนิวยอร์ก การพัฒนาโครงการ 111 West 57th Street จึงไม่ได้หมายถึงการสร้างตึกสูงแห่งใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นความพยายามในการเชื่อมโยงมรดกทางสถาปัตยกรรมจากอดีตเข้ากับโลกของตึกระฟ้าในศตวรรษที่ 21

เมื่อมองจากภายนอก ส่วนของหอคอยใหม่ยังสะท้อนแรงบันดาลใจจากยุคทองของตึกระฟ้านิวยอร์ก โดยเฉพาะรายละเอียดบริเวณด้านหน้าอาคารที่ใช้เส้นสายแนวตั้งอย่างโดดเด่น มีการนำองค์ประกอบตกแต่งและวัสดุที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมคลาสสิกมาใช้ ทำให้ตัวอาคารไม่ได้ดูเหมือนแท่งคอนกรีตและกระจกธรรมดา แต่มีลักษณะคล้ายประติมากรรมขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือเมือง

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งคือการนำ Steinway Hall เดิมมาผสานเข้ากับหอคอยสมัยใหม่ ทำให้บริเวณเดียวกันมีทั้งอาคารประวัติศาสตร์และตึกระฟ้าร่วมสมัยอยู่เคียงข้างกัน ราวกับเป็นบทสนทนาระหว่างสถาปัตยกรรมสองยุค

ด้านหนึ่งคือความสง่างามของอาคารแบบ Beaux-Arts และ Neoclassical ซึ่งสะท้อนรสนิยมของนิวยอร์กในยุคแรกของตึกระฟ้า อีกด้านหนึ่งคือเทคโนโลยีโครงสร้างสมัยใหม่ที่ทำให้อาคารสามารถทะยานขึ้นไปสูงกว่า 400 เมตรได้

เมื่อมองในภาพรวม Steinway Tower จึงเป็นมากกว่าคอนโดมิเนียมหรูใจกลางแมนฮัตตัน เพราะมันเป็นตัวอย่างของการที่ สถาปัตยกรรม วิศวกรรม และประวัติศาสตร์สามารถอยู่ในอาคารเดียวกันได้อย่างน่าสนใจ

ความสูง 435 เมตรอาจเป็นตัวเลขที่สะดุดตา แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนจดจำ Steinway Tower กลับเป็นความ “ผอม” ของมัน เพราะการสร้างตึกสูงนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การสร้างตึกที่สูงมากและยังคงมีรูปร่างเพรียวบางอย่างมั่นคงท่ามกลางแรงลมของมหานครนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง

ทุกครั้งที่มองเห็นยอดของ Steinway Tower โผล่ขึ้นเหนือเส้นขอบฟ้าของนิวยอร์ก จึงไม่ได้เห็นเพียงอาคารที่สูงเสียดฟ้าเท่านั้น แต่กำลังมองเห็นผลลัพธ์ของความพยายามที่จะผลักขีดจำกัดของวิศวกรรมให้ไกลออกไปอีกขั้น พร้อมกับนำเรื่องราวของอดีตกลับมาอยู่ร่วมกับอนาคต

จาก Steinway Hall ที่เคยเป็นสถานที่สำคัญของโลกดนตรี สู่หอคอยสูงระฟ้าที่ตั้งอยู่บน Billionaires’ Row เรื่องราวของสถานที่แห่งนี้จึงเปรียบได้กับการเปลี่ยนจากเสียงเปียโนในอดีต สู่เส้นสายของคอนกรีต เหล็ก และกระจกที่กำลังบรรเลงอยู่บนเส้นขอบฟ้าของนิวยอร์กในยุคปัจจุบัน 🎹🏙️

และนั่นคือเหตุผลที่ Steinway Tower ไม่ได้เป็นเพียง “ตึกสูง” แต่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดของการที่มนุษย์พยายามทำให้อาคารสูงขึ้น เพรียวขึ้น และซับซ้อนขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความทรงจำของเมืองเอาไว้ที่ระดับพื้นดิน

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทยชาวประมง 2 คนรอดปาฏิหาริย์ หลังหายตัวไปกลางทะเลนาน 5 วัน9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟดึกแล้วก็ส่งได้ ! วิธีส่ง LINE แบบไม่ให้เสียงเด้งเตือน ปลายทางไม่สะดุ้ง ไม่รบกวนเวลาพักแรงงานไทยกำลังหายไปไหน? เมื่อบางอาชีพเริ่มไม่มีคนรุ่นใหม่อยากทำ5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมเรือด่วนเจ้าพระยาขึ้น 1 บาท: เช็กอัตราใหม่ 6 เส้นทางและเหตุผลที่ค่าโดยสารขยับจังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดนักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุดความพยายามในการพลิกฟื้นการสูญพันธ์ให้กับ Southern gastric-brooding frog หรือ กบฟักไข่ในกระเพาะอาหาร กบน้ำสุดแปลกแห่งออสเตรเลียงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชาวประมง 2 คนรอดปาฏิหาริย์ หลังหายตัวไปกลางทะเลนาน 5 วันWhen a Pet's Cough Deserves a Veterinary Callดึกแล้วก็ส่งได้ ! วิธีส่ง LINE แบบไม่ให้เสียงเด้งเตือน ปลายทางไม่สะดุ้ง ไม่รบกวนเวลาพักแรงงานไทยกำลังหายไปไหน? เมื่อบางอาชีพเริ่มไม่มีคนรุ่นใหม่อยากทำความพยายามในการพลิกฟื้นการสูญพันธ์ให้กับ Southern gastric-brooding frog หรือ กบฟักไข่ในกระเพาะอาหาร กบน้ำสุดแปลกแห่งออสเตรเลียเปิดความจริง 'เมียให้เช่า' ในลาว เรื่องจริงหรือคำเรียกที่คนบนอินเทอร์เน็ตเข้าใจผิด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โรยเกลือบนเขียงแล้วช่วยฆ่าเชื้อได้จริงหรือ?หวงเหยียน แนวปะการังสีฟ้าครามแห่งทะเลจีนใต้ กับธรรมชาติที่อยู่ท่ามกลางข้อพิพาทแรงงานไทยกำลังหายไปไหน? เมื่อบางอาชีพเริ่มไม่มีคนรุ่นใหม่อยากทำความพยายามในการพลิกฟื้นการสูญพันธ์ให้กับ Southern gastric-brooding frog หรือ กบฟักไข่ในกระเพาะอาหาร กบน้ำสุดแปลกแห่งออสเตรเลีย
ตั้งกระทู้ใหม่